เสียงปริศนาที่เหล่านักบินอวกาศหาข้อสรุปไม่ได้

หยาง ลีเว

ในปี2003 นายพลและเหล่านักบินของทางการทหารมีนามว่า หยาง ลีเว ที่ได้กลายมาเป็นบุคคลแรกของประเทศจีนที่ได้เข้าปฏิบัติหน้าในอวกาศซึ่งเขาก็ได้ใช้ระยะเวลาอยู่บนอวกาศ  เสินโจว-5 เป็นเวลา21ชั่วโมง โดยที่บนยานนั้นมีเขาเพียงลำพัง ซึ่งในขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเขาก็ได้พบเข้ากับบางสิ่งที่มันแปลกประหลาดเขาได้ยินเสียงปริศนา โดยได้อธิบายว่าเสียงนั้นมันเหมือนกับว่ามันได้มีตัวอะไรบางอย่างที่มันได้เข้ามาเคาะที่ตัวยาน

ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียงนั้นมันได้ดังมาจากตัวในยานหรือว่าด้านนอกของตัวยานจากนั้น เขาก็ได้เข้าไปตรงที่หน้าต่างของยาน เพื่อที่เขานั้นจะหาที่มาของเสียงนั้นแต่เขากับไม่พบเห็นอะไรที่มันดูผิดปกติเลยและเมื่อ หยาง ลีเว เขาได้กลับเข้ามายังโลกเขาก็ได้พยายามที่จะสร้างเสียง

โดยจะใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อที่จะให้ผู้ที่เชี่ยวชาญนั้นได้ช่วยระบุ ว่าเสียงเหล่านี้มันน่าจะเกิดมาจากอะไรแต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะเลียนเสียงทำให้มันเหมือนได้ดังนั้นด้านทฤษฎีที่มีเหตุผล และมันน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดที่ได้ชี้ได้ในการขยายและการหดตัวของโลหะ เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแต่มันก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดและนักบินอวกาศที่เขาได้ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ที่หลังจาก ลีเว  ในช่วงปี2005และ2008 ก็ยังได้มีรายงานมาว่า ได้ยินเสียงปริศนาดังกล่าวอยู่เช่นกัน

อพอลโล10

ดูเหมือนว่าบันทึกการสนทนาของภารกิจอพอลโล10ที่ถูกเผยแพร่โดยนาซา ได้เผยปริศนาบางอย่างโดยในการสนทนาได้มีช่วงหนึ่ง ที่นักบินอวกาศนามว่า จีนน์ เซอร์นัน ก็ได้ถามเพื่อร่วมงานของเขา จอห์น ยัง ว่าเขานั้นได้ยินเสียงหวูดแปลกๆหรือไม่ ซึ่งอพอลโล10ถือได้ว่าเป็นโครงการในครั้งที่สี่ของนาซาที่ได้พามนุษย์ขึ้นไปสู่อวกาศ

โดยได้มีเป้าหมาย เพื่อการซ้อมสำหรับการลงจอดและเพื่อเป็นการศึกษาในสนามของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เสียงปริศนา ที่ดังผ่านมาจากหูฟังของพวกเขา ในขณะที่ยานกำลังโคจรอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “ด้านมืดของดวงจันทร์”  โดย ยัง และ เซอร์นัน ได้กล่าวว่าเสียงนั้นมันได้เป็นเสียงที่แปลกมากๆ

และทั้งคู่กำลังจะหาที่มาของมันไม่เช่นนั้นมันก็จะไม่มีใครที่จะเชื่อพวกเขาอย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานในการยืนยันที่แน่ชัดแต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าเสียงที่นักบินอวกาศได้ยินนั้นจะเป็นการสื่อสารของเอเลี่ยน โดยได้มีการอธิบายว่าอาจจะเกิดจากความถี่ของแม่เหล็กไฟฟ้าในอวกาศที่ไปรบกวนกับสัญญาณวิทยุ ซึ่งทางนักบินอวกาศอพอลโล10ยังได้เตือนเหล่านักบินอพอลโล11ว่าไม่ต้องตกใจหากได้ยยินเสียงประหลาดในขณะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่

 

 

สนับสนุนโดย  betbb

รถไฟผีเซนต์ลูอิสและแสงปริศนาเซนต์ลูอิส

 เซนต์ลูอิส

เซนต์ลูอิส เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ได้มีประชากรน้อยกว่า500คนได้อาศัยอยู่ที่ได้ตั้งอยู่รัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา โดยหมู่บ้านแห่งนี้มันได้มีอยู่เรื่องราวที่ลึกลับที่มันอยู่มาอย่างยาวนานนั่นมันก็คือ “รถไฟผีเซนต์ลูอิส หรือ แสงปริศนาแห่งเซนต์ลูอิส”  ที่ได้มีการสังเกตการณ์แสงประหลาดนี้อยู่หลายครั้ง โดยมันได้มัลักษณะการเคลื่อนที่ขึ้นลงไปมาในบริเวณรางรถไฟร้างในยามค่ำคืนอีกทั้งสีของมันยังเปลี่ยนไปมา และมีความสว่างที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่ารางของรถไฟที่มันได้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเซนต์อิสมันก็ได้ถูกนำออกไปแล้ว

ก็ตามแต่แสงไฟประหลาด มันก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่มาเป็นประจำ หนึ่งในตำนานก็ได้ล่าว่ามันได้เคยเกิดเหตุการณ์ที่มีคนรายงานหนึ่งที่มีคนได้ถูกรถไฟชนจนหัวขาดในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่และก็ได้มีการกล่าวถึงแสงที่มันได้มีความต่างกันออกไป โดยที่ได้เชื่อกันว่ามันได้มีแสงสีเหลืองก็คือหัวของรถจักรไอน้ำเก่าในขณะที่แสงสีแดงขนาดเล็กมันได้เป็นแสงของตะเกียงที่คนงานผู้ที่ได้เสียชีวิตที่ได้นำเอาเข้าไปใช้ในการค้นหาศีรษะของเขาหลายคนหวังว่าแสงไฟจะหายไปหลังจากที่ได้มีการย้ายรางของรถไฟแต่พวกชาวบ้านเองก็ยังคงเห็นแสงไฟปริศนานั้นอยู่เกือบทุกคืนและผู้ที่ได้พบเห็นมันมักจะบอกว่าแสงนั้นสว่างมากและนักวิทยาศาสตร์เขาก็ยังไม่สามารถที่จะอธิบายมันได้ถึงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้

ซาเน็ทติ

ในวันที่14มิถุนายน 1911 บริษัทรถไฟซาเน็ทติ ของอิตาลีก็ได้จัดแคมเปญ เพื่อสาธิตรถไฟท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ความลึกลับของรถไฟลำนี้มันได้เกิดขึ้น เมื่อผู้โดยสาร100คนและลูกเรืออีก6คนที่ได้ออกจากสถานีรถไฟในกรุงโรม ในวันนั้น ผู้โดยสารก็จะได้เห็นสถานที่ในท้องถิ่นทั้งหมดแต่สิ่งน่าสนใจเป็นพิเศษ ก็คืออุโมงค์แห่งใหม่ที่มันได้ตรงอยู่แคว้นลอมบาร์เดียทางตอนเหนือของกรุงโรมเมื่อได้เข้าสู่อุโมงค์ของรถไฟซาเน็ทติและผู้โดยสารกลับไปหายกันไปอย่างไร้ร่องรอย

และจากเรื่องเล่าของผู้โดยสารทั้งสองคนที่ได้กล่าวถึงความประหลาด ซึ่งพวกเขาก็ได้เหวี่ยงตัวเองออกมาจากรถไฟก่อนที่มันจะเข้าไปในอุโมงค์พวกเขาก็ยังได้เล่าอีกว่าเหล่าผู้โดยสารคนอื่นๆก็ได้เกิดความกลัวและได้ตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ รถไฟก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกที่หนาจากนั้นก็ได้มีความพยายามในการค้นหารถไฟไปทั่วพื้นที่แต่กลับไม่พบอะไรเลยและต่อมาอุโมงค์ได้ถูกปิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่2

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม

ตำนานเรือไททานิค  

หากใครเป็นคนที่เกิดในช่วงในยุค 90 เชื่อว่าหลายคนคงจะจำภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้ซึ่งเป็นตำนานที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อมีการออกฉายทั่วโลกแล้วสร้างรายได้ถล่มทลายเป็นอย่างมากเนื่องจากเนื้อเรื่องที่เป็นเรื่องของความรักและยังนำตำนานเรื่องจริงของเรือไททานิคมาตีแผ่ให้คนได้รู้เป็นครั้งแรกซึ่งในครั้งนั้นเราได้รู้ถึงความรักความเสียสละของชายหนุ่ม

คนหนึ่งที่ชื่อว่าแท็กที่เขายอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อให้หญิงสาวที่เขารักที่ชื่อว่าโรสรอดชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุเรือไททานิคล่มกลางมหาสมุทรในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของตํานานเรือไททานิคซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้สำหรับเรือไททานิคนั้นเป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นที่ประเทศอังกฤษ

และถูกปล่อยให้เดินทางครั้งแรกโดยจะเดินทางจากประเทศอังกฤษลองตามทะเลไปสิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยจะไปที่เมืองนิวยอร์กซึ่งในการเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางในวันที่ 10 เดือนเมษายนปีคริสตศักราช 1992 และผู้ที่ควบคุมเรือเป็นกัปตันคอยดูแลเรือในการเดินทางครั้งนั้นก็คือเอ็ดเวิร์ดเจสมิธ  และแน่นอนว่าเนื่องจากเรือไททานิคนั้นเป็นเรือขนาดใหญ่ที่ไม่เคยมีใครสร้างมาก่อนถูกปล่อยให้ลงลอยไปในทะเลครั้งแรกผู้คนต่างมั่นใจ

ในความยิ่งใหญ่ของเรือไททานิคว่ามันจะไม่มีทางตรงกลางทะเลอย่างแน่นอนในการเดินทางครั้งนั้นมีผู้โดยสารเดินทางไปทั้งสิ้นรวมทั้งหมด 2208 คนโดยมีทั้งลูกเรือและทางผู้โดยสารที่มีระดับทั้งมหาเศรษฐีและประชาชนทั่วไปโดยการเดินทางในเรือไททานิคในครั้งนั้นได้มีการรวบรวมคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไปอยู่บนเรือลำนั้น

เป็นจำนวนมากเพราะต่างคนต่างก็ต้องการที่จะทดลองใช้ชีวิตความหรูหราบนเรือสำราญดังกล่าวแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรือแล่นมาได้ระยะหนึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาเมื่อเรือนั้นไปชนกับก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ทำให้เรือนั้นมีรอยรั่วและเกิดน้ำเข้าบริเวณใต้ท้องเรือส่งผลให้ทางเรือไททานิคนั้นจมลงกลางทะเล

