ตำนานเสาหลักเมือง

สำหรับตำนานในการฝังผีบ้านผีเรือนได้เป็นตำนานมาอย่างยาวนานและก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ในสยามเท่านั้นเพื่อบ้านอย่างพม่ากัมพูชาเขาก็ยังได้มีเรื่องแบบนั้นเช่นกัน

โดยเรื่องแบบนี้มักจะมีความเชื่อว่าโลกที่เราอยู่เต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้ายและวิญญาณพวกนี้จะเป็นวิญญาณอาร์ตเสียด้วยเมื่อไรที่มันอยากจะอาร์ตขึ้นมามันก็จะเอาศึกสงครามเอาโรคภัยไข้เจ็บหรือความวินาศสันตะโรต่างๆเข้ามาหายังโลกมนุษย์ได้

ซึ่งมนุษย์เราเองใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆเมื่อมีความชั่วร้ายแล้วเราก็จำเป็นที่จะต้องสร้างสิ่งที่จะมาสู้กับพวกนี้แต่จะไม่ใช่เทพอะไรด้วยความที่ว่าในสมัยก่อนในดินแดนสุวรรณภูมิยังนับถือพวกผีกันเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นสิ่งที่เราจะนำเอามาสู้ด้วยนั้นก็คือผีนั่นเองแต่จะไปหาผีที่ไหนที่ไว้ใจได้และจะรู้ได้ไงว่าผีเหล่านี้จะไม่กลับมาทำร้ายเราเองจะมีผีที่ไหนที่จะรักบ้านเมืองของตนเองงั้นเราก็เอาคนที่อยู่ในบ้านจับเอามาทำผีบ้านผีเมืองเอาสะเลยหนึ่งในเรื่องเล่าที่เราเชื่อว่าหลายคนคงจะได้ยินกันมาก็คือเรื่องของการตั้งเสาหลักเมืองที่เขาจะฝังคนที่มีชื่อว่าอินจันมั่นคง

นอกจากนี้เรื่องก็จะมีอยู่ว่าทางการจะส่งส่งคนเดินพร้อมกับร้องเปล่าประกาศว่านายอินจันมั่นคงแล้วในเวลานั้นเองถ้าหากใครได้ขานรับเขาก็จะได้รับเกียรติในการถูกเอาตัวไปฝังในหลุมโดยคนไทยโบราณนี้จะเชื่อว่าผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้เขาจะกลายสภาพเป็นผีอรักษ์จำพวกผีราษฎร

เนื่องจากนี้วิญญาณของพวกเขาจะคอยปกป้องรักษาเมืองไปตลอดกาลนอกจากเรื่องของการใส่ผีเข้าไปเพื่อให้เฝ้าเมืองแล้วมันยังมีเรื่องที่ฝังคนให้เป็นผู้ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ด้วยโดยสิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำโดยสามัญชนธรรมดาในสมัยก่อนมันจะไม่มีธนาคารพอเขาอยากจะเก็บเงินเก็บอะไรหน่อยก็ต้องใช้การฝังดิน

เพาะฉะนั้นแล้วเมื่อได้ทำการฝังดิบไปแล้วก็ยังกลัวคนมาขุดขึ้นมาอีกดั้งนั้นเขาจึงต้องพึ่งสิ่งเหนือธรรมชาติพวกนี้แหละวิธีการตอนที่พวกเขาจะฝังสมบัติเขาก็จะหาทาสซื่อสัตย์มาคนหนึ่งคนที่เขาพอจะไว้ใจได้หน่อยเสร็จแล้วก็จะฆ่าทาสไปพร้อมกับสมบัตินี้ด้วยเลยเพื่อจะให้ทาสเหล่านี้จะได้กลายเป็นผีไปชั่วกาล

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดที่เราได้ยินมามันจะเป็นเรื่องจริงหรือว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล่าถ้ามันเป็นจริงมันก็น่าจะเขียนเอาไว้สักทีหนึ่งในประวัติศาสตร์

