ตำนานเรือไททานิค  

หากใครเป็นคนที่เกิดในช่วงในยุค 90 เชื่อว่าหลายคนคงจะจำภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้ซึ่งเป็นตำนานที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อมีการออกฉายทั่วโลกแล้วสร้างรายได้ถล่มทลายเป็นอย่างมากเนื่องจากเนื้อเรื่องที่เป็นเรื่องของความรักและยังนำตำนานเรื่องจริงของเรือไททานิคมาตีแผ่ให้คนได้รู้เป็นครั้งแรกซึ่งในครั้งนั้นเราได้รู้ถึงความรักความเสียสละของชายหนุ่ม

คนหนึ่งที่ชื่อว่าแท็กที่เขายอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อให้หญิงสาวที่เขารักที่ชื่อว่าโรสรอดชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุเรือไททานิคล่มกลางมหาสมุทรในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของตํานานเรือไททานิคซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้สำหรับเรือไททานิคนั้นเป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นที่ประเทศอังกฤษ

และถูกปล่อยให้เดินทางครั้งแรกโดยจะเดินทางจากประเทศอังกฤษลองตามทะเลไปสิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยจะไปที่เมืองนิวยอร์กซึ่งในการเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางในวันที่ 10 เดือนเมษายนปีคริสตศักราช 1992 และผู้ที่ควบคุมเรือเป็นกัปตันคอยดูแลเรือในการเดินทางครั้งนั้นก็คือเอ็ดเวิร์ดเจสมิธ  และแน่นอนว่าเนื่องจากเรือไททานิคนั้นเป็นเรือขนาดใหญ่ที่ไม่เคยมีใครสร้างมาก่อนถูกปล่อยให้ลงลอยไปในทะเลครั้งแรกผู้คนต่างมั่นใจ

ในความยิ่งใหญ่ของเรือไททานิคว่ามันจะไม่มีทางตรงกลางทะเลอย่างแน่นอนในการเดินทางครั้งนั้นมีผู้โดยสารเดินทางไปทั้งสิ้นรวมทั้งหมด 2208 คนโดยมีทั้งลูกเรือและทางผู้โดยสารที่มีระดับทั้งมหาเศรษฐีและประชาชนทั่วไปโดยการเดินทางในเรือไททานิคในครั้งนั้นได้มีการรวบรวมคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไปอยู่บนเรือลำนั้น

เป็นจำนวนมากเพราะต่างคนต่างก็ต้องการที่จะทดลองใช้ชีวิตความหรูหราบนเรือสำราญดังกล่าวแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรือแล่นมาได้ระยะหนึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาเมื่อเรือนั้นไปชนกับก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ทำให้เรือนั้นมีรอยรั่วและเกิดน้ำเข้าบริเวณใต้ท้องเรือส่งผลให้ทางเรือไททานิคนั้นจมลงกลางทะเล

ซึ่งในขณะนั้นจำนวนคนที่อยู่บนเรือกับจำนวนเรือยังชีพนั้นมีไม่เท่ากันทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้ที่เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 1514 คนโดยเหตุการณ์ไททานิคล่มนั้นเกิดขึ้นวันที่ 15 เดือนเมษายนปีคริสตศักราช 1962 เหตุการณ์ที่เกิดความสูญเสียชีวิตผู้โดยสารเป็นจำนวนมากในครั้งนั้นเป็นเพราะว่ากัปตันเรือนั้นมั่นใจในความใหญ่ของเรือไททานิคมากเกินไป

จึงขาดความระมัดระวังในการควบคุมดูแลเรือรวมถึงได้มีการนำเอาเรือยังชีพออกเพราะเห็นว่าเป็นตัวถ่วงที่จะทำให้เรือนั้นวิ่งได้ช้าลงเพราะเขาต้องการสร้างสถิติว่าเรือไททานิคนั้นวิ่งจากอังกฤษไปนิวยอร์กใช้เวลาเพียงไม่นานทำให้ในท้ายที่สุดแล้วความประมาทก็ทำให้เรือไททานิคนั้นร่มกลางทะเลหลังจากนั้นเป็นต้นมาตำนานของเรือไททานิคจึงได้มีการเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบันและทุกวันนี้เรายังคงสามารถเห็นซากเรือไททานิคได้ในมหาสมุทร

 

สนับสนุนโดย  sagame888

การค้นหาเมืองAtlantis พร้อมทีมนักสำรวจ Dr.Richard Freund

โดยตามบันทึกของPlatoเขาได้บอกเอาไว้ว่าAtlantisเป็นเมืองที่มีวงแหวนอยู่ล้อมรอบเมืองสามวงตั้งอยู่เหนือเสาเฮอร์คิวลิสและหลายๆคนก็ได้เชื่อกันว่าเสาหินของเฮอร์คิวลิสมันคือยอดเขาที่อยู่บริเวณด้านข้างของทางช่องแคบยิบรอลตาร์ โดยยอดเสาทางตอนเหนือคือ ภูเขายิบรอลตาร์ ส่วนยอดเขาทางตอนใต้ก็คือยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆกันที่แอฟริกาเหนือนั่นเองมันเลยทำให้ทีมนักสำรวจที่นำโดย ดร.Richard Freundได้มองว่าตำแหน่งนี้มันเป็นตำแหน่งที่มันสามารถจะเป็นไปได้มากที่สุดว่าที่นี้จะมีเมืองที่หายสาบสูญอย่างเมืองAtlantisอยู่นั่นเอง

โดยเป้าหมายของทีมสำรวจของดร.Richard Freundอยู่ตรงที่ปากสามเหลี่ยมแม่น้ำกัวดัลกิบีร์ในอุทยานแห่งชาติDonana National ParkทางDonanaตอนใต้พอเขาได้ไปถึงทางอุทยานเขาก็ได้แจ้งว่าบริเวณตรงนั้นแต่ก่อนมันเป็นทะเลสาปแต่ตอนนี้มันก็แห้งและกลายเป็นดินโคลนดินเลนไปจนหมดและนั่นมันก็ได้เป็นโอกาศดีที่ทางดร.Richard Freundและทีมสำรวจของเขาได้มีโอกาสไปสำรวจบริเวณจุดนั้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยการสำรวจครั้งนี้ของดร.Richard Freundได้มีการอ้างอิง

ถึงนักโบราณคดีในอดีตถึงสองท่านที่เขาได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าAtlantisน่าจะจมอยู่ใต้โคลนใต้เลนที่บริเวณนี้เมื่อปี1922นั่นเอง โดยทฤษฎีสมคบคิดนี้ได้มีการค้นคว้าภาพถ่ายจากดาวเทียมและเขายังได้ค้นพบอีกว่าในภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ค้นพบพื้นที่ประหลาดโดยบอกว่าพื้นที่ประหลาดนี้มีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางและมีลักษณะวงแหวนอยู่สามวงรอบๆบริเวณพื้นนที่อุทยานโดยาน่าด้วยและเมื่อเขาได้เอาภาพถ่ายนี้ไปเทียบกับลายละเอียดที่Platoได้บันทึกเอาไว้ยิ่งทำให้นักสำรวจเชื่อไปอีกว่านครAtlantisที่สาบสูญไปนั้น

ยังไงก็ต้องตั้งอยู่ที่แห่งนี้และที่มากไปกว่านั้นที่Platoยังได้กล่าวถึงวิหารที่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเกาะAtlantisอีกด้วย ซึ่งมันได้สอดคล้องกับภาพที่ถ่ายได้จากดาวเทียมว่ามันได้มีพื้นที่สี่เหลี่ยมประหลาดอยู่ตรงกลางและมีวงแหวนอยู่รอบๆนั้นมันเป็นพื้นที่ที่น่าจะเป็นวิหารหรือเปล่าและหลังจากนำภาพดาวเทียมมาคำนวณเรื่องรูปร่างสี่เหลี่ยมที่แปลกประหลาดตรงนั้นก่อนที่จะพบว่ามันได้ไปตรงกับคำอธิบายบันทึกที่Platoได้บันทึกเอาไว้อีกด้วย

และทางอุทยานโดยาน่าได้แจ้งเอาไว้ว่าสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่มาก่อนที่พื้นที่ตรงนี้จะแห้งไปและได้กลายมาเป็นดินเลนเลยทำให้ทีมสำรวจและดร.Richard Freundก็ยิ่งมั่นใจในทฤษฎีสมคบคิดตรงนี้ว่าพื้นที่ตรงนี้แหละคือเมืองAtlantisที่หายสาบสูญไปและข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่มันน่าสนใจเป็นอย่างมากและเราได้กล่าวไปถึงตอนต้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างคัมภีร์ไบเบิ้ลเขาก็ได้พูดถึงเมืองที่ได้สูญหายไปด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนใช้มีดไล่แทง

พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนใช้มีดไล่แทงนักเรียนและครูใหญ่ภายในโรงเรียนได้รับบาดเจ็บถึง 40 คน

                เมื่อวันที่ 4 เดือนมิถุนายนปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายหนุ่มตั้งก่อเหตุใช้มีดไล่แทงนักเรียนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งของเมืองอู่โจว และยังก่อเหตุใช้มีดแทงอาจารย์ใหญ่จนทั้งนักเรียนและท่านอาจารย์ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 40 คนด้วยกันและในจำนวน 40 คนนี้มีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 คนด้วยกันโดยมีอาจารย์ใหญ่ 1 คนและนักเรียนอีก1 คนส่วนคนที่ได้ รับบาดเจ็บอีก 1 คนนั้นเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรายงานบอกว่าเหตุเกิดในวันนี้ช่วงเวลาประมาณ 8.30 น.