ซึ่งในขณะนั้นจำนวนคนที่อยู่บนเรือกับจำนวนเรือยังชีพนั้นมีไม่เท่ากันทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้ที่เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 1514 คนโดยเหตุการณ์ไททานิคล่มนั้นเกิดขึ้นวันที่ 15 เดือนเมษายนปีคริสตศักราช 1962 เหตุการณ์ที่เกิดความสูญเสียชีวิตผู้โดยสารเป็นจำนวนมากในครั้งนั้นเป็นเพราะว่ากัปตันเรือนั้นมั่นใจในความใหญ่ของเรือไททานิคมากเกินไป

จึงขาดความระมัดระวังในการควบคุมดูแลเรือรวมถึงได้มีการนำเอาเรือยังชีพออกเพราะเห็นว่าเป็นตัวถ่วงที่จะทำให้เรือนั้นวิ่งได้ช้าลงเพราะเขาต้องการสร้างสถิติว่าเรือไททานิคนั้นวิ่งจากอังกฤษไปนิวยอร์กใช้เวลาเพียงไม่นานทำให้ในท้ายที่สุดแล้วความประมาทก็ทำให้เรือไททานิคนั้นร่มกลางทะเลหลังจากนั้นเป็นต้นมาตำนานของเรือไททานิคจึงได้มีการเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบันและทุกวันนี้เรายังคงสามารถเห็นซากเรือไททานิคได้ในมหาสมุทร

 

สนับสนุนโดย  sagame888

ความหมายของเฉดสี

           แน่นอนว่าหากใครที่ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะการระบายสีแล้วก็เราจะต้องรู้อยู่แล้วว่า 7 สีของเรานั้นมีมากมายหลายเฉดสีด้วยกันแต่แต่ละเฉดสีหรือแต่ละวรรณะของสีนั้นก็จะมีความหมายแตกต่างกันออกไปและแบ่งโทนสีแตกต่างกันออกไป

คนที่ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะป้องจะต้องเข้าใจในเรื่องของเฉดสีให้ดีเพราะสีนั้นถึงแม้จะมีความใกล้เคียงกันแต่ก็คือคนละเชลซีนั่นเองอย่างเช่นสีส้มกับสีส้มอ่อนนี่ก็คือคนละสีไม่ใช่สีเดียวกันดังนั้นเราจะมาดูกันว่าการแบ่งเป็นสีแนวร้อนสีโทนเย็นหรือสีกลางๆนั้นมีการแบ่งเป็นสีอะไรบ้าง

         เราสามารถแบ่งโทนสีได้ออกเป็นสีโทนด้วยกันซึ่งสีโทนนี้ก็จะประกอบไปด้วยสีโทนเย็นหรือที่เราเรียกกันว่าคลูโทน  และสีโทนร้อนที่เราเรียกกันว่า Warm Tone   และสีที่เป็นได้ทั้งคลูโทนและร้อนโทน อยู่ในตัวเดียวกันรวมถึงเราจะมีสีกลางที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนั้นเองเรามาแยกจำแนกเครื่องของเขตสีกันดีกว่าว่ามีสีอะไรบ้างที่อยู่โซนไหน

        สำหรับโทนสีเย็นจะมีอยู่ด้วยกัน 7 สีด้วยกันซึ่งจะมีเป็นโทนสีเหลือง   รวมถึงโทนสีเขียว   โทนสีน้ำเงิน    โทนสีเขียวน้ำเงิน  โทนสีเขียวเหลืองหรือแม้แต่โทนสีม่วงและโทนสีม่วงน้ำเงินซึ่งกรุงศรีเหล่านี้เวลาที่เราใช้ระบายสีแล้วเราจะรู้สึกว่ามันรู้สึกมองแล้วสบายตาสบายใจเป็นสีแบบเย็นตานวลตานั่นเองแต่ไม่ก็ตามถ้าเราเลือกเป็นโทนสีร้อนแล้วก็ค้นสิรอจะได้แก่คนที่มีความร้อนแรงเวลาดูแล้วรู้สึกจะให้ความอบอุ่นความร้อนแรงความฮึกเหิมความสนุกสนาน

ซึ่งโทนสีนี้ก็จะได้แก่แน่นอนว่าต้องมีสีแดงอยู่แล้วแล้วก็จะมีในเรื่องของสีแดงม่วงสีแดงอิฐส้มสีส้มเหลืองสีเหลืองซึ่งสีประเภทนี้นั้นอยู่ในกลุ่มโทนสีร้อนแรงแต่อย่างไรก็ตามเราสามารถที่จะมีสีที่เป็นสีเป็นได้ทั้งสีร้อนแล้วก็สีเย็นอยู่ในกลุ่มเดียวกันนั่นก็คือหากเราเอาสีเหลืองไปไว้กับสีแดงใกล้ๆกันมันก็จะเหมือนกับสีส้มๆไปๆซึ่งมันจะกลายเป็นสีกำลังกายทันที

หรือถ้าเราอยากได้โทนสีที่เป็นสีโทนกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเลยก็คือจะได้แก่ประเภทพวกสีขาวสีดำหรือแม้แต่สีเทาหรือสีน้ำตาลนั่นเองซึ่งถ้าเราเอาสีเหล่านี้ที่เป็นโทนสีกลางไปไว้กับสีไหนก็แล้วแต่ไม่ว่าจะอยู่ในโทนสีร้อนแรง หรือโทนสีเย็น พ่นสีกันก็จะช่วยเสริมให้คนอื่นๆนะโดดเด่นขึ้นมากไปอีกนั่นก็คือความหมายของโทนสีการนั้นเอง

            ดังนั้นเวลาที่เราจะเลือกระบายสีลงในสมุดว่าภาพของเราแล้วก็เราควรจะต้องมีการคำนึงถึงภาพที่เราจะนำมาวาดนั้นว่าเราอยากให้ภาพของเรานั้นออกมาเป็นแนวภาพร้อนแรงหรืออยากได้ภาพของเรานั้นดูเป็นพวกสนุกสนานร่าเริงซึ่งเราสามารถที่จะแต่งแต้มได้จากสิ่งที่เราเลือกถึงแม้ว่าภาพดังกล่าวนั้นอาจจะเป็นภาพที่ดูออกมาเศร้าสร้อยแต่ถ้าเราลงสีที่ไม่ใช่สีที่ดูแล้วเป็นเรื่องเศร้ามันก็จะกลายทำให้ภาพนั้นดูมีมิติและสนุกสนานขึ้นมาได้

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานอาถรรพ์อิฐเก่า

 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2561 ณสำนักงานใหญ่ของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับพัสดุที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแกะห*บห่อพัสดุดังกล่าวก็พบว่าด้านในพัสดุนั้นมีเศษซากอิฐประมาณ 3 ชิ้นด้วยกันอยู่ในนั้น ซึ่งขนาดของอิฐจำนวน 3 ชิ้นนั้นไม่ได้ใหญ่มากนักเท่าไหร่

และนอกจากเจ้าหน้าที่จะพบเศษซากหินในกล่องพัสดุแล้วยังมีจดหมายที่แนบมาด้วยเป็นรายมือภาษาไทย ซึ่งในรายละเอียดของจดหมายนั้นผู้เขียนได้มีการขอความกรุณาให้ทางเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนนั้นไปไว้ที่วัดใดวัดหนึ่งก็ได้ โดยให้นำก้อนหินทั้ง 3 ก้อนอิฐนี้ไปไว้ที่วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งในจดหมายมีการเล่าว่ามีชาวต่างชาติได้นำก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนนี้ไปจากวัดในพระนครศรีอยุธยาแล้วนำเอาไปที่ต่างประเทศแต่หลังจากที่พวกเขาได้นำก้อนอิฐไปที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้วคนที่เอาไปนั้นก็อยู่ไม่เป็นสุข ทำให้พวกเขานั้นจำเป็นต้องส่งคืนก้อนอิฐทั้ง 3 ก้อนเหล่านี้กลับคืนมาให้กับประเทศไทยโดยคนที่จะส่งมานั้นหวังว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จะช่วยดำเนินการนำก้อนอิฐไปคืนที่วัดให้ ซึ่งหลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับเอกสารตรงนี้ก็มีการนำข้อมูลเหล่านี้ส่งต่อไปยังการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากสำนักงานการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งนี้ครั้งแรกเท่านั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

ที่มาจากทางโซนเอเชียหรือแม้แต่โซนยุโรปเองก็ตามมักจะมีการนำก้อนหินภายในบริเวณวัดออกไป ซึ่งชาวต่างชาติเหล่านี้มักจะอยากลองของว่าหากนำสิ่งของที่เป็นของโบราณออกจากวัดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการนำของที่เป็นของโบราณชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างเช่นก้อนหินก้อนอิฐที่คิดว่าเป็นของโบราณในสมัยเก่านำติดตัวไปด้วย

และใครก็ตามที่ได้นำซากหินโบราณนี้กลับไปด้วยก็มักจะเจอกับเรื่องแปลกประหลาดจนไม่สามารถอยู่ได้ในที่สุดก็จะต้องมีการนำก้อนหินก้อนนั้นกลับมาคืนที่เดิมทุกครั้งไป ซึ่งการส่งวัสดุกลับคืนมานั้นบางครั้งก็มีการนำมาส่งด้วยตนเองก็มีแต่หลายคนที่นำก้อนหินไปแล้วนำกลับมาคืนพวกเขาไม่เคยมาเล่าให้ฟังเลยว่าพวกเขาไป

เจอเหตุการณ์อะไรถึงทำให้เปลี่ยนใจได้นำก็เห็นเหล่านั้นกลับคืนมาไว้ที่เดิม  ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่นำก้อนหินไปแล้วเอามาคืนนั้นต่างก็จะพูดเหมือนกันหมดว่าขอโทษและจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วแต่ไม่เคยบอกว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องมาขอโทษและพูดว่าจะไม่ทำอีกนั้นพวกเขาไปเจอเรื่องราวอะไรมา 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1

เรื่องเล่าใน ตำนานซินเดอเรลล่า 

สาวคนหนึ่งแต่งงานกับเศรษฐีคนนึงทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันมีนามว่าซินเดอเรลล่าแต่ไม่นานแม่ของซินเดอเรลล่าก็ป่วยและตายจากเธอไปชายคนนั้นต้องการที่จะแต่งงานใหม่บ่ได้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ร่ำรวยและมีลูกติดอยู่ 2 คนหลังจากนั้นไม่นานพ่อของเธอเสียชีวิตไป