 

สนับสนุนโดย.  สูตร ยี่กีเข้าทุกรอบ รวย

หลักฐานพบซากเรือโนอาห์โลกเคยน้ำท่วมมาแล้ว

สำหรับใครหลายๆคนเคยได้ยินหลักฐานที่บอกว่าโลกของเราเคยน้ำท่วมมาก่อนไหมทุกวันนี้เรามักจะได้ยินเรื่องราวของการสิ้นโลกที่บอกว่าเกิดจากการที่มนุษย์ประพฤติตัวแหลกเหลวเห็นแก่ตัวจนกระทั่งทำให้พระผู้สร้างอย่างจะกดปุ่มให้ทำลายมนุษย์ให้หมดเลย

ซึ่งเรื่องราวนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องราวใหม่เลยว่ากันว่าได้มีครั้งหนึ่งที่พระเจ้าได้เคยทำแบบนี้ไปเรียบร้อยแล้วแล้วหลักฐานก็มีอยู่บนโลกเอาไว้ให้เราได้เห็นอีกด้วยเราก็จะมาเล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งหนึ่งที่พระเจ้าในเคยล้างโลกโดยท่านก็ได้ใช้น้ำเป็นเครื่องมือ

โดยมันจะมีความเป็นไปได้ขนาดไหนแล้วหลักฐานจะมีอะไรบ้างเราก็จะขอเข้าเรื่องไปกับเรือโนดาห์กันเลยตำนานในช่วงนั้นได้กล่าวว่าหลังจากที่พระเจ้าได้สร้างโลกขึ้นมาระยะหนึ่งมนุษย์ก็เกิดการแหลกเหลวไม่ฟังคำสั่งของพระเจ้าโหดร้ายฆ่ากันเอง

นอกจากนั้นก็ยังมีตำนานกระแสรองที่ได้เล่าไปถึงเรื่องการที่เราทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองลงมาเล่นชู้กับมวลของมนุษย์กินตับสดโซเดมาคอมข้ามสปีชีส์กันแบบไม่เกรงใจพระผู้สร้างเลยจนกระทั่งก่อให้เกิดเป็นอสูรเนฟิวที่มีร่างกายใหญ่โตโหดร้ายแล้วก็เข้ามาทำร้ายเหล่ามวลมนุษย์

ซึ่งพระเจ้าในตอนนั้นท่านก็ทนไม่ไว้ในตอนนั้นได้เสียใจมากับสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงสร้างมันขึ้นมาก็เลยตัดสินใจว่าไม่เอาแล้วเห็นทีว่าจะต้องเก็บมันให้หมดโลกไปเลยแต่ในระหว่างที่พระองค์กำลังจะกดปุ่มรีเซ็ตนั้นพระองค์ก็ได้มองไปเห็นบุคคลผู้หนึ่งบนท้องโลกที่ได้เป็นเหมือนกับเพชรเม็ดงามอยู่

ดังนั้นก็คือโนอาห์ผู้ที่ได้ปฎิบัติตามคำสั่งสอนทั้งหลายของพระเจ้าแล้วก็ได้สอนให้ครอบครัวของเขานั้นได้รู้จักเกรงใจพระผู้เป็นเจ้าด้วย

โดยครองครัวของโนอาห์ก็จะมีอยู่ด้วยกัน8คนก็คือโนอาห์ภรรยาของเขาลูกอีก3คนแล้วเมียของลูกอีก3คนถึงแม้ว่าจะมีคนดีอยู่เพียงแค่8คนเท่านั้นพระเจ้าก็ได้รู้สึกว่าใจอ่อนไม่อยากให้ปลาเน่าทั้งตัวตายไปทั้งเช่งดังนั้นพระองค์ก็เลยได้มาปรากฎตัวต่อโนอาห์และได้ทำการเตือนบอกให้รู้ว่าพระเจ้านั้นจะมาทำลายโลกโดยจะทำให่ฝนตกลงมา40วัน40คืน

