อาถรรพ์เมืองลับแลกลางป่าเปลี่ยว

สุขใดเล่าเท่ากับกินเหล้าเปิดเพลงหลังจากที่รุ่นน้องสองคนได้ออกไปซื้อเหล้าผมก็เบาเสียงเพลงคนเมาเต็มที่มักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพลงมันไม่ต่างอะไรกับบาร์ที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังๆให้รู้ค้าฟังสักพักผมก็เปิดเพลงเพื่อชาร์จแบตเอาไว้รอเปิดตอนที่ซื้อเหล้ากลับมา

นอกจากนั้นลมที่เยือกเย็นมันก็พัดมาบรรยากาศชวนให้ขนลุกพิกลสักพักก็ได้มีเสียงดนตรีได้ลายตามลมมาถ้าผมจำไม่ผิดว่ามันเป็นเสียงแห่กลองยาวฉาบ แต ฆ้องจังหวะนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ซึ่งผมก็ได้คิดไปว่าใครมาแห่อะไรดึกที่วัดมีงานอะไรหรือเปล่าและผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากสักพักเอกกับป๊อบก็กลับมาเท่าที่ฟังเสียงบิดเร่งเครื่องมามันทั้งสองขี่รถไวจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะพวกนี้เมาแล้วชอบขับรถไวทุกทีจากนั้นทั้งสองก็ได้ลงรถมาอย่างรีบๆและไม่มีท่าทีที่จะอยากดื่มเหล้าต่อผมก็เลยบอกมันว่าเมื่อไรจะเปิดเหล้ากูอยากกินเต็มทีแล้ว

นอกจากนี้หลังจากที่นั่งกินเหล้าอยู่ผมก็ได้ถามหาบุหรี่จากนั้นทั้งสองมันบอกว่ารถล้มแล้วหายและบอกว่าผมได้เจอของดีตอนที่ผมได้ไปซื้อเหล้าตอนไปไม่มีอะไรแต่ตอนกลับเท่านั้นแหละเจอของดียังไงผมได้ให้เอกขับเพราะว่าผมเมากว่ามันป๊อบบอกขากลับช่วงภูเขาบ้านตาหนองมีใครไม่รู้ได้ใส่ชัดขาวอยู่เต็มถนนเลยมีแตรวงด้วยเอกได้เห็นก่อนมันเลยชี้ให้ผมดูด้วยความเมาผมจึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังเฮ้ยทำอะไรกันขวางถนนเต็มไปหมดเลยจะไปไหนกัน

ซึ่งคนแถวนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยเห็นหน้าพวกมันไหมไม่เห็นเลยเห็นแต่พวกมันใส่ชุดขาวบางคนถืออุ้มมอะไรก็ไม่รู้คล้ายกับพานบางคนก็ถือธงบางคนก็ไม่ถืออะไรเลยมีคล้ายแตรวงนำหน้าสักพักผมได้มองว่าจะไปไหนกันพี่เชื่อไหมคนทั้งกลุ่ม20-30คนเดินเข้าไปในป่าทางเข้าบ้าน ตาหนอง 

หลังจากที่พวกเขาได้เห็นแบบนั้นเอกก็ได้ปล่อยรถล้มของที่ซื้อมาได้หล่นหมดพวกผมไม่ได้เก็บเลยรีบเอารถขึ้นแล้วบิดมาเลยหายเมาไปทันทีเหลือแต่เหล้าขวดเดียว สงสัยพวกมึงเจอดีเข้าให้แล้วแหละไม่ต้องกินกันต่อแล้วขนผมลุกขึ้นมาทันที

จากนั้นผมก็ได้สั่งให้พวกน้องๆเก็บของไม่ต้องกินแล้วป๊อบมึงจะกลับบ้านเลยไหมจะกลับบ้านยังไงเส้นทางบ้านผมต้องกลับไปทางเดียวกันที่พึ่งเจอดีมาผมไม่กล้าไปหลอกพี่ผมกลัวผีงั้นก็นอนที่นี่ก็ได้รุ่งเช้าค่อยกลับ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet