Category ประวัติศาสตร์

ตำนานของสงครามเย็นที่เกิดจากความขัดแย้งกับโลกเสรีนิยมกับสังคมนิยม

เมื่อถึงคริสต์ราช1945 สงครามโลกครั้งที่2ได้สิ้นสุดลงแต่มันได้เป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดความขัดแย้งและความเกลียดชังที่ได้กินเวลายาวนานถึง44ปีนั้นคือสงครามเย็น ซึ่งสงครามเย็นนั้นได้เกิดมาจากความขัดแย้งระหว่างโลกเสรีนิยมนำโดย “สหรัฐอเมริกา” และโลกสังคมนิยมนำโดย “สหภาพโซเวียต” 

ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้พยายามที่จะขยายอำนาจและอิทธิพลออกไปเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมีอิทธิพลเหนือกว่าฝ่ายของตนเองแต่ทั้ง2ประเทศกลับไม่ได้ประกาศสงครามใส่กันตรงๆเพียงแต่สนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “สงครามตัวแทน”ขึ้นมาและประเทศไทยได้รับผลกระทบมาจากสงครามนี้ ในปีคริสต์ศักราชปี1950

ได้เกิด ”สงครามเกาหลี” ขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือนำโดย คิม อิล ซ็อง ที่ได้รับการสนับสนุนโดย จีนและสหภาพโซเวียต เกาหลีใต้นำโดย ซิงมัน รี ที่มี สหรัฐอเมริกากับสหประชาชาติสนับสนุนอยู่

ซึ่งในช่วงแรกของสงครามฝ่ายใต้ไม่สามารถต้านทานการบุกจากฝ่ายเหนือได้ส่งผลให้กองกำลังฝ่ายใต้แทบ จะถูกผลักตกทะเลลงไปทางสหประชาชาติได้ประกาศขอให้เหล่าประเทศสมาชิกเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย ซึ่งประเทศไทยในยุคนั้นได้ตอบรับคำร้องขอและจัดตั้ง “กรมผสมที่21” ขึ้นพร้อมออกเดินทางในวันที่22กันยายน ค.ศ.1950 เมื่อกรมผสมที่21ได้ไปถึงประเทศเกลาหลีใต้ในวันที่22ตุลาคม ค.ศ.1950 สงครามเกาหลีก็ได้เริ่มทวีมีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้นทางฝ่ายใต้ก็ได้เริ่มดันแนวรบกลับขึ้นมาถึงเส้นขนานที่38ได้

แต่จีนที่ช่วงแรกได้สนับสนุนอยู่แนวหลังให้เกาหลีเหนือกลับเข้าร่วมสงครามอย่างเต็มรูปแบบจึงได้ทำให้สหประชาชาติต้องรับมือกับการรุกคืบจากทหารจีนอย่างเต็มอัตตรายศึกในทุกแนวรบและได้นำไปสู้วีรกรรมของทหารไทยนั้นก็คือ “การสู้รบที่เขาพอร์คชอพ” การสู้รบที่ เขาพอร์คชอพฝ่ายข้าศึก

ซึ่งเป็นทหารจีนบุกขึ้นมา3ละลอกฝ่ายไทยถึงแม้จะมีกำลังน้อยกว่าถึง1ต่อ5แม้ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายติดลบตลอดวันตลอดคืนและถึงแม้ว่าการสู้รบจะกินเวลายาวนานมากถึง11วันฝ่ายไทยก็สามารถต้านทานการบุกเอาไว้ได้จนได้รัยฉายาว่า “พยัคฆ์น้อย “ ในขณะเดียวกันในปีคริสต์ศักราช 1955ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเหมือนกัน ซึ่งก็คือ “สงครามเวียดนาม” ระหว่างเวียดนามเหนือ

นำโดย โฮจิมินห์ และมีจีนกับสหภาพโซเวียตหนุนหลังอยู่ เวียดนามใต้นำโดย โง ดิ่ญ เสี่ยม ที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังอยู่เพราะ “ทฤษฎีโดมิโน” ที่ทำให้เชื่อว่าหากประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นฝ่ายสังคมนิยมจะทำให้ประเทศอื่นๆเป็นสังคมนิยมไปด้วยสหรัฐอเมริกาจึงไม่อาจอยู่เฉยได้เลยพยายามส่งกำลังมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในระหว่างสงครามทางเวียดนามใต้รู้ดีว่าไม่อาจต้านทานเวียดนามเหนือได้จังได้ขอความช่วยเหลือจากโลกเสรีนิยมทั้งทางเศรษฐกิจและกำลังทหาร

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดาวน์โหลด

เหตุการณ์ประหลาดที่ถูกจับภาพเอาไว้ได้

เหตุการณ์ประหลาดที่ถูกจับภาพเอาไว้ได้ในระหว่างภารกิจเอสทีเอส-115

เหตุการณ์เทเธอร์

ภารกิจของกระสวยอวกาศของนาซาครั้งที่75ที่ได้เป็นการร่วมมือกันในระหว่างของโครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกาและอิตาลีและด้วยการขนส่งในระบบของดาวเทียมของเทเธอร์ โดยมันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นการตรวจสอบแหล่งของพลังงานใหม่ของยานอวกาศและเข้าทำการศึกษาชั้นบรรยากาศชั้นสูงของโลก ซึ่งในวันที่25 กุมภาพันธ์ ปี1996