ในเวลาเช้าตามเวลาท้องถิ่นของประเทศจีนโดยใช้ที่ก่อเหตุนั้นชื่อ  หลี เสี่ยวมิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการที่ทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยคนดังกล่าวนั้นก่อเหตุทำร้ายเด็กนักเรียนและครูในโรงเรียนซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวไปสอบสวน 

             เหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนถูกทำร้ายภายในโรงเรียนนั้นไม่ได้เกิดที่ประเทศจีนประเทศเดียวประเทศที่เจริญแล้วอย่างพวกอเมริกาหรือสหรัฐก็มีรวมถึงประเทศไทยเองก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซึ่งถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเลยแล้วคุณจะต้องหาแนวทางป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ส่วนสาเหตุจูงใจในครั้งนี้คงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนและขยายผลต่อไปว่า รปภ. คนดังกล่าวที่ก่อเหตุนั้นมีเหตุผลอะไรถึงได้ทำร้ายนักเรียนเป็นจำนวนมากแบบนั้น 

           โรงเรียนควรจะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนไม่ควรที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทางโรงเรียนควรจะมีการตรวจสอบรับพนักงานก่อนที่จะมีการสร้างเข้ามาทำงานในโรงเรียนซึ่งการตรวจสอบนั้นควรจะมีการทดสอบจิตวิทยาด้วยเพราะบางคนเราไม่รู้หรอกว่าคนคนนี้มีความชอบเด็กมากน้อยแค่ไหนการที่จะรับพนักงานหรือคนงานมาทำงานในโรงเรียนนั้นควรจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลค่อนข้างเยอะเพราะว่าเด็กนั้นอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้หากเรารับคนงานที่มีปัญหาทางจิตหรือเป็นคนงานที่ไม่ชอบเด็กเข้ามาทำงาน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ประวัติศาสตร์บ้านบางระจัน

        ในช่วงสมัยของพระเจ้าเอกทัศน์นั้นพม่าได้มีการยกกองทัพมาเพื่อหวังจะตีเมืองกรุงศรีอยุธยาให้แตกพ่ายซึ่งในช่วงเวลานั้นเองกรุงศรีอยุธยาเองนั้นภายในก็มีการรับสำหรับสายเพราะบางพรรคแบ่งพวกแบ่งฝ่ายกันซึ่งในช่วงที่ กองทัพพม่าเดินทางมานั้นกองทัพพม่าได้แวะหัวเมืองต่างๆและมีการตีหัวเมืองทุกหัวเมืองที่ผ่านเพื่อเก็บเสบียงอาหาร

และปล้นเอาประชาชนมาเป็นทาส ซึ่งชาวบ้านตามที่ได้รับความเดือดร้อนจากกองทัพต่างก็หนีตายมารวมตัวกันอยู่ที่หมู่บ้านบางระจันซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นทางผ่านที่จะต้องเดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยานั่นเองซึ่งชาวบ้านบางระจันนั้นก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะต่อสู้กับกองทัพพม่าโดย มีหัวหน้าที่คอยดูแลคนในหมู่บ้านบางระจันนั่นก็คือมีนายแท่น  นายโชติ  นายอินทร์  นายเมือง   นายดอก  และนายทองแก้ว เนื่องจากชาวบ้านนั้นหวาดกลัวกองทัพพม่ากันเป็นอย่างมาก

อกสั่นขวัญแขวนกันไปหมดผู้ดูแลหมู่บ้านเวียงจันทน์จึงได้ไปอัญเชิญพระธรรมโชติให้มาความรักอยู่ที่วัดโพธิ์สามต้นเพื่อมาเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้าน และเมื่ออาจารย์ธรรมโชติได้มาถึงบ้านบางระจันก็ได้มีการทำเสื้อและตะกรุดแจกให้กับชาวบ้านเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ซึ่งระหว่างนั้นกองทัพพม่าก็ได้มีการเดินทางใกล้ที่จะมาถึงหมู่บ้านบางระจัน

และหวังว่าจะมีการตีหมู่บ้านบางระจันให้แตกพ่าย ซึ่งชาวบ้านบางระจันเองต่างกันรวมตัวกันและช่วยเหลือกันในการต่อสู้กับกองทัพพม่าซึ่งในตอนนั้นกองทัพพม่าเดินทางมาไม่เยอะจึงทำให้ชาวบ้านบางระจันนั้นสามารถตีกองทัพพม่าแตกพ่ายโดยกองทัพพม่านั้นยังไม่ละความพยายามยังคงมีการทำศึกกับชาวบ้านบางระจันอยู่อีกหลายครั้งจนในที่สุดทางพม่าซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ส่งกองทัพใหญ่มาช่วยกองทัพพม่าที่นี่ทำให้สามารถเข้าทำการโจมตีชาวบ้านบางระจันบางระจันได้ในที่สุด

ซึ่งทางหมู่บ้านบางระจันเองก็ได้มีการส่งคนไปแจ้งกับทางกรุงศรีอยุธยาให้ส่งทหารมาช่วยเหลือหมู่บ้านประจันแต่ทางกรุงศรีอยุธยาเองเนื่องจากมีการทะเลาะกันภายในจึงไม่ได้มีการส่งทหารหรือส่งใครมาช่วยกับทางหมู่บ้านบางระจันเลยส่งเพียงแค่ปืนใหญ่มาให้ 1 กระบอกเท่านั้น ในที่สุดเมื่อไม่มีทหารมาช่วยเหลือและไม่มีอาวุธที่จะไปต่อสู้กับกองทัพพม่าชาวบ้านบางระจัน