แม่เลี้ยงของเธอก็ได้สั่งให้เธอเป็นทาสรับใช้ให้เธอทำนู่นทำนี่ให้อาหารม้าอาหารไก่อาหารแมวทุกอย่างสารพัดระหว่างที่พี่ๆแนะนำเลี้ยงใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยแค่เพียงชี้นิ้วสั่งเธอเท่านั้นก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการมีอยู่วันหนึ่งซินเดอเรลล่าเดินทางที่ตลาดเพื่อซื้อของมาทำอาหารให้กับพี่และแม่เลี้ยงเธอก็พบกับมหาดเล็กคนนึงประกาศว่าเจ้าชายจะทำการเลือกหญิงสาวเพื่อที่จะมาแต่งงานกับตัวเองซึ่งงานจะจัดขึ้นในอีก 1 วันต่อมาหลังจากนั้นก็เดินทางกลับบ้านไป 1 ชั่วโมงผ่านมา

มหาดเล็กคนที่ประกาศขายก็แนะนำจดหมายเชิญมาที่บ้านของเธอนั้นจากนั้นเธอรีบวิ่งไปหาพี่ๆและแม่เลี้ยงพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เธอได้เจอและโชว์บัตรเชิญเธอบอกว่าเธอขอไปด้วยได้ไหมแม่เลี้ยงก็ตอบตกลงแต่เธอต้องทำงานบ้านให้เสร็จพร้อมกับหาชุดใส่เองด้วยซึ่งเธอตอบตกลงและรีบทำงานบ้านและเมื่อทำงานบ้านเสร็จพี่ๆและแม่เลี้ยงของเธอก็พยายามหางานมาให้เธอทำตลอด

เวลาจนเธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเตรียมชุดเมื่อหนูพี่ซินเดอเรลล่าเลี้ยงไว้เห็นว่าเธอถูกแกล้งและไม่มีเวลาเตรียมชุดพวกมันจึงเตรียมชุดขึ้นมาจากเศษผ้าและสิ่งของที่พี่สาวของซินเดอเรลล่าทิ้งไว้ที่พื้นตกเย็นรถม้าก็มารับพี่ๆทุกคนที่อยู่ในบ้านเพื่อไปงานเธอไม่สามารถที่จะไปได้เนื่องจากไม่มีชุดเจ้าหน้าที่ของเธอกำลังจะลงไป

แต่หลังจากนั้นเธอก็พบกับชุดทีหนูที่เธอเลี้ยงทำให้เธอรีบใส่ชุดและรีบลงบันไดไปเพื่อที่จะไปขึ้นรถมากับครอบครัวของเธอแต่เมื่อครอบครัวของเธอเห็นก็อิจฉาเธอมากเพราะชุดของเธอสวยงามมากพวกเขาจึงนำกรรไกรมาตัดชุดของเธอจนยับเยินเธอเสียใจมากเราวิ่งไปที่หลังบ้านจับนางฟ้าแม่ทูนหัวเธอมีชุดสวยและมีรถม้ากำชับเธอว่าจะต้องใช้เวลาก่อนเที่ยงคืน

ถ้าเที่ยงคืนแล้วมันก็จะหมดเธอดีใจมากและรีบเดินทางไปที่งานเลี้ยงฉันทีและเมื่อไปถึงเธอก็ได้เต้นรำกับเจ้าชายเนื่องจากเจ้าชายหลงรักเธอมากแต่เมื่อเวลาตีบอกเที่ยงคืนเจ้าชายก็กำลังจะถามชื่อเธอแล้วเธอก็วิ่งหนีไปรองเท้าของเธอหลุด

แต่มันก็ไม่ทำการเธอจะหนีกลับบ้านไปเช้าวันต่อมาเจ้าชายหรือประกาศตามหาเจ้าของ มาถึงบ้านของคุณโดเรล่าทุกคนในบ้านของซินเดอเรลล่ารองเท้ากันหมดไม่มีใครใส่รองเท้าได้เลยดังนั้นใครก็มองไปที่ซินเดอเรลล่าและสั่งให้เธอลองใส่รองเท้าซึ่งเธอก็สามารถที่จะใส่ได้อย่างพอดิบพอดีเจ้าชายจึงแต่งงานกับเธอแล้วเธอก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 mobile

ตํานานแวมไพร์

แวมไพร์คือสารชนิดหนึ่งซึ่งจะเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะมีผิวที่ขาวซีดกว่าคนธรรมดานอกจากนั้นยังมีความเชื่อกันอีกว่าพวกเขานั้นจะมีรูปร่างคล้ายๆมนุษย์มากที่แตกต่างก็มีเพียงแค่ความขาวที่ของร่างกายและเที่ยวที่งอกออกมาจากฟันและนอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกว่าหากใครนำกระเทียมสามารถให้แวมไพร์กินเข้าไปได้ก็จะทำให้แวมไพร์สลายหายไปตลอดกาล

และวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของแวมไพร์ตั้งแต่ต้นเรื่องๆว่าเป็นยังไงบ้างซึ่งหลายคนนั้นคิดว่ามันเกิดมาจากประเทศอังกฤษเป็นอย่างแรกซึ่งมันก็คือประเทศอังกฤษจริงๆค่ะมีความเชื่อว่าตำนานที่กล่าวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและไม่ได้ถูกแต่งขึ้นมาเท่านั้นแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่ามีหลักฐานที่แน่ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ถูกแต่งแต่วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเรื่องราวตำนานแวมไพร์ตั้งแต่นมนานมาแล้วนั้นเป็นอย่างไร 