หลังจากที่ลูกเรือของยานอวกาศโคลัมเบียก็ได้ เริ่มทำการปล่อยดาวเทียมเทเธอร์ที่โยงกับสายเคเบิล โดยมีความยาวประมาณ20กิโลเมตร ซึ่งเทอเธอร์ สามารถจับภาพวีดีโอนี้ไว้ได้ในขณะที่ดาวเทียมที่กำลังจะเคลื่อนตัวออกจากกระสวยอวกาศ รูปภาพฟุตเทจนี้ แสดงถึงบางสิ่งที่มีลักษณะเป็นแท่งอีกทั้งยังมีแสงที่ไม่สามารถอธิบายได้ รายล้อมอยู่รอบมันทางนาซา

ก็ได้มีการสรุปลายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจหลังจากนั้นแต่มันก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงวัตถุประหลาดที่ปรากฎอยู่ในวีดีโอแต่อย่างใดและทางด้านลูกเรือนามว่า แฟรงคลิน ชาง-ดิแอซ ได้อธิบายถึงที่ลอยไปมาอยู่โดยรอบแท่งดังกล่าวว่า “มันได้เป็นเศษบางอย่างที่มันได้มีขนาดเล็กที่มันได้ล่องลอยไปพร้อมกับพวกเราแต่จนได้มาถึงในปัจจุบันมันก็ยังไม่ได้มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่าวัตถุที่เขาได้พบเห็นในเหตุการณ์นี้มันคืออะไรกันแน่

ภารกิจเอสทีเอส-115

กระสวยอวกาศแอตแลนทิสของ นาซา กับภารกิจSTS-115ที่เกิดขึ้นในปี2006ก็ได้ทำให้ได้พบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดและสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้หลายเหตุการณ์เช่นภาพของฟ้าผ่าที่รุนแรงมากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ซึ่งได้ผ่าลงมาบนยอดของฐานปล่อยจรวดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดาหลังจากที่ภารกิจถูกเลื่อน

เนื่องจากว่าได้เกิดเหตุพายุเฮอร์ริเคนเออร์เนสโตสุดท้ายจรวดก็สามารถถูกส่งออกไปสู่อวกาศได้สำเร็จและเมื่อได้ไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติก็ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอร์รี่ใหม่ก่อนจะเตรียมตัวกลับสู่โลกแต่ในขณะตรวจสอบภาพที่ถ่ายได้ด้วยกล้องที่ติดอยู่กับยานลูกเรือสังเกตเห็นวัตถุบินปริศนาที่โคจรอยู่ในระหว่างยานแอตแลนทิสและโลกแต่ด้วยภาพที่มีคุณภาพต่ำจึงไม่สามารถระบุได้ว่า สิ่งนั้นคืออะไรและยังได้พบเจอวัตถุปริศนาอีกมากมายดังเช่นภาพนี้

ซึ่งถูกพบโดยลูกเรือทาวิศวกรของนาซา เชื่อว่าวัตถุปริศนาในภาพนั้นมันอาจจะไม่ใช่อันเดียวกันกับสิ่งที่เคยถ่ายเอาไว้ได้ก่อนหน้าหลังจากที่ภารกิจที่ได้มีการตรวจสอบจึงได้พบกับสิ่งที่ประหลาดเพิ่มเติมมันคือการที่กระสวยอวกาศชนเช้ากับอะไรบางอย่างในขณะที่จรวดกำลังทะยานขึ้นสู่อวกาศและต่อมาจึงได้พบรูขนาดเล็กที่ปรากฎอยู่ด้านข้างของแอตแลนทิส ซึ่งได้เชื่อว่ามันเกิดมาจากเศษของสะเก็ดดาวที่มาชนกับยาน

 

สนับสนุนโดย  สูตร sagame

การค้นหาเมืองAtlantis พร้อมทีมนักสำรวจ Dr.Richard Freund

โดยตามบันทึกของPlatoเขาได้บอกเอาไว้ว่าAtlantisเป็นเมืองที่มีวงแหวนอยู่ล้อมรอบเมืองสามวงตั้งอยู่เหนือเสาเฮอร์คิวลิสและหลายๆคนก็ได้เชื่อกันว่าเสาหินของเฮอร์คิวลิสมันคือยอดเขาที่อยู่บริเวณด้านข้างของทางช่องแคบยิบรอลตาร์ โดยยอดเสาทางตอนเหนือคือ ภูเขายิบรอลตาร์ ส่วนยอดเขาทางตอนใต้ก็คือยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆกันที่แอฟริกาเหนือนั่นเองมันเลยทำให้ทีมนักสำรวจที่นำโดย ดร.Richard Freundได้มองว่าตำแหน่งนี้มันเป็นตำแหน่งที่มันสามารถจะเป็นไปได้มากที่สุดว่าที่นี้จะมีเมืองที่หายสาบสูญอย่างเมืองAtlantisอยู่นั่นเอง

โดยเป้าหมายของทีมสำรวจของดร.Richard Freundอยู่ตรงที่ปากสามเหลี่ยมแม่น้ำกัวดัลกิบีร์ในอุทยานแห่งชาติDonana National ParkทางDonanaตอนใต้พอเขาได้ไปถึงทางอุทยานเขาก็ได้แจ้งว่าบริเวณตรงนั้นแต่ก่อนมันเป็นทะเลสาปแต่ตอนนี้มันก็แห้งและกลายเป็นดินโคลนดินเลนไปจนหมดและนั่นมันก็ได้เป็นโอกาศดีที่ทางดร.Richard Freundและทีมสำรวจของเขาได้มีโอกาสไปสำรวจบริเวณจุดนั้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยการสำรวจครั้งนี้ของดร.Richard Freundได้มีการอ้างอิง

