การเล่นผีของชาวมอญที่จังหวัดราชบุรี

สำหรับการเล่นผีของชาวมอญนี้จะเล่นกันเฉพาะในวันสำคัญคือวันสงการต์การเล่นผีของชาวมอญในจังหวัดราชบุรียังคงมีการอนุรักษ์เอาไว้เพราะเนื่องจากว่ายุคสมัยที่มีวัฒนาการต่างๆก้าวหน้าไปการเล่นผีของชาวมอญก็จะค่อยๆหายไปแล้วทำให้ผู้คนอื่นๆเขาจะไม่ค่อยรู้กันว่าชาวมอญได้มีการละเล่นผีแบบนี้กันจริงๆหรือไม่วันนี้เราได้รวบรวมการเล่นผีของชาวมอญมาให้ทุกคนได้รับฟังกันว่าการเล่นผีของชาวมอญนั้นได้มีการเล่นกันยังไง

เราจะพูดถึงความรู้กันก่อนว่าการเล่นผีของชาวมอญจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีเพราะเนื่องจากว่าเจ้าพิธีจะมีหน้าที่สำคัญในการเชิญผีเข้ามาในร่างแล้วก็เชิญผีออกจากร่างรวมไปถึงการรวบคุมการกำกับการดูแลร่างเพื่อไม่ให้ร่างเกิดอัตรายจากการเล่น

เนื่องจากว่าเวลาที่ผีได้เข้าสิงร่างผู้เล่นจะไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้จำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีอัญเชิญผีเข้าโดยการจุดธูปเทียนมีดอกไม้เป็นเครื่องบูชาแล้วถ้าหากว่าจะเชิญผีออกจากร่างก็จะต้องส่งเวียงดังๆเข้าไปที่หูโดยทำผ่านเจ้าพิธี

โดยการเล่นผีของชาวมอญไม่ใช่เป็นการเข้าร่างขอหวยขออะไรแต่นี่มันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานชาวบ้านว่ากันว่านี่คือสีสันประจำประเพณีสงการต์ของชาวมอญกันเลยหากประเพณีสงการต์ไม่มีการเล่นผีจะถือว่ามันไม่สมบูรณ์แบบเราก็เลยไปหาข้อมูลในการเล่นผีต่างๆของชาวมอญว่าเขามีการเล่นผีอะไรกันบ้าง

สำหรับเรื่องแรกที่ชาวมอญชอบเล่นกันก็คือผีกะลาการเล่นผีกะลานั้นคนดูก็จะมีการนั่งล้อมวงกันแล้วจะมีผู้เล่นนั่งอยู่ตรงกลางและเจ้าพิธีหรือคนที่เขาคอยดูแลร่างทรงจะทำการปิดตาผู้เล่นจุกธูปเทียนเชิญผีเข้าสิงในร่างกลุ่มผู้เล่นคนดูจะเริ่มเรียกร้องผีเข้ามาสิงโดยการปรบมือกันเป็นจังหวะแล้วทุกคนจะร้องพร้อมกันว่ากุกุกะมาเยอ เร็วเข้าๆจะเป็นการร้องซ้ำๆแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีสิงเข้ามาสิงในร่าง

นอกจากนี้เมื่อได้มองเห็นผู้เล่นเริ่มจะมีอาการตัวสั่นก็จะเร่งจังหวะที่เร็วขึ้นๆเพื่อให้รู้ว่าผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเมื่อผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเจ้าพิธีจะทำการเปิดผ้าที่ปดตาออกผู้เล่นจะเริ่มเคราะกะลาตามจังหวะเพลงที่ชาวบ้านที่กำลังร้องกันแล้วก็มีการรำกันบางทีคนดูก็อินไปจนถึงรำเป็นเพื่อนของร่างทรงคนนี้ด้วยเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

อาถรรพ์เมืองลับแลกลางป่าเปลี่ยว

สุขใดเล่าเท่ากับกินเหล้าเปิดเพลงหลังจากที่รุ่นน้องสองคนได้ออกไปซื้อเหล้าผมก็เบาเสียงเพลงคนเมาเต็มที่มักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพลงมันไม่ต่างอะไรกับบาร์ที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังๆให้รู้ค้าฟังสักพักผมก็เปิดเพลงเพื่อชาร์จแบตเอาไว้รอเปิดตอนที่ซื้อเหล้ากลับมา

นอกจากนั้นลมที่เยือกเย็นมันก็พัดมาบรรยากาศชวนให้ขนลุกพิกลสักพักก็ได้มีเสียงดนตรีได้ลายตามลมมาถ้าผมจำไม่ผิดว่ามันเป็นเสียงแห่กลองยาวฉาบ แต ฆ้องจังหวะนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ซึ่งผมก็ได้คิดไปว่าใครมาแห่อะไรดึกที่วัดมีงานอะไรหรือเปล่าและผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากสักพักเอกกับป๊อบก็กลับมาเท่าที่ฟังเสียงบิดเร่งเครื่องมามันทั้งสองขี่รถไวจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะพวกนี้เมาแล้วชอบขับรถไวทุกทีจากนั้นทั้งสองก็ได้ลงรถมาอย่างรีบๆและไม่มีท่าทีที่จะอยากดื่มเหล้าต่อผมก็เลยบอกมันว่าเมื่อไรจะเปิดเหล้ากูอยากกินเต็มทีแล้ว