พระองค์จะให้น้ำได้ตกลงมาฉะล้างไอพวกคนที่ไม่ดีออกไปให้หมดเลยโนอาห์ก็บอกว่าอย่าทำแบบนั้นเลยพระเจ้าสงสารคนบนโลกเถอะพระเจ้าได้บอกว่าไม่ได้ดังนั้นโนอาห์ก็เลยปล่อยให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าแต่พระเจ้าได้กล่าวว่าข้าจะไม่ทำลายโนอาห์ให้โนอาร์ไปสร้างเรือเพื่อจะเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ครั้งนี้

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

โรงพยาบาลร้างผีดุที่สุด

สำหรับย่านผีอยู่ในวันนี้มันเป็นสถานที่ที่ถูกเรียกว่า WAVERLY HILLS เป็นอาคารร้างขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงชื่อลือเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผีหลอกวิญญาณหลอนมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลยแล้วยังได้มีข่าวลืออีกว่าสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้ให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมบูชาซาตานอีกด้วย

เนื่องมาจากว่าภายในอาคารแห่งนี้ได้มีวิญญาณผีเฮี้ยนอยู่เยอะมากๆเพราะว่าจะต้องมีคนที่จะต้องเข้ามาจบชีวิตภายในอาคารร้างแห่งนี้นับหมื่นรายกันเลยทีเดียว

ซึ่งประวัติของโรงพยาบาร้างแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงคริสตวรรษที่1800ไปจนถึง1900ในช่วงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถูกคุกคามได้ความตายสีขาวหรือวัณโรคนั่นเองที่มันได้แพร่ระบาดออกไปทั่วทั้งทวีปอเมริกาเลยในเวลานั้นเองโรคนี้ก็ยังไม่ได้มีวิธีที่รักษาที่มีประสิทธิภาพจนทำให้มีผุ้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก

โดยจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนั่นก็คือเมืองลุยวิลล์ที่รัฐเคนทักกีจนจะต้องก่อตั้งโรงพยาบาลเฉพาะทางขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดดังกล่าวโดยได้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีลมพัดแรงทางตอนใต้ของเมืองหลังจากนั้นภายในเวลาไม่นานโรงพยาบาลแห่งนี้ก็อัดแน่นเต็มไปด้วยคนป่วยเป็นำนวนมาก

เนื่องจากได้ถูกออกแบบให้สามารถรองรับคนป่วยได้แค่เพียง40คนเท่านั้นแต่ในเวลาต่อมาทางโรงพยาบาลก็ได้รับเงินแล้วก็ที่ดิบจำนวนมากจากการบริจาคทำให้มีการก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งใหม่ขึ้นโดยถูกออกแบบแล้วก็ก่อสร้างให้รองรับผู้ป่วยได้ถึง500คน

ซึ่งก็ได้เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ WAVERLY HILLSและนอกเหนือจากการรักษาผู้ป่วยวัณโรคตามแนวทางทางการแพทย์แบบปกติในสมัยนั้นแล้วโรงพยาบาลแห่งนี้ยังได้ทำการทดลองแล้วก็ยังได้รักษาแบบใหม่ๆเพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่าหลายๆวิธีกลับดูโหดร้ายป่าเถื่อนมากๆ

ดังนั้นในตัวอย่างเช่นการปล่อยให้ผุ้ป่วยนอนอาบแดดร้อนๆในห้องพักที่มีชื่อว่า ห้องพักแสงอาทิตย์ ซึ่งก็เป็นชื่อที่ใช้เรียกห้องที่มีหลังคาแบบเปิดปิดได้โดยหวังว่าจะให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคของวัณโรคได้นั่นเองหรือว่าถ้าหากผู้ป่วยคนใดมีอาการหนักมากๆวิธีสุดท้ายที่เขาจะทำกันก็คือการผ่าตัดฝังลูกโปร่งเข้าไปในปอดนั่นเอง