ถึงนักโบราณคดีในอดีตถึงสองท่านที่เขาได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าAtlantisน่าจะจมอยู่ใต้โคลนใต้เลนที่บริเวณนี้เมื่อปี1922นั่นเอง โดยทฤษฎีสมคบคิดนี้ได้มีการค้นคว้าภาพถ่ายจากดาวเทียมและเขายังได้ค้นพบอีกว่าในภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ค้นพบพื้นที่ประหลาดโดยบอกว่าพื้นที่ประหลาดนี้มีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางและมีลักษณะวงแหวนอยู่สามวงรอบๆบริเวณพื้นนที่อุทยานโดยาน่าด้วยและเมื่อเขาได้เอาภาพถ่ายนี้ไปเทียบกับลายละเอียดที่Platoได้บันทึกเอาไว้ยิ่งทำให้นักสำรวจเชื่อไปอีกว่านครAtlantisที่สาบสูญไปนั้น

ยังไงก็ต้องตั้งอยู่ที่แห่งนี้และที่มากไปกว่านั้นที่Platoยังได้กล่าวถึงวิหารที่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเกาะAtlantisอีกด้วย ซึ่งมันได้สอดคล้องกับภาพที่ถ่ายได้จากดาวเทียมว่ามันได้มีพื้นที่สี่เหลี่ยมประหลาดอยู่ตรงกลางและมีวงแหวนอยู่รอบๆนั้นมันเป็นพื้นที่ที่น่าจะเป็นวิหารหรือเปล่าและหลังจากนำภาพดาวเทียมมาคำนวณเรื่องรูปร่างสี่เหลี่ยมที่แปลกประหลาดตรงนั้นก่อนที่จะพบว่ามันได้ไปตรงกับคำอธิบายบันทึกที่Platoได้บันทึกเอาไว้อีกด้วย

และทางอุทยานโดยาน่าได้แจ้งเอาไว้ว่าสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่มาก่อนที่พื้นที่ตรงนี้จะแห้งไปและได้กลายมาเป็นดินเลนเลยทำให้ทีมสำรวจและดร.Richard Freundก็ยิ่งมั่นใจในทฤษฎีสมคบคิดตรงนี้ว่าพื้นที่ตรงนี้แหละคือเมืองAtlantisที่หายสาบสูญไปและข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่มันน่าสนใจเป็นอย่างมากและเราได้กล่าวไปถึงตอนต้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างคัมภีร์ไบเบิ้ลเขาก็ได้พูดถึงเมืองที่ได้สูญหายไปด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

ประวัติศาสตร์บ้านบางระจัน

        ในช่วงสมัยของพระเจ้าเอกทัศน์นั้นพม่าได้มีการยกกองทัพมาเพื่อหวังจะตีเมืองกรุงศรีอยุธยาให้แตกพ่ายซึ่งในช่วงเวลานั้นเองกรุงศรีอยุธยาเองนั้นภายในก็มีการรับสำหรับสายเพราะบางพรรคแบ่งพวกแบ่งฝ่ายกันซึ่งในช่วงที่ กองทัพพม่าเดินทางมานั้นกองทัพพม่าได้แวะหัวเมืองต่างๆและมีการตีหัวเมืองทุกหัวเมืองที่ผ่านเพื่อเก็บเสบียงอาหาร

และปล้นเอาประชาชนมาเป็นทาส ซึ่งชาวบ้านตามที่ได้รับความเดือดร้อนจากกองทัพต่างก็หนีตายมารวมตัวกันอยู่ที่หมู่บ้านบางระจันซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นทางผ่านที่จะต้องเดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยานั่นเองซึ่งชาวบ้านบางระจันนั้นก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะต่อสู้กับกองทัพพม่าโดย มีหัวหน้าที่คอยดูแลคนในหมู่บ้านบางระจันนั่นก็คือมีนายแท่น  นายโชติ  นายอินทร์  นายเมือง   นายดอก  และนายทองแก้ว เนื่องจากชาวบ้านนั้นหวาดกลัวกองทัพพม่ากันเป็นอย่างมาก

อกสั่นขวัญแขวนกันไปหมดผู้ดูแลหมู่บ้านเวียงจันทน์จึงได้ไปอัญเชิญพระธรรมโชติให้มาความรักอยู่ที่วัดโพธิ์สามต้นเพื่อมาเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้าน และเมื่ออาจารย์ธรรมโชติได้มาถึงบ้านบางระจันก็ได้มีการทำเสื้อและตะกรุดแจกให้กับชาวบ้านเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ซึ่งระหว่างนั้นกองทัพพม่าก็ได้มีการเดินทางใกล้ที่จะมาถึงหมู่บ้านบางระจัน

และหวังว่าจะมีการตีหมู่บ้านบางระจันให้แตกพ่าย ซึ่งชาวบ้านบางระจันเองต่างกันรวมตัวกันและช่วยเหลือกันในการต่อสู้กับกองทัพพม่าซึ่งในตอนนั้นกองทัพพม่าเดินทางมาไม่เยอะจึงทำให้ชาวบ้านบางระจันนั้นสามารถตีกองทัพพม่าแตกพ่ายโดยกองทัพพม่านั้นยังไม่ละความพยายามยังคงมีการทำศึกกับชาวบ้านบางระจันอยู่อีกหลายครั้งจนในที่สุดทางพม่าซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ส่งกองทัพใหญ่มาช่วยกองทัพพม่าที่นี่ทำให้สามารถเข้าทำการโจมตีชาวบ้านบางระจันบางระจันได้ในที่สุด

