เรื่องราวที่สหรัฐทิ้งนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น

ระเบิดที่ได้นำเอาไปทิ้งที่ฮิโรชิมากับนางาซากิมันมีอะไรที่มากกว่าที่เรารู้ๆกันสหรัฐได้ปกปิดอะไรพวกเราเอาไว้แล้วรู้หรือไม่ว่าโตเกียวก็เคยตกเป็นเป้าปรมาณูแต่มันได้ถูกยกเลิกไปด้วยเหตุผลโง่ๆถ้าหากว่าเรื่องราวเหล่านี้ยังไม่เคยผ่านหูผ่าตาของเพื่อนๆบอกเลยว่ามันแน่ๆ 

ประเทศสหรัฐได้ให้ยาพิษแก้นักบินของตัวเองก่อนที่จะออกบินไปทิ้งระเบิดสหรัฐก็ได้ให้คำสั่งกับนักบินของตัวเองว่าพวกเขาจะต้องไปทำภารกิจอะไรสักอย่างหนึ่งแต่จะมีเพียงแค่สามนายเท่านั้นจาก12นายที่รู้ว่าแท้จริงแล้วภาระกิจของเขานั้นมันคืออะไรและที่ขนขึ้นมาบนเครื่องบินมันไม่ใช่แค่ระเบิดธรรมดา

นอกจากนั้นนักบินแล้วก็ลูกเรือก็ยังได้รับยาชนิดหนึ่งมันคือไซยาไนด์เป็นยาพิษที่ร้ายแรงโดยลูกเรือทุกคนได้รับคำสั่งว่าถ้าหากทำภารกิจผิดพลาดเครื่องบินถูกยิงตกเพราะว่าพวกเขาจะต้องตกลงตายเพราะว่าเครื่องบินแต่ถ้าหากว่าดวงแข็งรอดมาได้ก็อย่ากลับมาให้กินยาพิษนี้ซะเพราะว่าพวกนายทำภารกิจไม่สำเร็จ

ซึ่งสหรัฐจริงๆแล้วเขาก็ปิดบังอะไรเราไม่เยอะมากเลยและเรามาดูข้อต่อไปกันต่อเลยสหรัฐได้ปิดบังเรื่องอื่นอีกในตอนแรกสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธในข้อเท็จจริงที่ว่าระเบิดนิวเคลียร์มันมีกัมมันตรังสีที่มันจะส่งผลกับมนุษย์ไปอีกยาวไกลเป็นอย่างมาก

ทั้งนั้นสหรัฐก็ยังบอกว่าการโจมตีโดยการทิ้งระเบิดนี้มันเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่ามันจะมียอดของผู้เสียชีวิตน้อยกว่าการบุกเข้าไปโจมตีด้วยกำลังพลแล้วมันก็จะทำให้ญี่ปุ่นยอมอย่างง่ายดายแต่สิ่งที่เรารู้ๆกันอยู่ว่ามันน้อยหรือไม่และยังเก็บเอากำลังพลไปด้วยไม่รู้กี่คน

นอกจากนี้ก่อนหน้าที่จะมาทิ้งนิวเคลียร์จริงๆสหรัฐก็ได้วางแผนทิ้งนิวเคลียร์ที่แผ่นดินญี่ปุ่นอยู่หลายรอบหลักฐานอีกอย่างหนึ่งว่าสหรัฐเขาก็ตั้งใจที่จะมาทำการทดลองนิวเคลียร์ก็คือมีการซ้อมแบบหลอกๆ

โดยการทิ้งระเบิดน้อยๆที่มีลักษณะเหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์ที่ทิ้งในฮิโรชิมาและที่นางาซากิแต่ว่าระเบิดพวกนี้มันจะไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีอยู่

ซึ่งมันจะมีชื่อว่าระเบิดฝักทองชื่อเหมือนจะน่ารักแต่ความเสียหายไม่น่ารักเท่าไหร่ว่ากันว่าสหรัฐได้ทิ้งระเบิดพวกนี้ลงในแผ่นดินญี่ปุ่นราวๆประมาณ40กว่าลูกมันจะเป็นการทิ้งระเบิดเพื่อทำการทดสอบดูแรงของลมน้ำหนักหรือว่าอะไรทำนองนี้ก็ตามที่จะทำให้นิวเคลียร์ได้ลงมาและส่งผลได้อย่างแท้จริงเพื่อในการทำการทดลองแบบหลอกๆจากนั้นก็ได้ทิ้งระเบิดของจริงลงไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  betbb

เสียงปริศนาที่เหล่านักบินอวกาศหาข้อสรุปไม่ได้

หยาง ลีเว

ในปี2003 นายพลและเหล่านักบินของทางการทหารมีนามว่า หยาง ลีเว ที่ได้กลายมาเป็นบุคคลแรกของประเทศจีนที่ได้เข้าปฏิบัติหน้าในอวกาศซึ่งเขาก็ได้ใช้ระยะเวลาอยู่บนอวกาศ  เสินโจว-5 เป็นเวลา21ชั่วโมง โดยที่บนยานนั้นมีเขาเพียงลำพัง ซึ่งในขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเขาก็ได้พบเข้ากับบางสิ่งที่มันแปลกประหลาดเขาได้ยินเสียงปริศนา โดยได้อธิบายว่าเสียงนั้นมันเหมือนกับว่ามันได้มีตัวอะไรบางอย่างที่มันได้เข้ามาเคาะที่ตัวยาน

ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียงนั้นมันได้ดังมาจากตัวในยานหรือว่าด้านนอกของตัวยานจากนั้น เขาก็ได้เข้าไปตรงที่หน้าต่างของยาน เพื่อที่เขานั้นจะหาที่มาของเสียงนั้นแต่เขากับไม่พบเห็นอะไรที่มันดูผิดปกติเลยและเมื่อ หยาง ลีเว เขาได้กลับเข้ามายังโลกเขาก็ได้พยายามที่จะสร้างเสียง

โดยจะใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อที่จะให้ผู้ที่เชี่ยวชาญนั้นได้ช่วยระบุ ว่าเสียงเหล่านี้มันน่าจะเกิดมาจากอะไรแต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะเลียนเสียงทำให้มันเหมือนได้ดังนั้นด้านทฤษฎีที่มีเหตุผล และมันน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดที่ได้ชี้ได้ในการขยายและการหดตัวของโลหะ เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแต่มันก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดและนักบินอวกาศที่เขาได้ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ที่หลังจาก ลีเว  ในช่วงปี2005และ2008 ก็ยังได้มีรายงานมาว่า ได้ยินเสียงปริศนาดังกล่าวอยู่เช่นกัน

อพอลโล10

ดูเหมือนว่าบันทึกการสนทนาของภารกิจอพอลโล10ที่ถูกเผยแพร่โดยนาซา ได้เผยปริศนาบางอย่างโดยในการสนทนาได้มีช่วงหนึ่ง ที่นักบินอวกาศนามว่า จีนน์ เซอร์นัน ก็ได้ถามเพื่อร่วมงานของเขา จอห์น ยัง ว่าเขานั้นได้ยินเสียงหวูดแปลกๆหรือไม่ ซึ่งอพอลโล10ถือได้ว่าเป็นโครงการในครั้งที่สี่ของนาซาที่ได้พามนุษย์ขึ้นไปสู่อวกาศ

โดยได้มีเป้าหมาย เพื่อการซ้อมสำหรับการลงจอดและเพื่อเป็นการศึกษาในสนามของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เสียงปริศนา ที่ดังผ่านมาจากหูฟังของพวกเขา ในขณะที่ยานกำลังโคจรอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “ด้านมืดของดวงจันทร์”  โดย ยัง และ เซอร์นัน ได้กล่าวว่าเสียงนั้นมันได้เป็นเสียงที่แปลกมากๆ

และทั้งคู่กำลังจะหาที่มาของมันไม่เช่นนั้นมันก็จะไม่มีใครที่จะเชื่อพวกเขาอย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานในการยืนยันที่แน่ชัดแต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าเสียงที่นักบินอวกาศได้ยินนั้นจะเป็นการสื่อสารของเอเลี่ยน โดยได้มีการอธิบายว่าอาจจะเกิดจากความถี่ของแม่เหล็กไฟฟ้าในอวกาศที่ไปรบกวนกับสัญญาณวิทยุ ซึ่งทางนักบินอวกาศอพอลโล10ยังได้เตือนเหล่านักบินอพอลโล11ว่าไม่ต้องตกใจหากได้ยยินเสียงประหลาดในขณะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่

 

 

สนับสนุนโดย  betbb