เพื่อที่จะให้ปอดสามารถขยายตัวเพื่อรับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่นั่นเองแต่ถึงแม้ว่ามันจะดูโหดไปมากก็ตามก็ยังได้พบรายงานที่ระบุว่ามีผู้ป่วยบางรายสามารถรอดชีวิตจากวัณโรคได้จากการรักษานี่และนอกเหนือจากวิธีการรักษาแบบโหดร้ายแล้วทางโรงพยาบาลแห่งนี้ยังได้สร้างช่องทางลับที่ได้รู้จักกันในนามของอุโมงค์ทิ้งศพหรืออุโมงค์แห่งความตายนั่นเองเป็นอุโมงค์ที่มีความยาวมากกว่า500ฟุต

 

สนับสนุนโดย  U12 slot

คนสยามสมัยก่อน

ซึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เรื่องนี้มีที่มาจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษโดยชายชาวอังกฤษผู้นี้เป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวแสวงหาความรู้สึกเขาก็จะเดินทางไปที่ต่างๆมากมายในเอเชียอาคเนย์ด้วยความที่ว่าในสมัยนั้นยังไม่มีกล้องไม่มีมือถืออะไรเลย

โดยการที่จะบันทึกอะไรด้วยความประทับใจส่วนใหญ่ก็จะเป็นผ่านปลายปากกาและในเนื้อความบันทึกที่ชายชาวอังกฤษที่ได้เขียนก็จะมีเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นจากชาวพม่าชาวมาลายู

ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องราวของสยามแลนด์ด้วยในนี้เขาก็ได้กล่าวถึงน่าตาการใช้ชีวิตและก็บุคลิกนิสัยของคนชนชาติแทบนี้อยู่เราจะพูดแต่เพียงชาวไทยเท่านั้น

กล่าวว่าหน้าตาของชาวสยามจะค่อนข้างเหมือนกับพวกชาวมาลายูคือจะมีโหนกแก้มที่สูงมีจมูกที่แบนแล้วก็จะมีตาค่อนข้างไปทางคนจีนแต่ว่าจะมีรูปร่างที่เหมือนชาวพม่าถึงแม้ว่าหน้าตาส่วนใหญ่จะค่อนข้างไปทางชาวมาลายูแต่ชาวสยามก็ไม่ได้มีนิสัยชอบเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนชาวมาลายูที่เขาได้พูดแบบนี้ก็เพราะว่าเขาเคยเห็นชาวมาลายูมีการจับผู้คนเคราะห์ร้ายยี่สิบคนมาบูชายัญเพื่อความเจ็บปวดความเสียใจของเขา

เนื่องจากว่าในสมัยนั้นมันมีคำว่าวิ่งไล่คนเถื่อนอยู่และมันจะสื่อถึงการที่มีคนมาลายูออกมาตามท้องถนนเพื่อถึงมีดคมๆแทงคนที่เข้ามาขวางหน้าเพื่อทำการล้างแค้นอะไรก็ตามที่เขาได้โมโหในตอนนั้น

ส่วนชาวสยามนั้นหาได้เป็นเช่นนั้นไม่แต่ถึงแม้ว่าชาวสยามจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบแสดงออกในเวลาโกรธก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีความโกรธเพียวแค่พวกเขานั้นได้เก็บความเกียจชังเอาไว้เท่านั้นเองช่วงที่ข้าเจ้าได้เข้ามาอยู่บางกอกข้าเจ้ายังจำได้ว่าไม่เคยเห็นชาวสยามผู้ใดเคยออกมาตบตีกันทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขานั้นได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนที่อยู่ในโอวาดเคารพผู้ใหญ่