ซึ่งทางหมู่บ้านบางระจันเองก็ได้มีการส่งคนไปแจ้งกับทางกรุงศรีอยุธยาให้ส่งทหารมาช่วยเหลือหมู่บ้านประจันแต่ทางกรุงศรีอยุธยาเองเนื่องจากมีการทะเลาะกันภายในจึงไม่ได้มีการส่งทหารหรือส่งใครมาช่วยกับทางหมู่บ้านบางระจันเลยส่งเพียงแค่ปืนใหญ่มาให้ 1 กระบอกเท่านั้น ในที่สุดเมื่อไม่มีทหารมาช่วยเหลือและไม่มีอาวุธที่จะไปต่อสู้กับกองทัพพม่าชาวบ้านบางระจัน

จึงได้เสียชีวิตที่หมู่บ้านบางระจันนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่พม่าได้เข้ามาโจมตีหมู่บ้านบางระจันนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นพระอาจารย์ธรรมโชติอีกเลยและหลังจากนั้น 8 เดือนต่อมาก็ทำให้พม่านั้นสามารถไปทำการโจมตีกรุงศรีอยุธยาจนเป็นสาเหตุให้กรุงศรีอยุธยานั้นเสียเอกราชในที่สุดนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

โมเสส,Moses เมื่อโตขึ้นได้รู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์

ซึ่งโชคชะตาค่อนข้างที่จะลิขิตอยู่พอสมควร โดยเด็กคนนี้ที่ได้มีการถูกปล่อยให้ได้ลอยนำไปตามแม่น้ำไนล์ไปซึ่งก็ได้ถูกพบเจอในเวลาที่ไม่นาน

และ คนที่ได้พบเจอก็คือลูกสาวของฟาโรห์ในอียิปต์ในยุคนั้นและด้วยความสงสารที่ได้เห็นเด็กแรกเกิดร้องไห้อยู่ ลูกสาวของฟาโรห์จึงได้นำเด็กคนนี้นำเอาขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วก็ได้รับเลี้ยงเอาไว้ให้เป็นลูกบุญธรรม

และพร้อมกับได้ตั้งชื่อว่า โมเสส นั่นเอง นอกจากนี้ในระยะเวลาต่อมาที่ โมเสส นั้นได้โตขึ้นมาเขาก็ได้รับรู้กับความเป็นจริงว่าเขานั้นไม่ใช้ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์ในอียิปต์และได้รับรู้ตัวเองว่าเป็นคนชาวฮิบรูตนได้มีความรู้สึกโกรธและก็ได้หนีออกจากพระราชวังและในช่วงที่ได้ออกมาจากพระราชวัง

เขาก็ได้เห็นเพื่อที่เป็นชาวฮิบรูที่ได้เป็นทาสอยู่นั้นที่ได้ถูกกดขี่ข่มเหงใช้งานและถูกทรมานจากคนของฟาโรห์และด้วยความโกรธเขาก็เลยได้มีการต่อสู้กับคนที่ได้ดูแลทาสและได้สังหารคนๆนั้นก่อนที่ตนนั้นจะตัดสินใจหนีออกจากเมืองอียิปต์ไปในตอนนั้น และ หลังจากที่ โมเสส ได้หนีออกจากอียิปต์ไปได้สักพักหนึ่งปรากฎว่า โมเสสก็ได้ไปพบกับพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่ง

โดยในพื้นที่ตรงนั้นตามข้อมูลได้มีชื่อเรียกว่า มิเดียน,Midianและพื้นที่  มิเดียน ตรงนั้น โมเสสเองก็ได้พบกับพระผู้เป็นเจ้าที่ได้แสดงออกมาในรูปลักษณะของไฟที่มันกำลังได้เผาไหม้ต้นไม้อยู่แต่ต้นไม้ต้นนั้นไม่มอดและก็โครนลงมา ซึ่งตรงจุดนี้มันเป็นอะไรที่มันน่าสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่เรื่องต้นไม้ที่ไฟไหม้แต่มันไม่โครนล้มรวม

ไปถึงเรื่องของต้นไม้ที่มันสามารถพูดคุยกับโมเสสได้แต่ในตามหลักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกว่าเขาพิสูจน์ได้แล้วเรื่องหนึ่งเรื่องก็คือเรื่องของต้มไม้ไฟไหม้แต่ไม่โครนไม่ล้มนั้นเอง โดยทางวิทยาศาสตร์เขาได้คาดการณ์เอาไว้ว่าตรงพื้นที่ มิเดียนที่ได้พูดถึงตรงจุดนี้มันหน้าจะเป็นพื้นที่บริเวณของภูเขาไฟที่มันยังไม่หยุดประทุและมีการปล่อยก๊าซที่ติดไฟง่าย

ออกมาอยู่เรื่อยๆและเมื่อมีก๊าซที่มันติดไฟง่ายๆอยู่บริเวณโดยรอบบวกกับอากาศที่ร้อนจัดมันเลยทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดประกายไฟหรือว่าติดไฟไหม้ขึ้นมาในบางจุดของพื้นที่ตรงนั้นที่มันมีสิ่งของที่มันสามารถจุดไฟติดได้และบริเวณตรงนั้นมันมีต้นไม้อยู่เขาเลนคาดการณ์ว่าตรงส่วนนี้มันน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้ต้นไม้ติดไฟแต่ไม่มอดและไม่ล้มนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน จ่ายจริง

พบหลักฐานข้อสรุปการสร้างพีระมิดจาก ปาปีรุส

สำหรับทฤษฎีนี้มันก็ได้มีหลายๆคนรวมถึงตัวเราด้วยก็ได้ตั้งข้อสงสัยบางอย่างขึ้นมาว่ามันเป็นไปได้100%หรอว่าทฤษฎีตรงจุดนี้มันจะใช้ได้ ซึ่งในมุมส่วนตัวขอเรานั้นคือในการที่จะใช้น้ำนั้นลากหินมาหรือในการที่จะใช้น้ำเพื่อนำเอาหินมาซึ่งตรงจุดนี้เราคิดได้ว่ามันก็ยังเป็นไปได้สูงเพราะว่าตามข้อมูลที่เราได้ทำการศึกษามา

ซึ่งเขายังได้บอกอีกว่าพีระมิดคูฟูนั้นมันได้อยู่หางจากแม่น้ำไนล์เพียงแค่2กิโลเมตรจากนั้นก็ได้มีการค้นพบรูปภาพทางน้ำที่มันได้มีการเชื่อมต่อไปยังพีระมิดอีกด้วย ซึ่งตรงจุดนี้ส่วนแรกเลยเราคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ ส่วนเรื่องของที่มีส่วนตรงจุดพักน้ำเพื่อที่จะใช้แรงดันน้ำเพื่อที่จะส่งหินขึ้นไปตรงนี้ได้มุมมองของเรา เราได้มองว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยาก ซึ่งถ้าหากเราลองมองในโลกแห่งความเป็นจริงดูบ้าง บนโลกของเรานั้นมันได้มีแรงกดโน้มถ่วงที่มันได้พักทุกอย่างลงมาแน่นอนเลยว่าที่แรงดันน้ำมันจะพุ่งดันน้ำขึ้นไปบนที่สูงๆของพีระมิดได้

และไหนจะเรื่องของการค้นหาหลักฐานที่เกี่ยวๆกับรอบๆพีระมิดมันไม่ได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ณ ปัจจุบันนี้ที่สามารถบ่งบอกได้เลยว่าได้มีการขุดคูน้ำรอบๆพีระมิดเลยมันมีแต่ภาพทางน้ำที่ได้มีการค้นพบเพียงเท่านั้นเองซึ่งตรงนี้เราได้มองจุดในเรื่องของการใช้น้ำดันหินให้ขึ้นไปอยู่ในชั้นสูงมันน่าจะเป็นไปได้ยากมากๆแต่จะบอกว่าใน ทฤษฎีแรกที่เขาได้บอกว่าในการใช้น้ำหรือขุดร่องน้ำ

เพื่อที่จะใช้น้ำในการพาหินมาซึ่งเราคิดว่ามันยังคงเป็นไปได้และล่าสุดในปัจจุบันเขาได้มีการค้นพบกระดาษปาปีรุสที่ได้มีการบันทึกในเรื่องของการจัดสร้างพีระมิดเอาไว้ด้วย นอกจากนี้สำหรับกระดาษปาปีรุสนั้นถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจมันก็จะคล้ายๆกับศิลาจารึกในประเทศไทยนั่นแหละแต่มันได้เป็นการจารึกทางฝั่งของอียิปต์ในยุคนั้นนั่นเองและที่สำคัญก็คือปัจจุบันได้มีนักโบราณคดีพยายามที่จะแกะรหัสจากปาปีรุสใบนี้และได้สรุปความเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพีระมิดเอาไว้ได้แล้วนั้นและทฤษฎีได้เรื่องของการใช้น้ำจากแม่น้ำไนล์มาช่วยในการขนย้ายหินเป็นจริง

แต่วิธีการไม่นำหินผูกเอาไว้กับเสื่อผูกเอาไว้กับหนังสัตว์และปล่อยให้มันลอยน้ำหรือแม้แต่การขุดร่องน้ำรอบๆฐานพีระมิดตรงจุดนั้นมันไม่มีเลย ถ้าจะเอาตามข้อมูลล่าสุดที่เราได้ไปศึกษามาเข้าได้ขอสรุปจากปาปีรุสเอาไว้ว่าในสมัยก่อนแม่น้ำไนล์มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆปีทั้งเรื่องของเส้นทางของน้ำและน้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  sagame

ตำนานลานทรงพลของมหาวิทยาลัยศิลปากร

     นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรทุกคนย่อมรู้จักตำนานของมหาวิทยาลัยกันเป็นอย่างดีเนื่องจากรุ่นพี่จะมีการบอกเล่าเรื่องราวต่อๆกันมาโดยเฉพาะเรื่องราวของร้านทรงพลซึ่งเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวและน่าขนลุกถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เรื่องราวเหล่านั้นอาจจะมีการลืมเลือนไปบ้างแล้วแต่ว่าเรื่องราวความหล่อนั้นก็ยังคงมีอยู่

ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงลานทรงพลที่อยู่บริเวณคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีความเฮี้ยนมากที่สุดและเป็นสถานที่ที่ผีดุมากที่สุดที่ 1 ในจำนวนมหาวิทยาลัยทั้งหมด  สำหรับลานทรงพลแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานโดยมีการเล่ากันว่าที่ร้านแห่งนี้นั้นเคยเป็นลานที่ เพชฌฆาตใช้เป็นลานประหารนักโทษ

โดยอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยโบราณนั้นการฆ่าคนของเพชฌฆาตไม่ได้ฆ่าด้วยการยิงปืนหรือยิงเป้าเท่านั้นแต่ในสมัยโบราณเพชฌฆาตจะฆ่านักโทษด้วยการประหารโดยใช้มีดดาบฟันไปที่คอให้ขาดกระเด็นในครั้งเดียวซึ่งที่ลานทรงพลนี่เองคือรางสำหรับประหารนักโทษด้วยการฟันคอแล้วตั้งแต่มหาวิทยาลัยได้มาสร้างอยู่ที่นี่

โดยมีพื้นที่ของร้านทรงพลอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยด้วยนั้นนักศึกษาหลายคนต่างก็เคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์สยองขวัญโดยมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าหากนักศึกษาคนไหนกลับบ้านดึกแล้วเดินผ่านมาที่ลานทรงพลแห่งนี้จะเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ขนหัวลุกจนไม่กล้าอยากจะเดินผ่านมาซ้ำอีกครั้งหนึ่งเลยบางคนเล่าว่าเคยเห็นเงาของคนร่างกายสูงใหญ่กำลังทำท่าใช้มีดดาบฟันคอคน

ซึ่งอีกคนนั้นนั่งอยู่กับพื้นหลังจากนั้นก็ยังมีเงาที่เป็นลักษณะเหมือนกับหัวของคนขาดกระเด็นแล้วกลิ้งมาจนถึงเท้าของนักศึกษาคนนั้นหรือแม้แต่บางคนก็บอกว่าเคยเห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยมายืนอยู่ตรงที่บริเวณลานทรงพลและยังมีความเชื่อกันอีกว่าหากนักศึกษาคนไหนก็ตามมาสวดคาถาชินบัญชรที่นี่จะต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้น

ซึ่งความเชื่อต่างๆเหล่านั้นเป็นความเชื่อที่มีการเล่าสืบทอดต่อๆกันมาโดยหลายคนก็คงไม่อยากที่จะลองของก็ต่างก็รู้ดีอยู่แล้วถึงประวัติความเป็นมาถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นผีกับตัวแต่จะประวัติที่เป็นลานที่มีคนตายเป็นจำนวนมากอยู่ที่นี่และบางคนอาจจะตายด้วยความอาฆาตแค้นก็คงไม่อยากมีใครที่จะลองของหรือลองดีอย่างแน่นอน

ในปัจจุบันนั้นร้านทรงพลแห่งนี้ถูกปรับปรุงให้มีความสวยงามร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนดอกไม้ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรต่างก็มานั่งอ่านหนังสือและพูดคุยกันโดยไม่ได้นึกถึงเรื่องเล่าในตำนานที่น่ากลัวเหมือนในสมัยอดีตอีกต่อไปแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 ฝากเงิน

กำแพงเมืองจีนสามารถมองเห็นจากอวกาศได้หรือไม่

ทุกคนเคยสงสัยกันบางหรือป่าวว่าประวัติศาสตร์หรือสิ่งที่ได้ถูกบันทึกไว้ให้เรานั้นได้เรียนกันมันเป็นเรื่องจริงโดยทั้งหมดหรือป่าว ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ได้ผ่านกาลเวลามานานแล้วแต่มันก็ได้มีหลักฐานบางอย่าง

ซึ่งที่ได้บอกเอาไว้ว่าที่เรานั้นได้เรียนรู้กันมานั้นและกับความจริงนั้นมันคนละส่วนมันจึงได้กลายมาเป็นเรื่องที่โกหกครั้งใหญ่แบบที่ช่วยไม่ได้และมันอาจจะสะเทือนใจมากขนาดไหนมาชมกัน

ไมเคิล แจ็คสันไม่ได้คิดท่าเต้นมูนวอร์ค

แฟนเพลงราชาเพลงป๊อปอย่างไมเคิล แจ็คสัน คงจะรู้จัดท่ามูนวอร์คที่ได้เป็รเอกลักษณ์ของเขากันอย่างมากจึงได้ทำให้หลายๆคนนั้นต่างก็ได้คิดว่า ท่าเหล่านั้นไมเคิลแจ็คสันต้องคิดเองทำเองอย่างแน่นอน หากคุณได้รู้ความจริงแล้วมันก็อาจจะทำให้คุณนั้นตกใจเพราะในท่าเต้นของไมเคิลนั้น ซึ่งเขาไม่ได้เป็นคนคิดท่าเต้นเหล่านี้ขึ้นมาเอง หากลอยย้อนกลับไปเมื่อปี1983 ตัว

ไมเคิลแจ็คสันนั้นก็ได้เข้าร่วมรายการจากนั้นมาก็ได้ทำให้ตัวของเขานั้นได้กลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์เพียงแค่เวลาข้ามคืน นอกจากนี้ในท่ามูนวอร์คนั้นได้เรียนแบบมาจากนักแสดงคนหนึ่งที่ได้ทำการแสดงในโรละครเมื่อในปี1955 หรือเมื่อประมาณเมื่อ70ปีที่แล้ว นอกจากนี้ด้านไมเคิลเองก็ได้เฉลยไว้ในสมุดจดบันทึกส่วนตัวเมื่อในปี1988อีกว่าตัวไมเคิลนั้นเขาได้ไปฝึกท่าเต้นได้