 มีความเชื่อ ว่าชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขานั้นเป็นทหารเขานั้นมีชื่อว่าอาโนเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่อาโนได้เดินทางฉันไปที่หลุมศพซึ่งมีความเชื่อว่าหลุมศพแถวนั้นคือหลุมศพของแวมไพร์ต่างๆซึ่งว่าเขาขับเกวียนผ่านไปเขาก็ถูกแวมไพร์ตัวหนึ่งกัดเข้าที่คอซึ่งเข้านั้นมีความโกรธแค้นเจ้ารำไพตัวนั้นเป็นอย่างมากก็เลยพยายามคิดที่จะทำร้ายเจ้าผีตัวนั้นและกำจัดมันให้สิ้นซากไป

โดยตลอดกาลซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเช้ามาจากที่เขารักษาแผลเป็นหายดีเขาก็ได้ทำการเดินทางในการขับเกวียนมาที่สุดสารที่มีความเชื่อว่าศัพท์ของผีดูดเลือดเอาไว้นั่นเองซึ่งเขานั้นได้ขุดหลุมศพออกมาทั้งหมดหรือว่าจบไหนเป็นแวมไพร์ที่กัดเขาซึ่งเขาก็พบศพที่เป็นแวมไพร์ที่กัดเขาเช่นเดียวกันหลังจากนั้นเท่านั้นก็ได้ทำการหาอุปกรณ์มาเจาะที่ร่างกายของมันจนได้เลือดของมันออกมาแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็นำมันมาล้างตัวซึ่งร่างกายของเขานั้นก็เต็มไปด้วยเลือดนอกจากนั้นเขายังได้ทำการนำช้อนมาจากดินลงหลุมศพของแวมไพร์ตัวนั้นกินเข้าไปซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการจะเดินทางกลับกับร่างที่โชคเลือกเช่นนั้นแต่อยู่ๆไม่รู้เกิดอะไรขึ้นต้นไม้ที่กำลังเดินทางไปเรื่อยๆอยู่เหมือนกับว่ามันคืออะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากจนมันสลบไปซึ่งเขาก็จบจากเวียนหัวกระแทกก้อนหินจนเสียชีวิตที่สุสานแห่งนั้นซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าเขานั้นได้ทำการทำร้ายคนในหมู่บ้านจนตายไป 16 คนใน 1 สัปดาห์

หลังจากนั้นทุกคนจึงพากันไปที่สุสานที่ถูกฝังไว้นั้นกลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วทุกคนพากันกำจัดแวมไพร์ที่เหลือจึงลืมไปว่ามีแวมไพร์ตัวหนึ่งที่อยู่ตรงท้ายป่าสุดซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดแต่ทุกคนกลับลืมมันไปหลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์

ก็วันนั้นก็ออกมาฆ่าสัตว์ต่างๆและก็ทิ้งซากศพเอาไว้และมีชาวบ้านมาเห็นต่างก็ไม่รู้ว่ามันตายได้ยังไงแกก็เอาซากศพไปทำอาหารและนำไปกินจนสุดท้ายพวกเขาก็ติดเชื้อกลายเป็นผีดูดเลือดหลังจากนั้นก็ฆ่าคนอื่นไปเรื่อยๆนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานผีไทยมีอะไรบ้าง

สำหรับเรื่องแรกนี้เลยเราจะมาพูดถึงเรื่องของผีไทยกันค่ะ ทุกๆมุมโลกจะต้องมีผีกันอยู่แล้วเพราะไม่ว่าใครก็ตามเมื่อตายไปหากยังมีห่วงก็จะกลายเป็นผีเร่ร่อนและวันนี้เรามาดูกันว่าที่ประเทศไทยนั้นมีผีอะไรบ้างจากทั่วสารทิศของประเทศไทยไปดูกันเลยค่ะ

1.อย่างแรกเลยก็คือ นางตะเคียนค่ะ นางตะเคียนเปรียบเป็นเสมือนนางฟ้าที่คอยปกปักดูแลที่อยู่อาศัยของตัวเอง ซึ้งเมื่อมีใครที่มาตัดต้นไม้หรือที่อยู่อาศัยของนางตะเคียนโดยที่ไม่จัดพิธีเพื่อขอนางตะเคียนก่อนคนคนนั้นก็อาจจะถูกนางตะเคียนลงโทษให้ตายอย่างเจ็บปวดค่ะ ซึ้งนางตะเคียนนั้นจะแต่งชุดโบราณค่ะและนอกจากนั้นนางตะเคียนก็หน้าตางดงามด้วยค่ะต่อให้หน้าตางดงามแต่เมื่อมีใครคิดที่จะตัดต้นไม้ก่อนได้รับการตกลงให้ตัดต้นไม้ได้จากนางตะเคียนแล้วล่ะก็จะน่ากลัวมากเลยค่ะ

2.ต่อมาเราจะมาพูดถึงผีโพงค่ะ ผีโพงเป็นผีจากภาคเหนือซึ้งการที่เราจะสังเกตว่าใครเป็นผีโพงนั้นยากมากเนื่องจากว่าในตอนกลางวันนั้นผีโพงจะเป็นเพียงเหมือนคนธรรมดาแต่เมื่อตะวันลับฟ้าไปคนภาคเหนือหลายๆคนจะรีบเข้าบ้านเพราะตอนกลางคืนนั้นผีโพงจะออกมาหาอาหารกินซึ้งในตอนกลางคืนนั้นจะแยกออกได้ง่ายๆเลยเพราะผีโพงจะมีจุดเด่นนั้นก็คือที่จมูกของพี่โพงจะมีสีเหลืองสว่างมากซึ้งมันมักจะมาหาปลาที่ริมแม่น้ำแต่ถ้าเกิดว่ามีคนเดินผ่านมาและเมื่อผีโพงเห็นสีทอง