จึงได้เสียชีวิตที่หมู่บ้านบางระจันนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่พม่าได้เข้ามาโจมตีหมู่บ้านบางระจันนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นพระอาจารย์ธรรมโชติอีกเลยและหลังจากนั้น 8 เดือนต่อมาก็ทำให้พม่านั้นสามารถไปทำการโจมตีกรุงศรีอยุธยาจนเป็นสาเหตุให้กรุงศรีอยุธยานั้นเสียเอกราชในที่สุดนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

ความหมายของเฉดสี

           แน่นอนว่าหากใครที่ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะการระบายสีแล้วก็เราจะต้องรู้อยู่แล้วว่า 7 สีของเรานั้นมีมากมายหลายเฉดสีด้วยกันแต่แต่ละเฉดสีหรือแต่ละวรรณะของสีนั้นก็จะมีความหมายแตกต่างกันออกไปและแบ่งโทนสีแตกต่างกันออกไป

คนที่ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะป้องจะต้องเข้าใจในเรื่องของเฉดสีให้ดีเพราะสีนั้นถึงแม้จะมีความใกล้เคียงกันแต่ก็คือคนละเชลซีนั่นเองอย่างเช่นสีส้มกับสีส้มอ่อนนี่ก็คือคนละสีไม่ใช่สีเดียวกันดังนั้นเราจะมาดูกันว่าการแบ่งเป็นสีแนวร้อนสีโทนเย็นหรือสีกลางๆนั้นมีการแบ่งเป็นสีอะไรบ้าง

         เราสามารถแบ่งโทนสีได้ออกเป็นสีโทนด้วยกันซึ่งสีโทนนี้ก็จะประกอบไปด้วยสีโทนเย็นหรือที่เราเรียกกันว่าคลูโทน  และสีโทนร้อนที่เราเรียกกันว่า Warm Tone   และสีที่เป็นได้ทั้งคลูโทนและร้อนโทน อยู่ในตัวเดียวกันรวมถึงเราจะมีสีกลางที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนั้นเองเรามาแยกจำแนกเครื่องของเขตสีกันดีกว่าว่ามีสีอะไรบ้างที่อยู่โซนไหน

        สำหรับโทนสีเย็นจะมีอยู่ด้วยกัน 7 สีด้วยกันซึ่งจะมีเป็นโทนสีเหลือง   รวมถึงโทนสีเขียว   โทนสีน้ำเงิน    โทนสีเขียวน้ำเงิน  โทนสีเขียวเหลืองหรือแม้แต่โทนสีม่วงและโทนสีม่วงน้ำเงินซึ่งกรุงศรีเหล่านี้เวลาที่เราใช้ระบายสีแล้วเราจะรู้สึกว่ามันรู้สึกมองแล้วสบายตาสบายใจเป็นสีแบบเย็นตานวลตานั่นเองแต่ไม่ก็ตามถ้าเราเลือกเป็นโทนสีร้อนแล้วก็ค้นสิรอจะได้แก่คนที่มีความร้อนแรงเวลาดูแล้วรู้สึกจะให้ความอบอุ่นความร้อนแรงความฮึกเหิมความสนุกสนาน

ซึ่งโทนสีนี้ก็จะได้แก่แน่นอนว่าต้องมีสีแดงอยู่แล้วแล้วก็จะมีในเรื่องของสีแดงม่วงสีแดงอิฐส้มสีส้มเหลืองสีเหลืองซึ่งสีประเภทนี้นั้นอยู่ในกลุ่มโทนสีร้อนแรงแต่อย่างไรก็ตามเราสามารถที่จะมีสีที่เป็นสีเป็นได้ทั้งสีร้อนแล้วก็สีเย็นอยู่ในกลุ่มเดียวกันนั่นก็คือหากเราเอาสีเหลืองไปไว้กับสีแดงใกล้ๆกันมันก็จะเหมือนกับสีส้มๆไปๆซึ่งมันจะกลายเป็นสีกำลังกายทันที

หรือถ้าเราอยากได้โทนสีที่เป็นสีโทนกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเลยก็คือจะได้แก่ประเภทพวกสีขาวสีดำหรือแม้แต่สีเทาหรือสีน้ำตาลนั่นเองซึ่งถ้าเราเอาสีเหล่านี้ที่เป็นโทนสีกลางไปไว้กับสีไหนก็แล้วแต่ไม่ว่าจะอยู่ในโทนสีร้อนแรง หรือโทนสีเย็น พ่นสีกันก็จะช่วยเสริมให้คนอื่นๆนะโดดเด่นขึ้นมากไปอีกนั่นก็คือความหมายของโทนสีการนั้นเอง

            ดังนั้นเวลาที่เราจะเลือกระบายสีลงในสมุดว่าภาพของเราแล้วก็เราควรจะต้องมีการคำนึงถึงภาพที่เราจะนำมาวาดนั้นว่าเราอยากให้ภาพของเรานั้นออกมาเป็นแนวภาพร้อนแรงหรืออยากได้ภาพของเรานั้นดูเป็นพวกสนุกสนานร่าเริงซึ่งเราสามารถที่จะแต่งแต้มได้จากสิ่งที่เราเลือกถึงแม้ว่าภาพดังกล่าวนั้นอาจจะเป็นภาพที่ดูออกมาเศร้าสร้อยแต่ถ้าเราลงสีที่ไม่ใช่สีที่ดูแล้วเป็นเรื่องเศร้ามันก็จะกลายทำให้ภาพนั้นดูมีมิติและสนุกสนานขึ้นมาได้

 

สนับสนุนโดย  bk8

ปทุมธานี จังหวัดนี้ก็มีที่เที่ยว

ใครเล่าจะรู้ว่าจังหวัดปทุมธานี ที่อยู่ติดใกล้กรุงเทพมหานครฯ เมืองหลวงของเรานี้ มีที่เที่ยวมากมายเช่นกัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่จังหวัดปริมณฑลแต่เพียงอย่างเดียว วันนี้ผมจะพาไปทำความรู้จักที่เที่ยวที่น่าสนใจในปทุมธานีกัน

  1. วัดเจดีย์หอย

จุดเด่นที่น่าสนใจสมชื่อคือเจดีย์ที่เป็นซากหอยโบราณทั้งตัวเจดีย์นั่นเอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 โดยพระครูสุนทร ที่มาของเจดีย์หอยนี้เกิดจากนิมิตของท่านพระครู สมัยธุดงค์ที่ประเทศพม่าที่เห็นที่เจดีย์หอย แล้วหลังจากสร้างที่ดินแห่งนี้เป็นอารามวัดแล้วได้มีการขุดินเพื่อเก็บน้ำรดพืช รดผัก รดสมุนไพร จนได้เจอซากหอยโบราณมากมาย จึงนำมาก่อเจดีย์นี่เอง

ถัดจากวัดแล้วหากท้องหิวก็ไม่ควรพลาดมาแวะชิม

  1. ตลาดอิงน้ำสามโคก

ตลาดแห่งนี้ติดอยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยา มีของกินอร่อยๆมากมาย ทั้งคาวหวาน ขนมไทยโบราณ อาหารท้องถิ่น ด้วยบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำแบบดั้งเดิม ได้ทั้งฟิลล์ชิลๆและอาหารอร่อย เรียกได้ว่าครบสูตร

  1. วัดโบสถ์

สายบุญ ยังไม่จรบทริปง่ายๆ วัดโบสถ์หรือวัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ เป็นที่นิยมมาเที่ยวและสักการะบูชา ตลอดเวลา ตัววัดสร้างในปี พ.ศ.2164 โดยชาวมอญอพยพ เป็นวัดเก่าแก่ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองปทุมธานี

4.ตลาดน้ำรังสิต

ปทุมธานี ก็จะใกล้ๆกับนครนายก ใกล้ๆรังสิต ซึ่งพลาดไม่ได้ที่จะต้องมารองก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต รสชาติถูกปากถูกใจเข้มข้นแน่นอน โดยร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตนี้จะเป็นเรือลำใหญ่ๆ เรียงรายกันตลอดเส้นคลอง 1 ถนนรังสิต-นครนายก เรียกได้ว่าต้องมาลองอย่าพลาด

  1. กระท่อมลุงจรณ์

สำหรับสาย Cactus หรือผู้ที่หลงใหลในการปลูกต้นกระบองเพชร ไม่ควรพลาดมาแวะเวียนเยี่ยมชม กระท่อมลุงจรณ์ ที่จุดเริ่มต้นมาจากแค่ลุงจรณ์หลงรักต้นกระบองเพชร จึงสะสมมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 40 ปี ทำให้มีกระบองเพชรมากมายหลายพันธุ์ ทั้งทั่วไปและพันธุ์หายาก กลายเป็นกระท่อมลุงจรณ์ในทุกวันนี้ ซึ่งการมาที่นี่ จะมาเที่ยวเยี่ยมชมเฉยๆหรือจะซื้อกลับไปบ้านซักต้นสองต้น ลุงแกก็ยินดี รวมทั้งอาจจะได้คำแนะนำในการเลี้ยงแบบละเอียดจากลุงเค้าด้วยครับ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

โมเสส,Moses เมื่อโตขึ้นได้รู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์

ซึ่งโชคชะตาค่อนข้างที่จะลิขิตอยู่พอสมควร โดยเด็กคนนี้ที่ได้มีการถูกปล่อยให้ได้ลอยนำไปตามแม่น้ำไนล์ไปซึ่งก็ได้ถูกพบเจอในเวลาที่ไม่นาน

และ คนที่ได้พบเจอก็คือลูกสาวของฟาโรห์ในอียิปต์ในยุคนั้นและด้วยความสงสารที่ได้เห็นเด็กแรกเกิดร้องไห้อยู่ ลูกสาวของฟาโรห์จึงได้นำเด็กคนนี้นำเอาขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วก็ได้รับเลี้ยงเอาไว้ให้เป็นลูกบุญธรรม

และพร้อมกับได้ตั้งชื่อว่า โมเสส นั่นเอง นอกจากนี้ในระยะเวลาต่อมาที่ โมเสส นั้นได้โตขึ้นมาเขาก็ได้รับรู้กับความเป็นจริงว่าเขานั้นไม่ใช้ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์ในอียิปต์และได้รับรู้ตัวเองว่าเป็นคนชาวฮิบรูตนได้มีความรู้สึกโกรธและก็ได้หนีออกจากพระราชวังและในช่วงที่ได้ออกมาจากพระราชวัง

