Category วิทยาศาสตร์

พายุทอรร์นาโด ในรูปแบบซูเปอร์โซนิค

ซึ่งทางนักดาราศาสตร์เขาก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าหลุมนั้นมันได้เกิดขึ้นมาจากอะไรแต่ก็ได้เชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นโดยบางสิ่ง ซึ่งมันอาจจะเป็นถ้ำที่อยู่ใต้ดินขนาดใหญ่หลังจากนั้นเมื่อการเวลามันได้ผ่านพ้นไปมันก็ได้ทำให้พื้นผิวดินที่อยู่ด้านบนได้ถล่มลงมา

พื้นผิวที่ได้ผิดปกติ

สำหรับรูปภาพนี้ก็ได้ถูกถ่ายเอาไว้ในปี2017ด้วยกล้องเธอมิส ซึ่งมันก็ได้เป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพความร้อนที่มันได้ถูกติดตั้งเอาไว้อยู่บนยานมาร์ส์ออดอสซีย์มันก็ได้ปรากฎเป็นรูปภาพรอยเลื่อนตามขวางที่ดูผิดปกติ ซึ่งมันได้ปรากฎขึ้น เมื่อหินที่พื้นผิวของดาวอังคารนั้นมันได้เกิดแตกออกและมันก็ได้เคลื่อนตัวสวนผ่านกันและกัน โดยสิ่งนี้มันอาจจะสามารถนำเอามาสนับสนุนข้อมูลล่าสุดของยูซีแอลเอที่เขาได้สันนิษฐานกันว่า พื้นผิวของดาวอังคารนั้นมันอาจจะอยู่ในระหว่างเริ่มต้นของการแยกตัวของแผ่นธรณีภาคและ

ซึ่งมันก็จะได้ความหมายความว่าบนดาวอังคารนั้นมันอาจจะมีการเกิดแผ่นดินไหวและมันอาจจะมีความเป็นไปได้ที่มันจะเกิดขึ้นในทุกๆล้านปีหรือมันอาจจะมากไปกว่านั้นมันก็อาจจะเป็นผลก็ได้ นอกจากนี้สำหรับการที่มันจะแยกตัวออกจากแผ่นธรณีภาคนี้ที่มันได้เป็นลักษณะที่ดูคล้ายกันกับโลก โดยมันอาจจะเชื่อได้แน่นอนเลยว่ามันอาจจะเป็นพื้นที่ที่ชุ่มน้ำ

ที่มันได้อยู่ลึกลงไปที่ใต้พื้นผิวของดวงดาวอีกทังมันยังได้มีการปรากฎการณ์ที่เคลื่อนตัวนี้มันก็อาจจะเป็นหลักฐานที่เรียกว่ามันจะมีการหลอมละลายของแกนดาว ซึ่งมันก็ยังได้เป็นข้อมูลที่จะสามารถบ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งดาวอังคารมันได้เคยมีการจักสร้างในส่วนของสนามแม่เหล็กที่มันอาจจะคอยปกป้องอารยธรรมของสิ่งที่มันได้มีชีวิตมาก่อนที่เราทุกคนนั้นอาจจะยังไม่เคยได้รับรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อนซึ่งมันอาจจะเป็นปรากฎการณ์ของพื้นผิวโลกนั้นมันได้เคลื่อนตัวอย่างผิดปกติ

ซูเปอร์โซนิค ทอร์นาโด

พีเทอร์ โชล์ทส์ ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ก็ได้ทำการศึกษารู้ภาพอินฟราเรด ที่ได้ถ่ายเอาไว้ได้จากยานมาร์ส์ออดิสซีย์ ซึ่งภาพนี้เขาก็ยังได้มองสังเกตเห็นแล้วว่าลักษณะที่มันได้เป็นเส้นสว่างของความร้อนนั้นที่มันได้แผ่ออกมาจากหลุมที่ถูกอุกกาบาตพุ่งชน โดยโชล์ทส์ได้อธิบายว่าจากรูปภาพอินฟราเรดก็จะเห็นได้ถึงความสว่างที่มันดูแตกต่างกัน ซึ่งจะเห็นความร้อนได้ชัดเจนในจุดที่ไม่มีฝุ่นดินหรือทรายปกคลุมจากการวิจัยได้มีการสันนิษฐานว่าในขณะที่อุกกาบาตได้พุ่งเข้าชนที่บริเวณนั้นมันก็ได้ทำให้เกิดพายุทอรร์นาโด ในรูปแบบซูเปอร์โซนิคที่มีความเร็วของลมมากกว่า500ไมล์/ชั่วโมง

 

สนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

อุกกาบาตตกที่ทะเลมันจะเจออะไรขึ้น?

โลกของเราเคยมีอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่เคยมีขนาดเทียบเท่ากับประเทศๆหนึ่งหรือทวีปเล็กๆทวีบหนึ่งเลยเข้ามาชนโลกถึง5ครั้งด้วยกันโดยครั้งแรกและครั้งที่สองได้เกิดขึ้นในแทบแอฟริกาและแคนาดาเมื่อประมาณ2.02พันล้านปีกับ1.85พันล้านปีก่อน โดยจุดบริเวณที่อุกกบาตตกตามบันทึกเขาได้บอกว่าตกบนพื้นดินมันเลยไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับสิ่งมีชีวิตอะไรมากมาย

เพราะถ้าเกิดเราเปิดภาพของสิ่งมีชีวิตมาในยุคประมาณ1.85พันล้านปีก่อนกับ2.02พันล้านปีเราจะเห็นว่าในยุคนั้นมันคือยุคแรกเริ่มของสิ่งมีชีวิตก็คือเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือแบคทีเรียอยู่เลยและแบคทีเรียในยุคนั้น

เขาได้อาศัยอยู่ในน้ำมันเลยเป็นหนึ่งจุดที่โชคดีว่าสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มไม่ได้ถูกล้างไปในยุคนั้นและเหตุการอุกกาบาตพุ่งชนโลกครั้งที่สามเป็นครั้งยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้อุกกาบาตในครั้งที่สามได้มีชื่อว่าChicxulub Craterที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ65ล้านปีก่อนและถ้าเราเปิดภาพไทม์ไลน์ชีวิต65ล้านปีก่อนมันคือยุคครีเทเชียสก็คือยุคไดโนเสาร์นั้นเอง

และที่โชคร้ายกว่านั้นคืออุกกาบาตลูกนี้มีขนาดของหลุมอุกกาบาตใหญ่ถึง240กิโลเมตรและจุดตกของอุกกาบาตได้ไปตกที่ข้ามมหาสมุทรที่เม็กซิโกหรือว่ามันตกลงไปในทะเลนั่นเองและจากเหตุกาณ์ที่อุกกาบาตได้ตกลงไปที่ทะเลครั้งนี้มันเลยทำให้สิ่งมีชีวิตกว่า95%บนโลกได้สูญพันธ์ไปจนหมดเลย ซึ่งพอเราได้ฟังตรงนี้

มาเราก็เลยได้ตั้งคำถามกับอาจารย์ว่าแล้วระหว่างอุกกาบาตตกลงบนพื้นกับอุกกาบาตตกลงทะเลมันต่างกันยังไงอาจารย์เขาก็เลยได้พูดเปรียบเปรยว่าเราลองนึกสภาพถ้าเราลองมีแก้วน้ำหนึ่งใบที่มีน้ำเต็มแก้วแล้วเราลองเอาก้อนหินโยนลงไปในแก้วน้ำมันจะเกิดอะไรขึ้นแน่นอนน้ำมันก็จะล้นออกมาจากแก้วนั่นคือลักษณะเดียวกันกับอุกกาบาตพุ่งชนโลก

และได้ตกลงสู่ทะเลอย่างแรกเลยมันจะทำให้เกิดสินามิครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถตีได้เลยว่าความเสียหายมันจะมากน้อยเพียงใดเพราะอุกกาบาตที่มันได้ตกลงมามันได้มีความใหญ่ของหลุมกว่า240กิโลเมตรและถ้าเกิดมันตกลงไปที่ทะเลมันก็จะสร้างคลื่นสูงมากๆที่มันอาจจะทำให้น้ำท่วมโลกในครั้งนั้นเลยก็ว่าได้และอย่างที่สองที่มันได้ตามมาก็คืออุณหภูมิของน้ำมัน

จะสูงขึ้นอย่างเฉียบพลันเพราะอุกกาบาตที่มันได้ตกมายังโลกมันจะต้องผ่านชั้นบรรยากาศลงมาและมันจะต้องเกิดการเผาไหม้อุณหภูมิที่มันได้ผ่านชั้นบรรยากาศมาเป็นพันเป็นหมื่นองศาพอมันตกลงมาที่น้ำทะเลมันจะทำให้น้ำทะเลบริเวณกว้างได้เปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลันและทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถที่จะอยู่ได้

 

สนับสนุนโดย  rb88

ทฤษฎีที่บอกว่าวันสิ้นโลกใกล้เข้ามาถึงแล้วในไม่นานนี้

สำหรับทฤษฎีที่เกี่ยวกับโลกแตกจริงๆแล้วมันได้มีมาตั้งแต่ช่วงประมาณ8-10ปีที่แล้วได้ถ้าหากว่าใครจำได้ลองย้อนกลับไป เมื่อในปี2010 ก็ได้มีทฤษฎีเกิดขึ้นมาว่าในปี2012โลกจะแตกจะเกิดอุบัติภัยจะเกิดความวิบัติต่างๆบนโลกไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟระเบิดแผ่นดินไหวน้ำท่วมเกิดสินามิทั่วโลกจนทำให้พื้นดินกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้จมไปอยู่ใต้ท้องทะเลและพื้นที่บางส่วนของโลก

ใหม่ก็เกิดขึ้นมาที่เขาเคยบอกว่าตรงพื้นที่แทบแอฟริกาจะโพล่ขึ้นมาแต่ตรงพื้นที่ตรงแทบเอเซียจะยุบลงไปในส่วนหนึ่งอันนี้มันก็ได้เป็นทฤษฎีเมื่อประมาณ10ปีที่แล้ว ซึ่งถามว่าปี2012โลกแตกจริงมั้ยมัน ซึ่งมันไม่แตกหรอกแต่ว่ามันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างและเราจะย้อนกลับไปดูก่อนแล้วกันว่าทฤษฎีเมื่อในปี2010ว่ามันเป็นยังไง

และอันนี้มันได้เป็นทฤษฎีที่เราค้นหามาหากผิดประการใดขอโทษด้วยแล้วกัน คือเราย้อนกลับไปเมื่อในปี2010 ก็ได้มีทฤษฎีที่เรียกกันว่าปฏิทินเผ่ามายาหมด ก็คือจะเป็นวันสิ้นโลก ถ้าพูดถึงเผ่ามายา  เผ่ามายานั้นได้เป็นชนเผ่าโบราณเผ่าหนึ่งที่มีการคาดคเณมีการพยากรของโลกได้แม่นย้ำมากที่สุดในขณะสมัยก่อนมันก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีใดๆที่ทันสมัยมีแต่การคาดเดาและการพยากรล้วนๆ

แต่ทำไมชนเผ่ามายาถึงได้คาดเดาวันที่โลกหมุนรอบตัวเองหรือโลกของเราในระยะเวลาหนึ่งปีได้มีจำนวนวันเท่าไหร่เป็นหน่วยถึงสี่ตำแหน่ง ซึ่งมันแปลกมากแค่ได้เทียบกันกับในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ได้มีการค้นคว้าว่าในหนึ่งปีโลกของเรามันจะมีการหมุนรอบดวงอาทิตย์ก็คือมันจะมีอยู่กี่วันและได้คำนวณออกมาและได้มีความตรงร้อยเปอร์เซน

ซึ่งปฏิทินเผ่ามายาได้หมดลง เมื่อปี2012 คนก็เลยแตกต่างกันคิดว่ามันจะเป็นวันสิ้นโลกหรือเปล่าเพราะว่าในช่วงนั้นได้มีอุถกภัยมีภัยธรรมชาตเข้ามาหนักมากและมีอยู่หนึ่งบุคคลที่ได้อ้างตัวว่าตายแล้วฟื้นใหม่ได้มีพลังวิเศษที่สามารถเห็นโลกในอนาคต ซึ่งตนก็ได้บอกว่าเขาสามารถเห็นภาพในสิ่งที่เขาคิดจากการที่เขาได้หลับแล้วเขาก็จะได้เห็นสิ่งๆนั้น

หรือเขาได้ยืนอยู่ที่สูงๆแล้วเขามองลงมาและเขาก็จะเห็นพื้นที่อนาคตตรงนั้นว่ามันเป็นยังไง ซึ่งเขาได้ขึ้นไปอยู่บนยอดจุดสูงสุดไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรืออะไรก็แล้วแต่หลายที่จนเขาได้มองลงมาแล้วได้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ได้มีการเปลี่ยนไปจนหน้าตกใจเพราะสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือหลายๆพื้นที่ได้จมลงสู่ใต้ท้องทะเล

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8