ก็จะกินคนที่เดินผ่านมาซึ่งถ้าเกิดว่าใครวิ่งเร็วนั้นมันก็มีวิธีที่จะช่วยตัวเองได้ให้กินคนได้เร็วขึ้นซึ่งก็จะมีก้านกล้วยที่มันเสกมาซึ่งเรานั้นจะต้องหลบก้านกล้วยอันนั้นไม่ให้มันข้ามหัวเราโดยเด็ดขาดเพราะว่าถ้าเกิดว่ามันข้ามหัวเรานั้นก็จะทำให้เราตายฉันก็เป็นอย่างนั้นผีโพงก็จะสามารถกินเราได้ ดังนั้นหากใครไปภาคเหนือจึงจะสังเกตได้ว่าคนหลายคนเลือกที่จะเข้าบ้านตั้งแต่ตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินเนื่องจากกลัวว่าจะเจอผีโพงค่ะ 

3.ต่อมาผีที่เราจะพูดถึงในครั้งนี้นั่นก็คือผีปอบผีปอบนั้นเป็นผีที่คนไทยหลายคนจะรู้จักกันมาอย่างดีซึ่งอย่างที่รู้ว่าผีปอบนั้นจะถอดหัวออกมาจากร่างกายของตัวเองตอนกลางคืนหลังจากนั้นก็จะไปกินของอย่างเช่นวัวที่กำลังตกมันหรือไม่ก็กลับไปไส้พุงของสัตว์ต่างๆซึ่งนอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกว่าหากเรานั้นไปเจอกับใครที่กินของดิบบ่อยๆนั่น

แสดงว่าคนนั้นอาจจะเป็นปอบซึ่งวิธีสังเกตสังเกตยากมากเนื่องจากในตอนเช้าตอบนั้นจะดูเหมือนกับคนจริงมากๆแต่เมื่อตอนกลางคืนก็จะถอดหัวออกมาจากร่างกายและกินของดิบและของสดซึ่งถ้าหากว่าใครเผลอไปโดนน้ำลายของปลอมก็จะทำให้คนคนนั้นกลายเป็นปอบด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

 

สนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100

ตำนานตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบล

       สำหรับตำนานตุ๊กตาแอนนาเบลนั้นเป็นตำนานเก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนานซึ่งคนรุ่นหลังๆนั้นจะได้พบเห็นตำนานอนาเบลนั้นจากภาพยนตร์ที่มีการนำมาสร้างด้วยการเริ่มตำนานของตุ๊กตาแอนนาเบลนั้นเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปีคริสต์ศักราช 1970 

ซึ่งในตำนานมีการเล่ากันว่าได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเธอมีลูกสาวที่น่ารักที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยโดยลูกสาวของเธอกำลังเรียนเป็นพยาบาลฝึกหัดอยู่ในตอนนั้นโดยเธออยากจะให้ของขวัญลูกสาวผมเธอเนื่องจากว่าลูกสาวของเธอนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบตุ๊กตาเป็นอย่างมากเธอจึงได้ซื้อตุ๊กตาตัวหนึ่งจากร้านข้างทางมาโดยลูกสาวของเธอนั้นจะพักกับเพื่อนที่หอพักในขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งจะกลับบ้านแค่เพียงเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้นและเมื่อเธอได้รับของขวัญเป็นตุ๊กตา Annabelle

จากแม่ของเธอเธอก็น้ำซุปตาร์ตัวดังกล่าวมาไว้ที่หอพักของเธอด้วยซึ่งความเริ่มต้นของการน่าสยดสยองก็เกิดขึ้นนับตั้งแต่ตุ๊กตา Annabelle ได้มาอยู่ที่หอพักแห่งนี้โดยคนที่พบความผิดปกติของตุ๊กตาแอนนาเบลคนแรกนั่นก็คือเพื่อนของเธอเองเพื่อนของเธอได้สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่มีการวางตุ๊กตาแอนนาเบลไว้บนเตียงนอน

เมื่อกลับมาถึงห้องพักในตอนเย็นจะพบว่าตุ๊กตา Annabelle ย้ายมาอยู่บนโซฟาหรือย้ายไปอยู่ตามที่ต่างๆซึ่งไม่ใช่อยู่บนเตียงนอนเหมือนในตอนเช้าที่เคยวางเอาไว้ด้วยเพื่อนของเจ้าของตุ๊กตาแอนนาเบลได้สังเกตว่าทุกครั้งที่ตุ๊กตามีการเคลื่อนย้ายที่นั้นทั้งตัวเธอและต้องเจ้าของตุ๊กตาไม่มีใครกลับมาย้ายตุ๊กตาแม้แต่คนเดียวและที่สำคัญเธอยังพบกระดาษที่ถูกเขียนจากลายนิ้วมือที่ไม่ใช่ทั้งของตัวเธอและก็ของเพื่อนวางอยู่ในห้องพัก

ซึ่งลายมือที่เขียนนั้นเป็นลักษณะของลายมือของเด็กน้อยและเมื่อทั้งสองสาวพบเจอเรื่องแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆเธอทั้งสองคนจึงได้มีการติดต่อไปยังหมอผีซึ่งหมอผีก็เดินทางมาที่ห้องของเธอและบอกกับเธอว่ามีวิญญาณผีเด็กได้สิงสถิตอยู่ในตุ๊กตาแอนนาเบลนี้ซึ่งวิญญาณดังกล่าวมีอายุประมาณ 7 ขวบและหลังจากที่เธอรู้ว่ามีวิญญาณสิงอยู่ในร่างของตุ๊กตานั้นตุ๊กตา Annabelle ก็พยายามแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆมากขึ้นทุกทีทำให้เธอและเพื่อนของเธอไม่สามารถที่จะทนอยู่กับตุ๊กตาแอนนาเบล

