ตำนานเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่เมืองลับแล

ซึ่งเขาได้บอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีประชากรได้อาศัยอยู่กันไม่เยอะอาศัยอยู่กันแค่เพียงหลักสิบคนแต่ทว่าสิ่งที่มันแปลกคือการแต่งตัวหรือว่ารูปลักษณ์นั้นมันได้มีความแตกต่างจากผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นอย่างมากและที่มันได้มีความแตกต่างนั่นก็คือเรื่องของการใช้ภาษา ซึ่งภาษาที่ใช้นั้นซึ่งมันไม่ได้เป็นภาษาในยุคปัจจุบันที่เขาได้มีการใช้กันแต่มันได้เป้นภาษาในยุคโบราณที่ได้มีการใช้ในการสืบสารกัน

ซึ่งตรงนี้พอเขาได้เล่าให้พวกชาวบ้านฟังชาวบ้านต่างก็ได้บอกว่าเราไม่เชื่อคุณแต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่าคุณได้หายคนไปประมาณ3ปีแล้วอยู่ดีๆคุณกลับมาบอกว่าไปเจอทางลับและได้ไปเจอประตูปริศนามาเขาก็เลยต้องการที่จะให้เขาได้พิสูจน์ว่าเขาได้ไปเจอมาจริงหรือเปล่าจากนั้นทางผู้เสียหายเขาก็ได้นำขณะหมู่บ้านส่วนหนึ่ง

ได้พาไปยังจุดที่เขาได้พบเจอทางเข้าลึกลับปรากฏว่าเขาก็ได้เจอเมืองปริศนาเมืองนั้นจริงๆมันก็เลยยิ่งทำให้สร้างความแปลกใจเข้าไปอีกหลังจากนั้นพอระยะเวลามันได้ผ่านไปเรื่อยๆมันก็ได้มีการเริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้มีการไปมาหาสู่ในการซื้อขายหรือว่าการแลกเปลี่ยนเครื่องอุปพันเครื่องแต่งกายต่างๆนานามากมายหลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

ทางเข้าหมู่บ้านนี้มันก็ได้กลายเป็นที่โด่งดังในบริเวณนั้นแล้วมันก็ได้ทำให้คนที่ได้อยู่ใกล้ได้แห่พากันเข้ามาเข้าพื้นที่ลับตรงนี้มากขึ้นมาเรื่อยๆจนมันได้ทำให้ข้าวของของเมืองปริศนาของเมืองนี้มันก็ได้เริ่มหายไปทีละชิ้นๆจากนั้นก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับเมืองปริศนาตรงนี้มากจนอยู่ดีๆวันหนึ่งชาวบ้านที่ได้เคยเข้ามาในหมู่บ้านนี้

พวกเขาก็ได้กลับพบว่าทางเข้าปริศนาตรงนี้มันได้หายไปและก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลยส่วนเรื่องเล่าตรงนี้เขาก็ได้บอกว่ามีหลักฐานในการายืนยันตรงที่ว่ามีพวกเครื่องเงินเครื่องทองสิ่งทอผ้าที่มาจากหมู่บ้านที่ได้ตั้งถิ่นฐานตรงนี้สิ่งเขาก็ได้แลกเปลี่ยนหรือทำการซื้อขายกันในช่วงแรกๆที่ได้พบเจอนี่มันก็เลยเป็นสิ่งของต่างหน้าที่คนเฒ่าคนแก่เขาได้อ้าง

เพื่อยืนยันว่านี่มันได้เป็นของที่ได้มาจากเมืองปริศนาหรือเมืองลับแลนั่นเองและตามความเชื่ออีกหนึ่งอย่างเขาได้บอกว่าเมืองปริศนาหรือว่าเมืองลับแลแห่งนี้ได้เป็นเมืองที่ได้มีศรีธรรมมากใครโกหกหรือว่ารักเล็กหรือว่าขโมยน้อยหรือใครผิดศีรธรรมจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านนั้นทันทีและจะไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay line