ตำนาน เอ็ดวิน ฟานเดอซาร์

หลังจากหมดยุคของสุดยอดนายทวารของปีศาจแดง สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่างปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้วนั้น ปีศาจแดงต้องควานหานายประตูที่จะมาทดแทนกันอยู่พักใหญ่ เพราะหลังจากที่ไม่มีชายที่ชื่อว่า ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้ว แมนยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่เสียประตูค่อนข้างง่าย และผู้รักษาประตูกี่คนต่อกี่คน ที่ป๋าเฟอร์กี้นั้นหามาร่วมทัพด้วยนั้น ก็มักจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่เข้าตาเลย แต่ในที่สุด แมนยู ก็ไม่สิ้นคนเก่ง ทางเฟอร์กี้ ได้โทรสายตรงหา ฟานเดอร์ซาร์ เอง และบอกกับนายประตูคนนี้ว่า อยากให้มาช่วยรักษาประตูให้กับผีแดง

ซึ่ง ฟานเดอร์ซาร์ ก็ไม่รอช้า และเก็บข้าวของย้ายมาสู่รังของผีแดงทันที ซึ่งในขณะนั้น แฟนบอลของแมนยู รวมถึงสื่อทุกสำนัก ต่างสงสัยในการตัดสินใจของเฟอร์กี้ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงหรือ เพราะนายประตูคนนี้ในตอนที่ย้ายมาร่วมทีมแมนยูนั้น อายุเกือบจะ 35 ปีแล้ว ซึ่งนายประตูบางคนเลิกเล่นฟุตบอลแล้วด้วยซ้ำ แต่เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นคือเป้าหลักที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2000 ที่ ชไมเคิ่ล ได้อำลาทีมไป แต่ติดที่เหตุผลและคุยกันไม่ลงตัวระหว่างเค้ากับบอร์ดบริหารนั่นเอง ซึ่งเฟอร์กี้ให้เหตุผลฝ่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นมีทุกอย่างแบบที่ชไมเคิ่ลมี และฝีมือก็เทียบเท่าและเก่งๆ พอกับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เลย

จะมีแค่สิ่งเดียวที่นายประตูคนนี้สู้ยักษ์เดนส์ ไม่ได้ นั่นก็คืออารมณ์โมโห และแล้วเมื่อนายประตูคนนี้ได้เข้ามาเริ่มต้นกับผีแดง ทุกอย่างภายทีมก็เริ่มเปลี่ยนไป จากทีมที่เสียประตูง่ายกลายเป็นทีมที่เสียประตูยาก และนัดที่ทำให้แฟนบอลผีแดงยกให้นายประตูคนนี้เป็นตำนานของสโมสรนั้น

ก็เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ระหว่างแมนยู กับเชลซี ซึ่งนัดนั้น ผู้รักษาประตูคนนี้ได้โชว์ความสามารถที่นักฟุตบอลระดับโลกควรจะมี เค้าช่วยผีแดงรอดพ้นการเสียประตูนับครั้งไม่ถ้วน จนถึงช่วงเวลาการตัดสินจุดโทษ และก็เป็นนายประตูคนนี้ ที่เซฟลูกจุดโทษ จากนิโคล่า อเนลก้า ศูนย์หน้าเชลซีในยุคนั้นเอาไว้ได้ ทำให้แมนยู คว้าถ้วยนี้ไปครองได้อีกครั้ง และตลอดระยะเวลาที่นายประตูคนนี้เฝ้าเสาให้กับผีแดงตลอด 5 ฤดูกาล เค้าพาทีมคว้าแชมป์มาทั้งสิ้น 7 รายการ และยังเป็นผู้รักษาประตูของสโมสรแมนยูไนเต็ด ที่ทำสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานที่สุดเกือบ 1,380 นาที ซึ่งนับว่าทำลายสถิติเมื่อครั้ง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล นายประตูคนเก่าเคยทำไว้ได้เมื่อช่วงปี 1999 เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  BK8