เขาก็ได้เห็นเพื่อที่เป็นชาวฮิบรูที่ได้เป็นทาสอยู่นั้นที่ได้ถูกกดขี่ข่มเหงใช้งานและถูกทรมานจากคนของฟาโรห์และด้วยความโกรธเขาก็เลยได้มีการต่อสู้กับคนที่ได้ดูแลทาสและได้สังหารคนๆนั้นก่อนที่ตนนั้นจะตัดสินใจหนีออกจากเมืองอียิปต์ไปในตอนนั้น และ หลังจากที่ โมเสส ได้หนีออกจากอียิปต์ไปได้สักพักหนึ่งปรากฎว่า โมเสสก็ได้ไปพบกับพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่ง

โดยในพื้นที่ตรงนั้นตามข้อมูลได้มีชื่อเรียกว่า มิเดียน,Midianและพื้นที่  มิเดียน ตรงนั้น โมเสสเองก็ได้พบกับพระผู้เป็นเจ้าที่ได้แสดงออกมาในรูปลักษณะของไฟที่มันกำลังได้เผาไหม้ต้นไม้อยู่แต่ต้นไม้ต้นนั้นไม่มอดและก็โครนลงมา ซึ่งตรงจุดนี้มันเป็นอะไรที่มันน่าสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่เรื่องต้นไม้ที่ไฟไหม้แต่มันไม่โครนล้มรวม

ไปถึงเรื่องของต้นไม้ที่มันสามารถพูดคุยกับโมเสสได้แต่ในตามหลักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกว่าเขาพิสูจน์ได้แล้วเรื่องหนึ่งเรื่องก็คือเรื่องของต้มไม้ไฟไหม้แต่ไม่โครนไม่ล้มนั้นเอง โดยทางวิทยาศาสตร์เขาได้คาดการณ์เอาไว้ว่าตรงพื้นที่ มิเดียนที่ได้พูดถึงตรงจุดนี้มันหน้าจะเป็นพื้นที่บริเวณของภูเขาไฟที่มันยังไม่หยุดประทุและมีการปล่อยก๊าซที่ติดไฟง่าย

ออกมาอยู่เรื่อยๆและเมื่อมีก๊าซที่มันติดไฟง่ายๆอยู่บริเวณโดยรอบบวกกับอากาศที่ร้อนจัดมันเลยทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดประกายไฟหรือว่าติดไฟไหม้ขึ้นมาในบางจุดของพื้นที่ตรงนั้นที่มันมีสิ่งของที่มันสามารถจุดไฟติดได้และบริเวณตรงนั้นมันมีต้นไม้อยู่เขาเลนคาดการณ์ว่าตรงส่วนนี้มันน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้ต้นไม้ติดไฟแต่ไม่มอดและไม่ล้มนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน จ่ายจริง

ตำนานอาถรรพ์อิฐเก่า

 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2561 ณสำนักงานใหญ่ของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับพัสดุที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแกะห*บห่อพัสดุดังกล่าวก็พบว่าด้านในพัสดุนั้นมีเศษซากอิฐประมาณ 3 ชิ้นด้วยกันอยู่ในนั้น ซึ่งขนาดของอิฐจำนวน 3 ชิ้นนั้นไม่ได้ใหญ่มากนักเท่าไหร่

และนอกจากเจ้าหน้าที่จะพบเศษซากหินในกล่องพัสดุแล้วยังมีจดหมายที่แนบมาด้วยเป็นรายมือภาษาไทย ซึ่งในรายละเอียดของจดหมายนั้นผู้เขียนได้มีการขอความกรุณาให้ทางเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนนั้นไปไว้ที่วัดใดวัดหนึ่งก็ได้ โดยให้นำก้อนหินทั้ง 3 ก้อนอิฐนี้ไปไว้ที่วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งในจดหมายมีการเล่าว่ามีชาวต่างชาติได้นำก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนนี้ไปจากวัดในพระนครศรีอยุธยาแล้วนำเอาไปที่ต่างประเทศแต่หลังจากที่พวกเขาได้นำก้อนอิฐไปที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้วคนที่เอาไปนั้นก็อยู่ไม่เป็นสุข ทำให้พวกเขานั้นจำเป็นต้องส่งคืนก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนเหล่านี้กลับคืนมาให้กับประเทศไทยโดยคนที่จะส่งมานั้นหวังว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จะช่วยดำเนินการนำก้อนอิฐไปคืนที่วัดให้ ซึ่งหลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับเอกสารตรงนี้ก็มีการนำข้อมูลเหล่านี้ส่งต่อไปยังการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากสำนักงานการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งนี้ครั้งแรกเท่านั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

ที่มาจากทางโซนเอเชียหรือแม้แต่โซนยุโรปเองก็ตามมักจะมีการนำก้อนหินภายในบริเวณวัดออกไป ซึ่งชาวต่างชาติเหล่านี้มักจะอยากลองของว่าหากนำสิ่งของที่เป็นของโบราณออกจากวัดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการนำของที่เป็นของโบราณชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างเช่นก้อนหินก้อนอิฐที่คิดว่าเป็นของโบราณในสมัยเก่านำติดตัวไปด้วย

และใครก็ตามที่ได้นำซากหินโบราณนี้กลับไปด้วยก็มักจะเจอกับเรื่องแปลกประหลาดจนไม่สามารถอยู่ได้ในที่สุดก็จะต้องมีการนำก้อนหินก้อนนั้นกลับมาคืนที่เดิมทุกครั้งไป ซึ่งการส่งวัสดุกลับคืนมานั้นบางครั้งก็มีการนำมาส่งด้วยตนเองก็มีแต่หลายคนที่นำก้อนหินไปแล้วนำกลับมาคืนพวกเขาไม่เคยมาเล่าให้ฟังเลยว่าพวกเขาไป

เจอเหตุการณ์อะไรถึงทำให้เปลี่ยนใจได้นำก็เห็นเหล่านั้นกลับคืนมาไว้ที่เดิม  ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่นำก้อนหินไปแล้วเอามาคืนนั้นต่างก็จะพูดเหมือนกันหมดว่าขอโทษและจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วแต่ไม่เคยบอกว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องมาขอโทษและพูดว่าจะไม่ทำอีกนั้นพวกเขาไปเจอเรื่องราวอะไรมา 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1

พบหลักฐานข้อสรุปการสร้างพีระมิดจาก ปาปีรุส

สำหรับทฤษฎีนี้มันก็ได้มีหลายๆคนรวมถึงตัวเราด้วยก็ได้ตั้งข้อสงสัยบางอย่างขึ้นมาว่ามันเป็นไปได้100%หรอว่าทฤษฎีตรงจุดนี้มันจะใช้ได้ ซึ่งในมุมส่วนตัวขอเรานั้นคือในการที่จะใช้น้ำนั้นลากหินมาหรือในการที่จะใช้น้ำเพื่อนำเอาหินมาซึ่งตรงจุดนี้เราคิดได้ว่ามันก็ยังเป็นไปได้สูงเพราะว่าตามข้อมูลที่เราได้ทำการศึกษามา

ซึ่งเขายังได้บอกอีกว่าพีระมิดคูฟูนั้นมันได้อยู่หางจากแม่น้ำไนล์เพียงแค่2กิโลเมตรจากนั้นก็ได้มีการค้นพบรูปภาพทางน้ำที่มันได้มีการเชื่อมต่อไปยังพีระมิดอีกด้วย ซึ่งตรงจุดนี้ส่วนแรกเลยเราคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ ส่วนเรื่องของที่มีส่วนตรงจุดพักน้ำเพื่อที่จะใช้แรงดันน้ำเพื่อที่จะส่งหินขึ้นไปตรงนี้ได้มุมมองของเรา เราได้มองว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยาก ซึ่งถ้าหากเราลองมองในโลกแห่งความเป็นจริงดูบ้าง บนโลกของเรานั้นมันได้มีแรงกดโน้มถ่วงที่มันได้พักทุกอย่างลงมาแน่นอนเลยว่าที่แรงดันน้ำมันจะพุ่งดันน้ำขึ้นไปบนที่สูงๆของพีระมิดได้

และไหนจะเรื่องของการค้นหาหลักฐานที่เกี่ยวๆกับรอบๆพีระมิดมันไม่ได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ณ ปัจจุบันนี้ที่สามารถบ่งบอกได้เลยว่าได้มีการขุดคูน้ำรอบๆพีระมิดเลยมันมีแต่ภาพทางน้ำที่ได้มีการค้นพบเพียงเท่านั้นเองซึ่งตรงนี้เราได้มองจุดในเรื่องของการใช้น้ำดันหินให้ขึ้นไปอยู่ในชั้นสูงมันน่าจะเป็นไปได้ยากมากๆแต่จะบอกว่าใน ทฤษฎีแรกที่เขาได้บอกว่าในการใช้น้ำหรือขุดร่องน้ำ

เพื่อที่จะใช้น้ำในการพาหินมาซึ่งเราคิดว่ามันยังคงเป็นไปได้และล่าสุดในปัจจุบันเขาได้มีการค้นพบกระดาษปาปีรุสที่ได้มีการบันทึกในเรื่องของการจัดสร้างพีระมิดเอาไว้ด้วย นอกจากนี้สำหรับกระดาษปาปีรุสนั้นถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจมันก็จะคล้ายๆกับศิลาจารึกในประเทศไทยนั่นแหละแต่มันได้เป็นการจารึกทางฝั่งของอียิปต์ในยุคนั้นนั่นเองและที่สำคัญก็คือปัจจุบันได้มีนักโบราณคดีพยายามที่จะแกะรหัสจากปาปีรุสใบนี้และได้สรุปความเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพีระมิดเอาไว้ได้แล้วนั้นและทฤษฎีได้เรื่องของการใช้น้ำจากแม่น้ำไนล์มาช่วยในการขนย้ายหินเป็นจริง

แต่วิธีการไม่นำหินผูกเอาไว้กับเสื่อผูกเอาไว้กับหนังสัตว์และปล่อยให้มันลอยน้ำหรือแม้แต่การขุดร่องน้ำรอบๆฐานพีระมิดตรงจุดนั้นมันไม่มีเลย ถ้าจะเอาตามข้อมูลล่าสุดที่เราได้ไปศึกษามาเข้าได้ขอสรุปจากปาปีรุสเอาไว้ว่าในสมัยก่อนแม่น้ำไนล์มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆปีทั้งเรื่องของเส้นทางของน้ำและน้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  sagame

เรื่องเล่าใน ตำนานซินเดอเรลล่า 

สาวคนหนึ่งแต่งงานกับเศรษฐีคนนึงทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันมีนามว่าซินเดอเรลล่าแต่ไม่นานแม่ของซินเดอเรลล่าก็ป่วยและตายจากเธอไปชายคนนั้นต้องการที่จะแต่งงานใหม่บ่ได้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ร่ำรวยและมีลูกติดอยู่ 2 คนหลังจากนั้นไม่นานพ่อของเธอเสียชีวิตไป

แม่เลี้ยงของเธอก็ได้สั่งให้เธอเป็นทาสรับใช้ให้เธอทำนู่นทำนี่ให้อาหารม้าอาหารไก่อาหารแมวทุกอย่างสารพัดระหว่างที่พี่ๆแนะนำเลี้ยงใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยแค่เพียงชี้นิ้วสั่งเธอเท่านั้นก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการมีอยู่วันหนึ่งซินเดอเรลล่าเดินทางที่ตลาดเพื่อซื้อของมาทำอาหารให้กับพี่และแม่เลี้ยงเธอก็พบกับมหาดเล็กคนนึงประกาศว่าเจ้าชายจะทำการเลือกหญิงสาวเพื่อที่จะมาแต่งงานกับตัวเองซึ่งงานจะจัดขึ้นในอีก 1 วันต่อมาหลังจากนั้นก็เดินทางกลับบ้านไป 1 ชั่วโมงผ่านมา

มหาดเล็กคนที่ประกาศขายก็แนะนำจดหมายเชิญมาที่บ้านของเธอนั้นจากนั้นเธอรีบวิ่งไปหาพี่ๆและแม่เลี้ยงพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เธอได้เจอและโชว์บัตรเชิญเธอบอกว่าเธอขอไปด้วยได้ไหมแม่เลี้ยงก็ตอบตกลงแต่เธอต้องทำงานบ้านให้เสร็จพร้อมกับหาชุดใส่เองด้วยซึ่งเธอตอบตกลงและรีบทำงานบ้านและเมื่อทำงานบ้านเสร็จพี่ๆและแม่เลี้ยงของเธอก็พยายามหางานมาให้เธอทำตลอด

เวลาจนเธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเตรียมชุดเมื่อหนูพี่ซินเดอเรลล่าเลี้ยงไว้เห็นว่าเธอถูกแกล้งและไม่มีเวลาเตรียมชุดพวกมันจึงเตรียมชุดขึ้นมาจากเศษผ้าและสิ่งของที่พี่สาวของซินเดอเรลล่าทิ้งไว้ที่พื้นตกเย็นรถม้าก็มารับพี่ๆทุกคนที่อยู่ในบ้านเพื่อไปงานเธอไม่สามารถที่จะไปได้เนื่องจากไม่มีชุดเจ้าหน้าที่ของเธอกำลังจะลงไป

แต่หลังจากนั้นเธอก็พบกับชุดทีหนูที่เธอเลี้ยงทำให้เธอรีบใส่ชุดและรีบลงบันไดไปเพื่อที่จะไปขึ้นรถมากับครอบครัวของเธอแต่เมื่อครอบครัวของเธอเห็นก็อิจฉาเธอมากเพราะชุดของเธอสวยงามมากพวกเขาจึงนำกรรไกรมาตัดชุดของเธอจนยับเยินเธอเสียใจมากเราวิ่งไปที่หลังบ้านจับนางฟ้าแม่ทูนหัวเธอมีชุดสวยและมีรถม้ากำชับเธอว่าจะต้องใช้เวลาก่อนเที่ยงคืน

ถ้าเที่ยงคืนแล้วมันก็จะหมดเธอดีใจมากและรีบเดินทางไปที่งานเลี้ยงฉันทีและเมื่อไปถึงเธอก็ได้เต้นรำกับเจ้าชายเนื่องจากเจ้าชายหลงรักเธอมากแต่เมื่อเวลาตีบอกเที่ยงคืนเจ้าชายก็กำลังจะถามชื่อเธอแล้วเธอก็วิ่งหนีไปรองเท้าของเธอหลุด

แต่มันก็ไม่ทำการเธอจะหนีกลับบ้านไปเช้าวันต่อมาเจ้าชายหรือประกาศตามหาเจ้าของ มาถึงบ้านของคุณโดเรล่าทุกคนในบ้านของซินเดอเรลล่ารองเท้ากันหมดไม่มีใครใส่รองเท้าได้เลยดังนั้นใครก็มองไปที่ซินเดอเรลล่าและสั่งให้เธอลองใส่รองเท้าซึ่งเธอก็สามารถที่จะใส่ได้อย่างพอดิบพอดีเจ้าชายจึงแต่งงานกับเธอแล้วเธอก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 mobile