นอกจากนี้หลังจากที่นั่งกินเหล้าอยู่ผมก็ได้ถามหาบุหรี่จากนั้นทั้งสองมันบอกว่ารถล้มแล้วหายและบอกว่าผมได้เจอของดีตอนที่ผมได้ไปซื้อเหล้าตอนไปไม่มีอะไรแต่ตอนกลับเท่านั้นแหละเจอของดียังไงผมได้ให้เอกขับเพราะว่าผมเมากว่ามันป๊อบบอกขากลับช่วงภูเขาบ้านตาหนองมีใครไม่รู้ได้ใส่ชัดขาวอยู่เต็มถนนเลยมีแตรวงด้วยเอกได้เห็นก่อนมันเลยชี้ให้ผมดูด้วยความเมาผมจึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังเฮ้ยทำอะไรกันขวางถนนเต็มไปหมดเลยจะไปไหนกัน

ซึ่งคนแถวนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยเห็นหน้าพวกมันไหมไม่เห็นเลยเห็นแต่พวกมันใส่ชุดขาวบางคนถืออุ้มมอะไรก็ไม่รู้คล้ายกับพานบางคนก็ถือธงบางคนก็ไม่ถืออะไรเลยมีคล้ายแตรวงนำหน้าสักพักผมได้มองว่าจะไปไหนกันพี่เชื่อไหมคนทั้งกลุ่ม20-30คนเดินเข้าไปในป่าทางเข้าบ้าน ตาหนอง 

หลังจากที่พวกเขาได้เห็นแบบนั้นเอกก็ได้ปล่อยรถล้มของที่ซื้อมาได้หล่นหมดพวกผมไม่ได้เก็บเลยรีบเอารถขึ้นแล้วบิดมาเลยหายเมาไปทันทีเหลือแต่เหล้าขวดเดียว สงสัยพวกมึงเจอดีเข้าให้แล้วแหละไม่ต้องกินกันต่อแล้วขนผมลุกขึ้นมาทันที

จากนั้นผมก็ได้สั่งให้พวกน้องๆเก็บของไม่ต้องกินแล้วป๊อบมึงจะกลับบ้านเลยไหมจะกลับบ้านยังไงเส้นทางบ้านผมต้องกลับไปทางเดียวกันที่พึ่งเจอดีมาผมไม่กล้าไปหลอกพี่ผมกลัวผีงั้นก็นอนที่นี่ก็ได้รุ่งเช้าค่อยกลับ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet

ตำนานผีตีนกลับสุพรรณบุรี

สำหรับเรื่องราวสยองขวัญนี้ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีชายคนหนึ่งและเพื่อนๆเขาอีกจำนวนหนึ่งเขาได้ไปท่องเที่ยวกันที่งานวัดจากนั้นพอถึงเวลาพวกเขานั้นก็ชวนกันกลับรถกะทะคันเดิมที่พวกเขาได้นั่งอัดกันมาเที่ยวงานวัด

หลังจากที่พวกเขานั้นกำลังเดินทางกลับนั้นได้ใช้ถนนในเส้นทางหนึ่งไฟฟ้าก็ไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่แต่ก็ยังมองเห็นท้องถนนอยู่หลังจากนั้นที่พวกเขาได้ขับรถไปในถนนได้ในระยะหนึ่งก็พบเจอกับศาลไม้เก่าๆอยู่หลังหนึ่งแล้วก็มีต้นไม้ที่มีลำต้นค่อนข้างที่จะใหญ่ปกคุมไปทั่วบริเวณนั้นเป็นภาพที่บบอกได้เลยว่าถอดแบบออกมาจากหนังผีกันเลยทีเดียว

เนื่องจากนี้ในขณะที่พวกเขานั้นได้ขับรถผ่านโค้งไปโค้งหนึ่งอยู่เขานึกยังไงก็ไม่รู้ว่าเขานั้นได้พูดกับเพื่อนๆว่า เฮ้ยสถานที่ตรงนี้กูได้ยินมาวันมันมีคนตายถูกรถชนลำตัวบิดเบี้ยไปทั้งตัวพูดไปในทำนองของเรื่องผีตีนกลับหรือว่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ได้ถูกรถชนจนทำให้ลำตัวของเธอนั้นบิดเบี้ย

ซึ่งตลอดระยะทางที่พวกเขานั้นได้ขับกันไปมืดๆนั้นเขาก็ได้เล่าเรื่องนี้ไปเรื่อยๆถึงแม้ว่าในเวลานี้มันจะไม่ดึกเท่าไหร่ประมาณ5ทุ่มเศษแต่ถนนบริเวณนั้นมันโล้งผิดปกติมันน่าแปลกใจมากในเส้นทางที่เขาใช้นั้น

โดยปกติอย่างน้อยมันก็จะต้องมีรถผ่านมาสักคันหนึ่งแต่ในระหว่างทางที่ขับรถไปและก็เล่าเรื่องผีไปไม้เห็นรถคันไหนสวนมาเลยหรือแม้กระทั่งรถที่จะขับตามมามันก็ไม่มีเลยสักคันสองข้างทางมันเต็มไปด้วยทุ่งนาแสงสว่างก็ไม่มีจะมีแต่เพียงไฟหน้ารถเท่านั้นเองที่ส่องให้เห็นในช่วงระยะเวลานั้น

ในขณะที่เขาขับรถไปเรื่อยๆจังหวะนั้นตัวเขาได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนก้มหน้ามืดอยู่ในโพงข้างทางลักษณะเป็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดคล้ายกับพนักงานโรงงานแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวและตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่เพียงแค่พูดออกมาเบาๆว่าผู้หญิงคนไหนออกมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ

ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรหลังจากที่พูดจบเขาก็ได้ขับรถตามทางไปเรื่อยๆด้วยความเร็วประมาณ120ในจังหวะนั้นเองระหว่างทางที่เขากำลังขับรถไปได้เหลือบไปเห็นกระจกหลังรถภาพในกระจกได้สะท้อนให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในมุมมืดข้างทางเมื่อกี่นี้ที่เขาได้พบเจอว่ามีผู้หญิงใส่ชุดโรงงานแล้วยืนแขนแนบลำตัวกำลังเดินตามรถมาอย่างช้าๆมันน่าตกใจมากๆเพราะว่ารถของเขาวิ่งด้วยความเร็ว120กิโลเมตรแต่ที่เห็นลักษณะของผู้หญิงขาของเขาได้หันกลับไปด้านหลังและส้นเท้าด้านหลังได้ชี้มาด้านหน้าก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆเทียบเท่ากับความเร็วรถวิ่ง120เลย

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62

การค้นพบนิงเง็นนั้นมันมีตัวตนจริงๆหรือเปล่า?

ซึ่งหลักฐานต่างๆที่มันได้มีอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มันไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้คนทั่วไปรู้หรือมันก็ได้ถูกแชร์กันอย่างเงียบๆในโลกอินเตอร์เน็ตในมุมเล็กๆแค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้คนส่วนใหญ่แล้วที่จะสนใจในเรื่องนี้เขาเลยคิดว่านี่มันอาจจะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ทางเบื้องบนเขาได้สั่งให้เก็บเอาเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับและปกปิดเรื่องนี้มันก็มีความเป็นไปได้และหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นเราก็ได้เข้าไปเจอหลักฐานอยู่สองอย่างด้วยกัน

นั่นก็คือหลักฐานจากภาพถ่ายกับหลักฐานจากภาพวีดีโอ โดยหลักฐานจากภาพถ่ายจากการที่เราได้ไปตรวจสอบข้อมูลมาปรากฏว่าภาพถ่ายส่วนใหญ่มันมักจะถูกถ่ายตอนกลางคืนเท่านั้นและรูปภาพถ่ายที่เขาได้มานั้นมันก็ได้มีความคมชัดที่มันกดูค่อนข้างที่จะต่ำเอามากๆ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาส่วนใหญ่ก็จะเห็นเป็นคล้ายๆกับภูเขานำแข็งที่มีลักษณะโค้งงอปกติเพียงแค่นั้นเอง

แต่หลักฐานทางวีดีโอมันมีความชัดเจนมากกว่ารูปภาพตรงที่ว่ามันได้มีการถ่ายการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอยู่นั่นเอง โดยหลักฐานทางวีดีโอตรงนี้เราได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วมันก็จะมีอยู่ทั้งสิ้นสามคลิปวีดีโอด้วยกัน ซึ่งในสามคลิปวีดีโอนี้เราได้รวบรวมเป้นที่เรียบร้อยแล้วถ้าหากใครที่ได้ดูแล้วก็คิดวิเคาระห์เอาแล้วกันว่ามันคืออะไรกันแน่น

ซึ่งจากในมุมมองของเราแล้วคลิปที่หนึ่งและสองมันเป้นคลิปที่แบบว่ามันเหมือนจะไม่ใช่คลิปวีดีโอจริงๆและดูเหมือนว่ามันจะเป็นการสร้างขึ้นมาแต่ตรงนี้มันก็ยังฟันธงไม่ได้แต่ในส่วนตัวเราแล้วเราได้คิดว่าคลิปวีดีโอส่วนนี้มันดูเหมือนว่ามันดูเป็นการจัดสร้างขึ้นมามากกว่าแต่สำหรับคลิปวีดีโอสุดท้าย ซึ่งหลักฐานตรงนี้มันคือการส่งหุ่นยนต์ลงไปทำการสำรวจที่ใต้ท้องทะเล

ซึ่งคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้มีความยาวอยู่หลายนาที ซึ่งในระยะเวลาที่ได้ถ่ายมานั้นมันก็จะม่การค้นพบเจอปลาหมึกมีการพบเจออะไรเยอะแยะมากมายจนมาถึงเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้อยู่ใต้น้ำซึ่งในส่วนตัวตรงนี้เราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็นคลิปวีดีโอเต็มแต่ถามว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ถูกถ่ายได้ตรงนี้มันคืออะไรและในมุมมองของเรามันก็ยังไม่สามารถที่จะบ่งบอกให้กับเราได้แต่เราบอกได้เพียงแค่ว่าในความคิดส่วนตัวเราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้เป็นคลิปวีดีโอจริงๆและตรงนี้มันก็เป็นข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นหรือพรานทะเลแห่งทะเลแอตแลนติดใต้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

ตำนานเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่เมืองลับแล

ซึ่งเขาได้บอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีประชากรได้อาศัยอยู่กันไม่เยอะอาศัยอยู่กันแค่เพียงหลักสิบคนแต่ทว่าสิ่งที่มันแปลกคือการแต่งตัวหรือว่ารูปลักษณ์นั้นมันได้มีความแตกต่างจากผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นอย่างมากและที่มันได้มีความแตกต่างนั่นก็คือเรื่องของการใช้ภาษา ซึ่งภาษาที่ใช้นั้นซึ่งมันไม่ได้เป็นภาษาในยุคปัจจุบันที่เขาได้มีการใช้กันแต่มันได้เป้นภาษาในยุคโบราณที่ได้มีการใช้ในการสืบสารกัน

ซึ่งตรงนี้พอเขาได้เล่าให้พวกชาวบ้านฟังชาวบ้านต่างก็ได้บอกว่าเราไม่เชื่อคุณแต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่าคุณได้หายคนไปประมาณ3ปีแล้วอยู่ดีๆคุณกลับมาบอกว่าไปเจอทางลับและได้ไปเจอประตูปริศนามาเขาก็เลยต้องการที่จะให้เขาได้พิสูจน์ว่าเขาได้ไปเจอมาจริงหรือเปล่าจากนั้นทางผู้เสียหายเขาก็ได้นำขณะหมู่บ้านส่วนหนึ่ง

ได้พาไปยังจุดที่เขาได้พบเจอทางเข้าลึกลับปรากฏว่าเขาก็ได้เจอเมืองปริศนาเมืองนั้นจริงๆมันก็เลยยิ่งทำให้สร้างความแปลกใจเข้าไปอีกหลังจากนั้นพอระยะเวลามันได้ผ่านไปเรื่อยๆมันก็ได้มีการเริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้มีการไปมาหาสู่ในการซื้อขายหรือว่าการแลกเปลี่ยนเครื่องอุปพันเครื่องแต่งกายต่างๆนานามากมายหลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

ทางเข้าหมู่บ้านนี้มันก็ได้กลายเป็นที่โด่งดังในบริเวณนั้นแล้วมันก็ได้ทำให้คนที่ได้อยู่ใกล้ได้แห่พากันเข้ามาเข้าพื้นที่ลับตรงนี้มากขึ้นมาเรื่อยๆจนมันได้ทำให้ข้าวของของเมืองปริศนาของเมืองนี้มันก็ได้เริ่มหายไปทีละชิ้นๆจากนั้นก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับเมืองปริศนาตรงนี้มากจนอยู่ดีๆวันหนึ่งชาวบ้านที่ได้เคยเข้ามาในหมู่บ้านนี้

พวกเขาก็ได้กลับพบว่าทางเข้าปริศนาตรงนี้มันได้หายไปและก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลยส่วนเรื่องเล่าตรงนี้เขาก็ได้บอกว่ามีหลักฐานในการายืนยันตรงที่ว่ามีพวกเครื่องเงินเครื่องทองสิ่งทอผ้าที่มาจากหมู่บ้านที่ได้ตั้งถิ่นฐานตรงนี้สิ่งเขาก็ได้แลกเปลี่ยนหรือทำการซื้อขายกันในช่วงแรกๆที่ได้พบเจอนี่มันก็เลยเป็นสิ่งของต่างหน้าที่คนเฒ่าคนแก่เขาได้อ้าง

เพื่อยืนยันว่านี่มันได้เป็นของที่ได้มาจากเมืองปริศนาหรือเมืองลับแลนั่นเองและตามความเชื่ออีกหนึ่งอย่างเขาได้บอกว่าเมืองปริศนาหรือว่าเมืองลับแลแห่งนี้ได้เป็นเมืองที่ได้มีศรีธรรมมากใครโกหกหรือว่ารักเล็กหรือว่าขโมยน้อยหรือใครผิดศีรธรรมจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านนั้นทันทีและจะไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay line

อาถรรพ์เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 

เมื่อลับแลซึ่งได้เป็นเมืองที่ได้มีพื้นที่ขนาดเล็กที่ได้อยู่ใน จังหวัดอุตรดิตถ์ และเหตุผลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ซึ่งในอดีตได้ว่ากันว่าทางเข้าเมืองลับแลได้อยู่ในป่าทึบและเส้นทางที่คดเคี้ยวถ้าไม่ใช่คนที่ชำนานในการเดินป่าแล้วจะไม่สามารถที่จะหาทางเข้าเมืองลับแลได้และนั่นมันจึงได้เป็นเหตุผลที่มาว่าทำไมถึงได้ชื่อว่าเมืองลับแลเพราะในสมัยก่อนก็เต็มไปด้วยป่าที่ได้มีความสลับซับซ้อนตะวัน

มันยังไม่ทันจะตกพ้นดินก็แทบจะมองไม่เห็นแสงของพระอาทิตย์แล้วในเมืองลับแลนั้นก็ยังได้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าได้มีชายผู้หนึ่งได้เดินหลงเข้าไปในป่าแห่งเมืองลับแลและเขาได้ไปพบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเธอได้มีรูปร่างน่าตาที่สวยงามมากๆ ซึ่งชายหนุ่มดังกล่าวก็ได้ก็ได้หวาดเสน่ห์ให้เธอต่างๆนานา

จึงทำให้เธอคนนี้ได้หลงในอารมณ์ของผู้ชายคนนี้จากนั้นเธอก็ได้พาผู้ชายดังกล่าวกลับไปอาศัยอยู่ที่เมืองลับแลโดยที่เธอเองนั้นไม่รู้เลยว่าชายผู้นี้ได้มีลักษณะนิสัยที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งในระหว่างทางเธอก็ได้อกกับผู้ชายคนนี้ว่าหากได้เข้าไปที่เมืองแห่งนี้แล้วจะต้องมีความประพฤติที่ดียึดมั่นอยู่ในศรีและสิ่งที่สำคัญของเมืองลับแลแห่งนี้ก็คือห้ามโกหกเมื่อชายหนุ่มได้เดินทางเข้าไปยังเมืองลับแลเขาก็ต้องตกใจ ซึ่งเมืองลับแลแห่งนี้ได้ถูกซ่อนอยู่ในป่าเขาโดยที่ไม่มีใครพบเห็นได้แต่อย่างใด

และยังได้เป็นเมืองที่ได้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากและในเมืองแห่งนี้ก็ได้มีแต่ผู้หญิงที่มีน่าตาสวยมีผิวพรรณที่ดีเมื่อกับเป็นหญิงงสาวที่อยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว จากนั้นทั้งสองคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมืองลับแลแห่งนั้นมาโดยตลอดและทั้งสองยังได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยากันมาจนทั้งสองได้มีลูกด้วยกันหนึ่งคน

แต่เหตุการณ์ที่สำคัญมันได้เป็นจุดเปลี่ยนของผู้ชายคนนี้นั่นก็คือเขาได้ทำผิดกฎของหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งได้เป็นกฎที่ได้มีความร้ายแรงเป็นอย่างมากมีอยู่วันหนึ่งภรรยาของเขาไม่อยู่ในบ้านแล้วลูกของเขาเกิดร้องไห้จึงทำให้ชายดังกล่าวเกิดอาการหงุดหงิดลำคาญเขาอยากจะให้ลูกของเขาได้หยุดร้องจากนั้นชายคนนี้เขาได้โกหกลูกของเขาว่าลูกจ๋าแม่มาแล้ว

จากนั้นเองเพียงคำพูดเหล่านี้เขาต้องการที่จะให้ลูกของเขานั้นได้หยุดร้องแต่ปรากฎว่าได้มีชาวบ้านที่ได้เดินอยู่ในบริเวณนั้นเขาเกิดได้ยินเข้าว่าชายผู้นี้ได้โกหกลูกของเขาว่าแม่ของตนนั้นมาแล้วแท้ที่จริงแล้วแม่ยังไม่กลับมาและนี้เองมันจึงได้เป็นสาเหตุที่โดนชาวบ้านไล่ออกไป

 

 

ขอขอบคุณ  entaplay slot  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานสงครามแห่งกรุงทรอย

        เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นตำนานที่มีการเล่าถึงเทพเจ้ากรีกซึ่งเป็นเรื่องราวเรื่องของความรักสามเส้าที่ทำให้ก่อให้เกิดสงครามกรุงทรอยขึ้นเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปีสงครามนั้นจึงสิ้นสุดลงโดยเรื่องเล่านี้มีการเล่าถึงเทพเจ้าจำนวนหลายคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ยุ่งอยู่ในครั้งนี้และก่อให้เกิดสงครามแห่งกรุงทรอยขึ้น

โดยเรื่องเล่านั้นมีอยู่ว่าที่กรุงทรอยนั้น  มีเจ้าชายองค์หนึ่งชื่อว่าเจ้าชายปารีสพระองค์เป็นเจ้าชายที่มีความหล่อเหลาและรูปงามเป็นอย่างมากหญิงสาวคนใดได้เห็นก็มักจะตกหลุมรักพระองค์อย่างไม่มีเงื่อนไขอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายปารีสได้ถูกสั่งให้มาตัดสินเกี่ยวกับเรื่องของความงามของเทพีจำนวน 3 พระองค์ว่าเทพทั้งสามพระองค์นี้ใครจะมีความงามมากกว่ากันโดยเทพีที่ถูกให้เลือกว่าจะเป็นเทพีที่สวยที่สุดในโลกนั้นมีเทพีเฮร่า   เทพีอาธีน่า  และเทพีอโฟร์ไดท์

ซึ่งเทพีทั้งสามพระองค์นี้มีความงดงามที่ไม่น้อยกันเลยจึงทำให้เกิดการตัดสินใจลำบากมากแต่อย่างไรก็ตามแต่  เทพีอโฟร์ไดท์ ได้มีการไปติดสินบนเจ้าชายปารีสโดยให้เจ้าชายปารีสนั้นเลือกตนเองเป็นเทพีที่มีความงดงามมากที่สุดในโลกและรับปากว่าหากว่าตนเองนั้นได้ถูกเลือกเป็นเทพีที่มีความสวยงามที่สุดในโลกแล้วก็นางจะหาหญิงงามมาฝากเจ้าชายปารีสทำให้เจ้าชายปารีสนั้นตัดสินใจที่จะเลือกเทพีอโฟร์ไดท์ เป็นหญิงงามที่สุดในโลกนั่นเองและนี่เองคือจุดกำเนิดของสงครามกรุงทรอย

เมื่อหญิงงามที่เทพีอโฟร์ไดท์ ได้เลือกมาให้เจ้าชายปารีสและทำความรู้จักกับเจ้าชายปารีสนั้นคือนางเฮเลนซึ่งจริงๆแล้วนางเฮเลนนั้นเป็นหญิงสาวที่มีสามีอยู่แล้วโดยสามีของเธอนั้นก็คือ เมเนเลอัส ซึ่งเขาคือเจ้าเมืองผู้ครองนครสปาร์ ต้า  และเมื่อเฮเลนได้เจอหน้าเจ้าชายปารีสครั้งแรกก็ตกหลุมรักเจ้าชายปารีสทันทีเพราะความหล่อเหลาและที่สำคัญนั้นเจ้าชายปารีสยังคงเป็นเจ้าชายที่มีอายุน้อยยังหนุ่มยังแน่นหลังจากนั้นเจ้าชายปารีสและเฮเลนจึงได้พากันเดินทางไป

อยู่ที่กรุงทรอย และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไรก็ตามเมื่อสามีของนางเฮเลนรู้เรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากเขาจึงได้ทำการยกกองทัพจากเมืองสปาต้าเดินทางมาที่กรุงธรซอยและมาทำการสู้รบเพื่อที่จะล้างแค้นเจ้าชายปารีสที่นำภรรยาของเขามาและต้องการที่จะนำตัวนางเฮเลนกลับไปอยู่ที่เมืองสปาต้าเหมือนเดิมและนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้กรุงทอยมีสงครามเกิดขึ้นและสงครามนั้นก็มีการต่อสู้กันอย่างยาวนานนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 mobile

ตำนานสุดหลอนคนปริศนาในห้องสมุด 

ในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีความโด่งดังเป็นอย่างมากโรงเรียนนี้นั้นว่ากันว่าใครก็ตามที่เข้ามาในห้องสมุดก็มักจะเจอกับผีที่อยู่ในห้องโดยผีนั้นไม่ได้ออกมาให้เราเห็นกันอย่างจริงๆแต่กลับเป็นเงาดำๆและเสียงอีกหลายอย่างเลยวันนี้เราก็จะขอเล่าตำนานของ คนปริศนา โดยในเรื่องราวของตำนานโรงเรียนในนั้นว่า เมื่อหลายสิบปีก่อนได้มีเด็กชายคนนึงซึ่งเขานั้นเป็นเด็กชายที่มักจะชอบขึ้นมาในห้องสมุดเป็นอย่างมากโดยชายหนุ่มคนนี้นั้นเขาเป็นคนที่เข้ามาบ่อยจนบรรณารักษ์ทั้งสองต่างพากันเอ็นดู

และได้ให้ห้องสมุดที่มีเพียงแค่บาทเดียวเท่านั้นในโรงเรียนให้กับเด็กชายคนนี้โดยเขานั้นจะสามารถเข้ามาเก็บหนังสืออะไรก็ได้ออกไปได้เขานั้นมีเวลาที่จะเอามาคืนเป็นเวลามากถึง 2 เดือนด้วยกัน

โดยชายหนุ่มคนนี้ก็ดีใจมากแต่มีอยู่วันนึงในวันที่เขานั้นกำลังเดินทางมาที่โรงเรียนข้ามทางม้าลายอยู่มีรถมาจากไหนก็ไม่รู้ได้มาชนเขาจนเขาเสียชีวิตช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่คุณครูบรรณารักษ์นั้นพากันสงสารเด็กชายคนนั้นเป็นอย่างมากและบัดนั้นก็ได้ถูกเผาไปพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนนั้นด้วยเช่นเดียวกันโดยเมื่อหลังจากเรื่องนั้นผ่านไปเป็นเวลา 10 ปี

เรื่องราวของเขาก็ค่อยๆถูกลืมไปแต่มันน่ารักทั้งสองก็ยังคงจำเรื่องราวของเขาได้เป็นอย่างดีโดยมีอยู่วันหนึ่งที่มีนักเรียนคนหนึ่งเดินทางเข้ามาในห้องสมุดซึ่งเป็นนักเรียนสาวชื่อว่าเยลลี่เยลลี่นั้นเดินเข้าไปในห้องสมุดซึ่งเป็นห้องสมุดตำนานของโรงเรียนต่างๆซึ่งเป็นจุดที่ไม่ค่อยที่จะมีคน เข้าไปในน้ำจะมีสักเท่าไหร่โดยมีเด็กสาวที่ชื่อเยลลี่เมื่อกลับออกมาแล้ว มือของเธอนั้นก็ได้มีบัตรที่เป็นแบบที่จะสามารถยืมหนังสือไปได้ 2 เดือนซึ่งเป็นบัตรเดียวกันที่ถูกเขาด้วยพร้อมกับร่างของเด็กชายเมื่อ 10 ปี

ก่อนเมื่อเราบรรณารักษ์เห็นก็ถึงกับต้องตกใจเป็นอย่างมากนอกจากนั้นทุกๆคืนเราบรรณารักษ์มักจะได้ยินเสียงคนเดินไปมาทั่วห้องสมุดทั้งๆที่ไม่มีใครเลยนอกจากนั้นเมื่อเช้ามาอีกครั้งก็จะได้ยินเสียงของหนังสือปิดดังบ้างและเมื่อไปมองที่ไหนทั่วห้องแล้วแต่ก็ไม่เห็นมีใครนอกจากนั้นทุกทุกเช้าจะเห็นว่ามีรอยเท้าเปลื้อนโคลนเดินอยู่ทั่วห้องแต่เมื่อตามร้อยเท้าไปนั้นก็เห็นว่ารอยเท้านั้นหันไปที่กระจกที่ไม่มีระเบียงและรอยเท้าก็สิ้นสุดอยู่เพียงแค่นั้น นั้นจึงทำให้ทุกคนคิดว่านั้นคือรอยเท้าของชายหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน

 

สนับสนุนโดย  rb88 คาสิโน

ตํานานนางสิบสอง 

มีเศรษฐีคนหนึ่งเท่านั้นอาศัยอยู่กับภรรยาและมีลูกมากถึง 12 คนโดยเข้านั้นก็นเิ่มจนหมดตังก็เริ่มหมดลงเนื่องจากเขานั้นมีลูกมากเกินไปด้วยความที่เขาต้องการที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายลงเขาจะพาลูกทั้ง 12 คนไปทิ้งเนี่ยกลางๆเด็กๆนั้นเหนื่อยอ่อนจึงได้ทำการนอนหลับไปที่ใต้ต้นไม้ในช่วงเวลานั้นเองราชินียักษ์ที่อาณาจักรใกล้ๆกันก็ได้ไปพบกับเด็กทั้งสิบสอง

และได้เกิดความเอ็นดูจึงได้ให้เด็กทั้ง 12 นั้นมากลายเป็น ลูกบุญธรรมหลังจากที่นางสิบสองทั้งหมดได้อาศัยอยู่กับราชินียักษ์มาตลอดเวลาพวกเขานั้นก็เริ่มสงสัยว่าเมืองแห่งนี้นั้นจะเป็นอาณาจักรของยักษ์เนื่องจาก เมื่อวานนางสิบสองได้เดินทางไปที่หลังสวนซึ่งเป็นส่วนต้องห้ามและเมื่อไปถึงก็พบกับโครงกระดูกของคนมากมาย

และจะคนนึงที่กำลังถูกขังอยู่ในกรงขนาดยักษ์ นางสิบสองรีบเดินตรงไปสอบถามและได้ความมาว่าอาณาจักรแห่งนี้นั้นเป็นอาณาจักรของยักษ์ราชินีซึ่งเป็นแม่ของพวกเขาเองก็คือราชินีอย่างนั้นเองเมื่อพวกเขารู้ก็เริ่มคิดและสังเกตไปที่นั่นทุกๆวันจะมีอยู่วันนึงก็พบว่าราชินียักษ์ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของพวกเขาได้แปลงร่างกายเป็นยักษ์ที่หน้าตาอัปลักษณ์และจับคนกินพวกเขากลัวจนพากันรีบเดินทางออกนอกอาณาจักรแห่งปีในช่วงเวลานั้นเองมีองค์ชายเมืองหนึ่งที่ได้เดินทางมาที่ตายนั้นแหละ

เจอกับนางสิบสอง ที่มีหน้าตาสะสวยองค์ชายจึงได้ทำการอภิเษกสมรสกับนาง 12 ทั้งหลาย ย้อนกลับไปที่เมืองยักษ์ราชินีแห่งอยากได้มีลูกอยู่ 2 คนเป็นลูกสาวฝาแฝดคนแรกชื่อว่าเมรีคนที่ 2 ชื่อ 4 ทัศนาผ่านไปเป็นเวลา 1 อาทิตย์ราชินีแห่งเมืองยักษ์ก็ได้รู้มาว่านั่งทั้ง 12 ตอนนี้ได้กลายเป็นมเหสีของพระราชาที่เมืองแห่งหนึ่งด้วยความที่จะโกรธราชินียักษ์

จึงได้แปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยและได้เตรียมยาเสน่ห์ขึ้นมาและก็ได้เดินทางไปที่อาณาจักรของพระราชานั้นพระราชานั้นก็ดันหลงเสน่ห์ยาเสน่ห์ที่พระราชินียักษ์ทำหลังจากนั้นราชินียักษ์ที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยก็ได้บอกกับพระราชาว่าเธอนั้นต้องการให้พระราชาทำให้นาง 12 นั้นถูกขังอยู่ในคุกในถ้ำกลางป่าอันมืดมิดและทั้ง 12 ก็พากันถูกขังเข้าไปไม่นานนักราชินี

ก็ได้เดินทางเข้ามาในที่แห่งนั้นพร้อมกับควักลูกตาของพี่สาวนาง 12 ไปแต่ลูกคนที่ 2 ซึ่งน้องคนสุดท้องกับถูกควักไปแค่ดวงตาข้างเดียวเท่านั้นเนื่องจากดวงตาอีกข้างนั้นยังไม่ครบกำหนดพอที่ราชินีนั้นจะสามารถเอาไปทำเป็นยาอมตะได้โดยราชินีนั้นได้หารู้ไหมว่านาง 12 ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องกำลังตั้งครรภ์อยู่ซึ่งเป็นลูกของพระราชามีอยู่วันนึงที่นางได้คลอดลูกออกมา

โดยตั้งชื่อลูกของตัวเองว่า รถเสน ด้วยความสงสาร รถเสนจึงได้แอบหลบหนีออกจากถ้ำโดยการปีนก้อนหินขึ้นไปที่ร่องเล็กๆที่เพดานถ้ำเมื่อเขาออกมากแล้วเขาก็เดินทางไป ฆ่าราชินียักษ์หลังจากนั้นเมื่อข้าราชินียักษ์แล้วมนต์เสน่ห์ที่ราชินียักษ์ทำไว้ก็ได้สลายหายไปรถเสนได้บอกกับพระราชาว่าเข้านั้นคือลูกของนางสิบสองพระราชานึกขึ้นได้

จึงได้สั่งปล่อยนาง 12 ออกมาแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยเท่านั้นได้ตามหมอหลวงที่เก่งที่สุดให้นำดวงตาของนางสิบสองทั้งหมดนั้นใส่กลับเข้าไปรักษาให้ดีเหมือนเดิมผ่านไปเป็น 1 ปีดวงตาของนางสิบสองทั้งหมดก็ได้กลับมาดีเหมือนเดิมอีกครั้งและพวกเขานั้นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  rb88 thai

ผีนางรำ

ซึ่งผีนางรำตามประวัติที่มาของโบราณแล้วส่วนใหญ่ผีนางรำจะพบอยู่ในสถานที่เก่าแก่โบราณหรือในสถานที่ที่มีตำนานยกตัวอย่างเช่นบ้านทรงไทยเก่าๆศาลศาลาร้างหรือว่าห้องพระ ซึ่งในตำนานของผีนางรำก็ได้มีอยู่หลายพื้นที่แต่ตำนานที่ได้มีผู้คนพูดถึงกันเยอะมากที่สุดก็คือผีนางรำที่ได้พบในห้องดนตรีไทยหรือห้องนาฏศิลป์ลักษณะของผีนางรำที่เราจะพบเจอกันมันได้มีความแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย

แต่ส่วนใหญ่ที่สามารถพบเจอกันจะมีลักษณะสีผิวขาวซีดตาลึกโบ๋หน้าตานิ่งเฉยใส่ชุดไทยแบบครบชุดใส่ ชฎาสูงๆแบบรำไทยและคนส่วนใหญ่ที่มักจะเจอก็จะเจอในรูปแบบเดียวกันก็คือจะใส่ชุดทรงไทยและได้ยืนรำอยู่ต่อหน้าและตามตำนานได้บอกเอาไว้ว่านางรำจะรำท่าเดิมซ้ำอยู่เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะหมดเวรกรรมที่เธอได้ทำเอาไว้และเมื่อได้เวรกรรมแล้วเธอก็จะได้ไปเกิดใหม่

ซึ่งตำนานเหล่านี้ก็เป็นตำนานพื้นฐานที่ได้มีอยู่ทุกที่ที่เกี่ยวกับผีนางรำแต่ถามจริงๆว่าที่มาของผีนางรำในสมัยก่อนนั้นมันได้มีอยู่จริงหรือไม่มันมีการยืนยันที่แน่นอนมั้ยมีอยู่จริง ตามหลักฐานที่ได้มีการค้นพบและมีการบอกต่อกันสู่รุ่นลูกสู่รุ่นหลานและยังได้มีการทำเป็นหนังสือเขาได้บอกเอาไว้ว่าผีนางรำได้เกิดจากผีที่ผู้หญิงเป็นนางรำและตายด้วยสาเหตุต่างๆไม่เคารพหรือได้ไปลบหลู่ศิลปะนาฏศิลป์ได้ฆ่าตัวตายในห้องดนตรีไทยนำชุดรำหรือเครื่องเล่นดนตรีไทยไปขายเพื่อนำเงินมาเที่ยวหรือทลยศครูบาอาจารย์ที่ได้สอนการรำไทยพอได้ตายไปผู้หญิงเหล่านี้ก็จะเฝ้าห้องที่ตนเอง

ตายหรือสิ่งของเครื่องดรตรีไทยนั้นๆนั่นเอง เคยมีเรื่องเล่าในสมัยโบราณสมัยก่อนได้มีโจรผู้หนึ่งได้บุกกเข้าไปปล้นเศรษฐีเรือนไทยท่านหนึ่งและได้มองเข้าไปที่ห้องดนตรีไทยเพราะราคาของเครื่องดนตรีไทยและชุดรำสมัยก่อนนั้นแพงมาก ซึ่งโจรทั้งคู่ก็ได้หวังที่จะนำเอาชุดหรือเครื่องดนตรีไทยไปขายเพื่อจะนำเอาเงินไปเที่ยวโดยที่โจรเหล่านี้ได้มีการวางแผนว่าจะเข้าไปปล้นในช่วงที่ได้มีงานเทศกาล

เพราะคนส่วนมากจะออกไปข้างนอกบวกกับไม่ค่อยจะมีคนอยู่บ้านในขณะที่โจรทั้งสองกำลังปล้นอยู่สายตาโจรผู้หนึ่งได้มองไปเห็นเงาของผู้หญิงที่กำลังรำอยู่โจรคนที่มองเห็นก็ได้ตะโกนขู่ไปว่ามึงเปนใครวะก่อนที่จะมีลมแรงพัดเข้ามาในห้องดนตรีไทย

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay pc