ตำนานเผด็จนายปัก จุงฮี

สำหรับในช่วงยุคสาธารณรัฐที่สองก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าผิดหวังหลายเรื่องรัฐบาลที่ได้ชนะการเลือกตั้งมีคะแนนเสียงปริ่มน้ำเกินมาแค่2-3ที่นั่งเท่านั้นเองส่วนฝ่ายค้านก็คือฝ่ายอำนาจเก่าการกวาดล้างเครือข่ายของ นาย รีซึง มันก็ล้มเหลวในสายตาประชาชนนักธุรกิจรายใหญ่และนายพลรวยๆยังลอยนวลแถมเศรษฐกิจก็แย่ลงเอามากๆค่าเงินวอนตกต่ำแค่ช่วงสั้นๆไม่ถึง1ปีข้าวสารแพงขึ้นถึง60%อัตราการว่างงานพุ่งสูงเกิน23%

ซึ่งคนในเกาหลีใต้มีเวลาให้พักหายใจจากทรราชคนก่อนอยู่เพียงแค่1ปีก็ต้องพบกับฝันร้ายครั้งใหม่เศรษฐกิจไม่ดีสงครามเย็นรอบโลกกำลังเข้มข้นเมื่อสบโอกาส นายพล ปัก จุงฮี ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำรัฐประหารในวันที่16พฤษภาคม ค.ศ.1961  นายพล ปัก จุงฮี ได้ขอเวลา2ปีเพื่อจะแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นที่ทำให้ประเทศเศรษฐกิจไม่ดีและฟื้นฟูกองทัพเพราะการปราบคอมมิวนิสต์และการรวมประเทศเหนือใต้คือความจำเป็นอันดับหนึ่ง

ยุคสาธารณรัฐมราสาม  ค.ศ.1963 – 1972 คณะรัฐประหารยกเลิกสภาผู้แทนราษฎรเดิมทิ้งไปและก็ตั้งสภาใหม่ขึ้นมาเรียกว่าสภาสูงสุดเพื่อการฟื้นฟูชาติ

โดยเป็นสภาที่มีอำนาจสูงสุดและ นายปัก จุงฮี ตั้งตัวเองเป็นประธานนอกจากนั้นก็ยังสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาอีกก็คือการเป็นทหารนักการเมือง

เริ่มโดยการก่อตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติขึ้นโดยมีCIAเป็นต้นแบบและเรียกว่าKCIAเพื่อความมั่นคงของชาติต่อสู้กับคอมมิวนิสต์แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแขนเป็นขาให้กับรัฐบาลทหารที่กำลังจะเล่นการเมืองต่อมาสภาของคณะรัฐประหารก็ยังออกกฎหมายชำระสะสางทางการเมืองเสร็จแล้วก็ทำประชามติ

ซึ่งได้ผ่านรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ให้กลับไปให้อำนาจให้กับประธานาธิบดีสูงสุดเหมือนเดิมส่วนทางด้านผู้อำนายการหน่วยKCIA คิม จองพิล ก็ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาชื่อพรรคDRP Democratic Republican Party 

โดยได้ใช้เครือข่ายของสำนักข่าวกรองที่ตั้งขึ้นมาและเงินทุนที่ได้จากนักธุรกิจหน้าเดิมๆที่ได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ตั้งแต่ยุค นายรี ซึงมัน 

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว นายพล ปัก จุงฮี ก็เลยบอกว่าครบเวลาแล้วที่ขอไว้ไม่นานแล้วจากที่เคยบอกว่าตัวเขาและคณะรัฐประหารจะไม่เล่นการเมืองจะไม่สืบทอดอำนาจแต่พอถึงเวลาเลือกตั้งนายพล ปัก จุงฮี ก็ได้ลาออกจากกองทัพและบังเอิญ เหมาะเจาะมากๆ ที่ว่าเขาได้รับการเลือกเป็นแคนดิเดตประธานธิบดีของพรรคDRPหรือพรรคที่ได้ตั้งขึ้นมาใหม่แบบพอดิบพอดีเลยขอเวลาตั้งสองปีสุดท้ายก็ได้หน้าเดิมไม่เรียกว่าเส็งเคร็งก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆมา นายปักจุงฮี ก็ชนะเลือกตั้งแบบฉิวเฉียดทั้ง2สมัยในปี ค.ศ.1963-1967ทศวรรษที่1960เกาหลีใต้ภายใต้การปกครองของ ปัก จุงฮีเศรษฐกิจก็เริ่มขยายตัวพอดีเกาหลีเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมไปรวดเร็วมากจากการช่วยเหลือเศรษฐกิจของญี่ปุ่น