ได้อีกต่อไปเนื่องจากว่ากลัวจึงได้มีการติดต่อไปยังคนที่สามารถมาจัดการกับตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบลได้ ซึ่งเมื่อเขาเดินทางมาถึงก็พบว่ามีวิญญาณชั่วร้ายเสียชีวิตแต่ว่าผีร้ายตัวนี้ไม่ได้ต้องการที่จะเสียแค่ตุ๊กตาเพลงเท่านั้นแต่มันยังต้องการที่จะกินร่างของหญิงสาวทั้งสองคนอีกด้วยทำให้นักปีศาจวิทยาตัดสินใจนำตุ๊กตา Annabelle ไปขังไว้พิพิธภัณฑ์โดยตั้งไว้อยู่ในกล่องซึ่งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเป็นบ้านของเขาเองและเปิดให้มีคนสามารถเข้าไปชมตุ๊กตาแอนนาเบลได้ซึ่งปัจจุบันนี้ตุ๊กตาแอนนาเบลก็ยังคงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

ความลับของมหาสมุทรที่มหัศจรรย์

น้ำทะเลคงที่

มีใครเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมน้ำทะเลมันถึงคงที่หรืออาจจะคิดถึงว่าเค็มขึ้นหรือว่ามันเจีอจางลงหรือเปล่าแต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำทะเลมันมีรสชาติคงเดิมคือเค็มและมันก็ยังเค็มเท่าเดิมอีกด้วยเขาบบอกว่าเหตุผลที่มันเค็มเท่าเดิม

มันอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเจ้าสิ่งที่มีชีวิตที่อยู่ใต้ท้องทะเลได้ดูดนำเอาพวกเกลือเข้าไปใช้งานจึงทำให่มันตกตะกอนลงไปอยู่ที่พื้นของบริเวณมหาสมุทรและยังได้รวมไปถึงอาจจะถูกขจัดออกไปด้วยทางชีวะเคมีและยังได้รวมไปถึงเกลือ

ในบางส่วนมันอาจจะเข้าไปที่ใต้เปลือกโลก ซึ่งมันได้ปรับสภาพให้เป็นพวกแร่ธาตุจากนั้นมันก็ได้ออกมาจากทางภูเขาไฟหรือว่าพวกรอยแยกอะไรประมาณนี้ฉะนั้นสรุปได้ว่าน้ำทะเลนั้นทุกวันนี้น้ำทะเลไม่ได้เค็มขึ้นหรือว่ามันเจือจางลงไปแต่อย่างใด

ความเค็มของทะเลและมหาสมุทร

ก็อย่างที่บอกไปว่าทะเลกับมหาสมุทรแล้วมันคือคนละอันกันแต่ว่ามันได้อยู่ด้วยกันเพราะในท้องทะเลบางที่ไม่มีการไหลเวียนของน้ำแต่อย่างใดแต่ทว่าในความเค็มของเกลือไม่สามารถที่จะไหลเวียนออกไปสู่ภายนอกได้อย่างเช่นทะเลเดดซีที่มีความเค็มมากเค็มเท่ากับว่าเรานั้นไปนอนแช่น้ำและเราไม่จมเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันก็ได้มีความแตกต่างไปจากมหาสมุทร

ที่กระแสของน้ำนั้นมันสามารถที่จะไหลเวียนได้ตลอดเวลาจึงได้ทำให้ความเค็มของเกลือนั้นมันมีความสมกุลอยู่มากและก็อาจจะสรุปได้ว่าทะเลนั้นบางที่มีความเค็มมากกว่ามหาสมุทรก็ว่าได้

3-4 

หลายๆคนก็จะเข้าใจเหมือนกันว่าโลกของเรานั้นมันหน้าจะมีพื้นแผ่นดินมากกว่าพื้นน้ำใช่หรือไม่แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกของเรานั้นมีพื้นน้ำมากกว่าพื้นแผ่นดินประมาณ3เท่าเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นเข้าใจตรงกันว่าโลกของเรานั้นมีพื้นแผ่นดินเพียงแค่หนึ่งต่อสี่ก็คือมีเพียงแค่นิดเดียวและก็จะมีน้ำที่อยู่บนโลกของเรานั้นเยอะกว่าพื้นดินอีกเดียวที่นี้เข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่เรื่องของน้ำและดินบนโลกของเรา

จำนวนของมหาสมุทร

สำหรับบนโลกของเรานั้นได้มีมหาสมุทรที่กว้างอย่างมากมาย ซึ่งมันจัดได้ว่ามีห้ามหาสมุทรและนั่นก็คือมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรใต้ และ มหาสมุทรอาร์กติก จึงต้องบอกเลยว่าแต่ละอันนั้นมีขนาดที่กว้างอย่างมากเลยก็ว่าได้หากมีใครหลงเข้าไปก็อาจจะเหงาตายกันเลยทีเดียวและทั้งหมดนี้มันคือเกล็ดความรู้ที่เราได้ไปศึกษามาก็เลยนำเอามาบอกต่อกันฟัง

 

สนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน