ทฤษฎีที่บอกว่าวันสิ้นโลกใกล้เข้ามาถึงแล้วในไม่นานนี้

สำหรับทฤษฎีที่เกี่ยวกับโลกแตกจริงๆแล้วมันได้มีมาตั้งแต่ช่วงประมาณ8-10ปีที่แล้วได้ถ้าหากว่าใครจำได้ลองย้อนกลับไป เมื่อในปี2010 ก็ได้มีทฤษฎีเกิดขึ้นมาว่าในปี2012โลกจะแตกจะเกิดอุบัติภัยจะเกิดความวิบัติต่างๆบนโลกไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟระเบิดแผ่นดินไหวน้ำท่วมเกิดสินามิทั่วโลกจนทำให้พื้นดินกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้จมไปอยู่ใต้ท้องทะเลและพื้นที่บางส่วนของโลก

ใหม่ก็เกิดขึ้นมาที่เขาเคยบอกว่าตรงพื้นที่แทบแอฟริกาจะโพล่ขึ้นมาแต่ตรงพื้นที่ตรงแทบเอเซียจะยุบลงไปในส่วนหนึ่งอันนี้มันก็ได้เป็นทฤษฎีเมื่อประมาณ10ปีที่แล้ว ซึ่งถามว่าปี2012โลกแตกจริงมั้ยมัน ซึ่งมันไม่แตกหรอกแต่ว่ามันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างและเราจะย้อนกลับไปดูก่อนแล้วกันว่าทฤษฎีเมื่อในปี2010ว่ามันเป็นยังไง

และอันนี้มันได้เป็นทฤษฎีที่เราค้นหามาหากผิดประการใดขอโทษด้วยแล้วกัน คือเราย้อนกลับไปเมื่อในปี2010 ก็ได้มีทฤษฎีที่เรียกกันว่าปฏิทินเผ่ามายาหมด ก็คือจะเป็นวันสิ้นโลก ถ้าพูดถึงเผ่ามายา  เผ่ามายานั้นได้เป็นชนเผ่าโบราณเผ่าหนึ่งที่มีการคาดคเณมีการพยากรของโลกได้แม่นย้ำมากที่สุดในขณะสมัยก่อนมันก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีใดๆที่ทันสมัยมีแต่การคาดเดาและการพยากรล้วนๆ

แต่ทำไมชนเผ่ามายาถึงได้คาดเดาวันที่โลกหมุนรอบตัวเองหรือโลกของเราในระยะเวลาหนึ่งปีได้มีจำนวนวันเท่าไหร่เป็นหน่วยถึงสี่ตำแหน่ง ซึ่งมันแปลกมากแค่ได้เทียบกันกับในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ได้มีการค้นคว้าว่าในหนึ่งปีโลกของเรามันจะมีการหมุนรอบดวงอาทิตย์ก็คือมันจะมีอยู่กี่วันและได้คำนวณออกมาและได้มีความตรงร้อยเปอร์เซน

ซึ่งปฏิทินเผ่ามายาได้หมดลง เมื่อปี2012 คนก็เลยแตกต่างกันคิดว่ามันจะเป็นวันสิ้นโลกหรือเปล่าเพราะว่าในช่วงนั้นได้มีอุถกภัยมีภัยธรรมชาตเข้ามาหนักมากและมีอยู่หนึ่งบุคคลที่ได้อ้างตัวว่าตายแล้วฟื้นใหม่ได้มีพลังวิเศษที่สามารถเห็นโลกในอนาคต ซึ่งตนก็ได้บอกว่าเขาสามารถเห็นภาพในสิ่งที่เขาคิดจากการที่เขาได้หลับแล้วเขาก็จะได้เห็นสิ่งๆนั้น

หรือเขาได้ยืนอยู่ที่สูงๆแล้วเขามองลงมาและเขาก็จะเห็นพื้นที่อนาคตตรงนั้นว่ามันเป็นยังไง ซึ่งเขาได้ขึ้นไปอยู่บนยอดจุดสูงสุดไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรืออะไรก็แล้วแต่หลายที่จนเขาได้มองลงมาแล้วได้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ได้มีการเปลี่ยนไปจนหน้าตกใจเพราะสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือหลายๆพื้นที่ได้จมลงสู่ใต้ท้องทะเล

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8