สักพักหนึ่งภายในห้องครัวซึ่งก็ได้มีรุ่นเดียวสามคนที่ได้เป็นคนมาสอนท่าเต้นที่บนถนนแห่งหนึ่งจากนั้นเขาก้ได้นำเอามาแสดงในรายการและมัมนก้ได้กลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องจดจำมาโดยตลอดถึงจะไม่ได้คิดสร้างขึ้นมาเองแต่มันก็เป็นที่โดนใจเพลงกันอยู่ดี

กำแพงเมืองจีนนั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นจากนอกอวกาศได้

หากจะให้พูดถึงสิ่งที่ได้ก่อสร้างขึ้นมาที่ได้มีความใหญ่มากที่สุดในโลกหลายๆคนก็อาจจะคิดถึงกำแพงเมืองจีน ซึ่งกำแพงเมืองจีนนั้นมันได้มีความยาวประมาณ21,996เมตร ซึ่งได้ครอบคลุมไปถึง15มณฑลที่อยู่ตอนเหนือของประเทศจีนหากมันได้มีความใหญ่และมีความยาวขนาดนี้ หลายคนก็อาจจะเชื่อว่าเหล่านักบินอวกาศก็อาจจะมองเห็นจากนอกโลกกันได้อย่างชัดเจน

แต่ถ้าหากว่าในความจริงแล้วเหล่านักบินอวกาศไม่สามารถที่จะมองเห็นแม้แต่โครงสร้างเลยแม้แต่น้อยสาเหตุมันก็เป็นเพราะว่าด้านกำแพงเมืองจีนนั้นมันมีขนาดที่เล็กเกินไปและมันยังได้มีสีที่ดูเหมือนกับภูมิประเทศอีกด้วย แต่ทว่าลองใช้อุปกรณ์ก็อาจจะไม่แน่เท่าไรทั้งนี้ก็ยังได้มีนักบินอวกาศเขาได้ลอยถ่ายเศษเซี้ยวของกำแพงเมืองจีน

จากหน้าต่างของสถานีอวกาศนานาชาติได้เมื่อในปี2004ด้วยเลนส์ขนาด180มม. ให้เป็นตัวช่วยและอีกรูปภาพหนึ่งเมื่อในปี2005ก็ได้ถ่ายภาพด้วยเรด้าที่ได้อยู่บนกระสวยอวกาศหากไม่มีเทคโนโลยีที่ดีก็คงไม่มีทางรู้เลยว่ากับสิ่งที่เรานั้นเคยได้ยินกันมานั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 thai

สงครามไทยระหว่างไทยและอินโดยจีนฝรั่งเศส

นายกรัฐมนตรีไทยในช่วงระยะเวลานั้น ก็คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเขาก็ได้มีนโยบายที่จะสร้างชาติในแบบสมัยใหม่เต็มที่เลยนั่นก็คือ ชาติที่หมายความว่าถึงอาณาเขตหรือพื้นที่ที่แน่นอนที่มีประชาชนที่รู้สึกกว่าเป็นคนพวกเดียวกันและมีรัฐบาล

จากนโยบายการสร้างชาติสมัยใหม่อย่างเข้มข้นจึงได้เกิดแนวคิดที่เป้นฉันทานุวัติของสังคมในเวลานั้นก็คือแนวคิดการคืนดินแดนที่สยามในสมัยนั้นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ รัชกาลที่5ได้เสียให้กับฝรั่งเศส ซึ่งในสมัยนายจอมพล ป.ยังได้ถูกเรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส ในกระแสชาตินิยมที่เรียกว่า จุดติดมากๆนั้นจะเห็นได้จากการเดินขบวนเรียกร้องของนักศึกษาในกรุงเทพฯได้มีการสนับสนุนการทวงคืนผ่านสื่อประชาชนแสดงความเห็นประชาชนแสดงความเห็นอย่างหนักแน่น

ซึ่งมันก็เป็นไปตามความตั้งใจของจอม พล ป.อยู่แล้วที่จะใช้เรื่องนี้เป็นจุดสร้างความรู้สึกร่วมของคนไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ก็อย่างที่เรานั้นได้เกริ่งไปแล้วนั่นก็คือในเวลานั้นฝรั่งเศสเจ้าของอาณาจักรนิคมอินโดจีนกำลังวุ่นวายและยังพลาดพลั้งในสงครามกับเยรมันรัฐบาลไทยจึงได้เริ่มดำเนินนโยบายทวงคืนดังกล่าวด้วยการของเจรจาให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเขตแดน

แต่มันก็ไม่เป็นผลจากนั้นมันจึงได้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาต่างฝ่ายต่างนำกำลังทหารมาประจำพื้นที่สำคัญๆตามชายแดนจนในวันที่28พฤศจิกายน2483 จุกแตกหักก็ได้มาถึง เมื่อกองทัพอินโนจีนฝรั่งเศสส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม หนองคาย และ มุกดาหาร ถึง6ครั้ง สงครามไทยระหว่างไทยและอินโดยจีนฝรั่งเศสได้เป็นสงครามเต็มรูปแบบที่มีแนวรบตั้งแต่พื้นที่สามเหลี่ยมตรงข้ามหลวงพระบางลากยาวไปสุดถึงอ่าวไทยในจังหวัดตราด

มีการรบในทางอากาศต่างฝ่ายต่างก็ทิ้งระเบิดใส่กันมีการรบทางเรือที่บริเวณเกาะช้างและเกาะกูดเพื่อช่วงชิงพื้นที่ที่ไม่ให้ฝรั้งเศสใช้ทะเลยกพลขึ้นบกมาตีโอบดินแดนประเทศไทยโดยได้เกิดการรบทางเรือที่เกาะช้าง เมื่อในวันที่17มกราคม2484 กองทัพเรือของเราเสียเรือรบหลักไปถึง3ลำด้วยกันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของกองทัพเรือไทย

นอกจากนี้อย่างไรก็ตามในสมรภูมิบ้านพร้าวนั้นที่เราได้นำเอามาเล่าให้ทุกๆคนนั้นได้ฟังกันมันได้เป็นการรบที่นำมาซึ่งความได้เปรียบทดแทนกันของไทยสมรภูมิที่บ้านพร้าวเป็นการต่อสู้กันระหว่างทหารไทยคือกองพันทหารราบที่3 โดยพันนตรี นิ่มชโยดม เป็นผู้บังคับบัญชาและกองทหารต่างด้าวแห่งกองทัพวิชี่ฝรั่งเศสซึ่งมีกิตติศัพท์โด่งดังว่าเป็นกองพันรบที่ดีที่สุดของฝรั่งเศสแข็งแกร่ง ผ่านการศึกมาอย่างโชกโชนเรียกว่าเป็นกองทหารเดนตายเลยก็ว่าได้และยังได้รับเหรียญกล้าหาญจากรัฐบาลฝรั่งเศสประดับธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วยอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  next88 thailand

สงครามบ้านพร้าวที่คนไทยไม่รู้

หากพูดถึงสมรภูมิการรบราฆ่าฟันกันในประวัติศาสตร์หลายคนก็จะนึกถึงภาพกษัตริย์และแม่ทัพชื่อดังขี่ช้างขี่ม้าฟันดาบรบกันกับอาณาจักรเพื่อนบ้านในสมัยโบราณซะเป็นส่วนใหญ่แต่ถ้าเราจะพูดถึงสงครามของประเทศไทยที่เป็นรัฐไทนจริงๆ

ไม่ใช่สุโขทัยไม่ใช่อยุธยา ไม่ใช่ธนบุรี แต่เป็นรัฐใหม่ที่มีพรมแดนชัดเจนและเรียกผู้คนที่อยู่ในอาณาเขตว่าคนไทย มีการถือสัญชาติเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งได้มีอะไรแบบนี้ที่มันได้เริ่มขึ้นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองหรือเมื่อประมาณ80ปีที่แล้วเราก็มักจะนึกไม่ออกเหมือนกับว่าจากได้มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยาม มาเป็น ไทย

แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่มีสงครามอะไรที่จะต้องพูดถึงคุณเองพอจะนึกออกหรือไม่ว่ากองทัพไทยหรือว่ากองทัพของประเทศไทยตามคำนิยามรัฐสมัยใหม่ของเราได้เคยเข้าร่วมสงครามอะไรมาบ้าง

ซึ่งสงครามโลกครั้งที่สองการอยู่ฝ่ายอเมริกาในสงครามเวียดนามและในสงครามเกาหลีหรือในสงครามที่เต็มรูปแบบในครั้งสุดท้ายที่ได้เกิดขึ้นที่บ้านร่มเกล้า เมื่อประมาณ30ปีที่แล้ว ซึ่งได้จบลงด้วยความสูญเสียของฝ่ายไทย ซึ่งในหลายๆคนนั้นอาจจะยังไม่ยากที่จะเรียกว่าพ่ายแพ้แต่มันก็ไม่มีใครสามารถที่จะเรียกว่าชนะได้อย่างแน่นอน ในประวัติศษสตร์ของกองทัพไทย

ได้มีการรบกันอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักทั้งๆที่การรบในครั้งนี้กองทัพไทยได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดและมีความชัดเจนและชัยชนะดังกล่าวนี้ก็ได้เกิดจากการวางแผนการรบที่เหนือกว่าศัตรูความอดทนกล้าหาญและความระเบียบวินัยอย่างยิ่งของทหารที่ได้ร่วมรบในสมรภูมินั้นและชัยชนะดังกล่าวได้เป็นหมุดหมายของบทบาทของประเทศไทยในสงครามโลกครั้งที่สองสนามรบนั้นได้เรียกกันว่าสมรภูมิบ้านพร้าว

เคยได้ยินกันหรือไม่ก่อนที่จะไปเข้าเนื้อหาเราอยากจะถามทุกคนก่อนว่าคุณนั้นเคยได้ยินชื่อสมรภูมิที่บ้านพร้าวหรือไม่ สมรภูมิบ้านพร้าวนั้นได้เกิดขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองในปี 2484ในตอนนั้นสถานการณ์ของสงครามในยุโรปก็คือนาซีเยรมัน นำทหารรุกรานไปทั่วยุโรปจากนั้นก็ได้เปรียบฝ่ายสัมพันธมิตรแบบสุดๆ

ซึ่งได้ทำการเปิดฉากบุกฝรั่งเศสจากนั้นก็ได้ยึดปารีสได้อย่างสำเร็จจากนั้นทางด้านรัฐบาลฝรั่งเศสต้องย้ายไปตั้งเมืองหลวงใหม่ที่เมืองวิชี่ที่อยุ่ทางตอนใต้ที่เรียกได้ว่ารัฐบาลวิชี่ของทางด้านฝรั่งเศสนั้นเอง นอกจากนั้นก็ยังไม่มีอิทธิพลมากสักเท่าไหร่นัก จากนั้นเมื่อไม่นานต่อมาซึ่งก็ได้กลายมาเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของพรรคนาซีไปในที่สุดในช่วงระยะเวลานั้นอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88