ซึ่งตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดินผู้ที่ได้เป็นที่รักของเขาจนถึงคนที่มีระดับสูงเจ้าเขาถึงแม้เพียงแค่ขั้นเดียวก็ตามสำหรับคนที่ด้อยกว่าชาวสยามก็จะไม่ได้ทำเหมือนกับว่าคนนั้นด้อยกว่าคือเขาจะให้ความเคารพเช่นเดียวกันกับว่ามีฐานะเท่าเทียมกับเขาเลย

ดังนั้นในส่วนเรื่องของสุขภาพนั้นนายิวก็ได้กล่าวถึงชาวสยามในสมัยนั้นเป็นบันทึกที่ได้บอกว่าวันนั้นผมได้กินกับข้าวกับนายฮันเตอร์พ่อค้าชาวอังกฤษที่ภายหลังได้รับพระราชทานยศให้เป็นหลวงอาวุธพิเศษประเทศพาณิชย์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

การเล่นผีของชาวมอญที่จังหวัดราชบุรี

สำหรับการเล่นผีของชาวมอญนี้จะเล่นกันเฉพาะในวันสำคัญคือวันสงการต์การเล่นผีของชาวมอญในจังหวัดราชบุรียังคงมีการอนุรักษ์เอาไว้เพราะเนื่องจากว่ายุคสมัยที่มีวัฒนาการต่างๆก้าวหน้าไปการเล่นผีของชาวมอญก็จะค่อยๆหายไปแล้วทำให้ผู้คนอื่นๆเขาจะไม่ค่อยรู้กันว่าชาวมอญได้มีการละเล่นผีแบบนี้กันจริงๆหรือไม่วันนี้เราได้รวบรวมการเล่นผีของชาวมอญมาให้ทุกคนได้รับฟังกันว่าการเล่นผีของชาวมอญนั้นได้มีการเล่นกันยังไง

เราจะพูดถึงความรู้กันก่อนว่าการเล่นผีของชาวมอญจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีเพราะเนื่องจากว่าเจ้าพิธีจะมีหน้าที่สำคัญในการเชิญผีเข้ามาในร่างแล้วก็เชิญผีออกจากร่างรวมไปถึงการรวบคุมการกำกับการดูแลร่างเพื่อไม่ให้ร่างเกิดอัตรายจากการเล่น

เนื่องจากว่าเวลาที่ผีได้เข้าสิงร่างผู้เล่นจะไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้จำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีอัญเชิญผีเข้าโดยการจุดธูปเทียนมีดอกไม้เป็นเครื่องบูชาแล้วถ้าหากว่าจะเชิญผีออกจากร่างก็จะต้องส่งเวียงดังๆเข้าไปที่หูโดยทำผ่านเจ้าพิธี

โดยการเล่นผีของชาวมอญไม่ใช่เป็นการเข้าร่างขอหวยขออะไรแต่นี่มันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานชาวบ้านว่ากันว่านี่คือสีสันประจำประเพณีสงการต์ของชาวมอญกันเลยหากประเพณีสงการต์ไม่มีการเล่นผีจะถือว่ามันไม่สมบูรณ์แบบเราก็เลยไปหาข้อมูลในการเล่นผีต่างๆของชาวมอญว่าเขามีการเล่นผีอะไรกันบ้าง

สำหรับเรื่องแรกที่ชาวมอญชอบเล่นกันก็คือผีกะลาการเล่นผีกะลานั้นคนดูก็จะมีการนั่งล้อมวงกันแล้วจะมีผู้เล่นนั่งอยู่ตรงกลางและเจ้าพิธีหรือคนที่เขาคอยดูแลร่างทรงจะทำการปิดตาผู้เล่นจุกธูปเทียนเชิญผีเข้าสิงในร่างกลุ่มผู้เล่นคนดูจะเริ่มเรียกร้องผีเข้ามาสิงโดยการปรบมือกันเป็นจังหวะแล้วทุกคนจะร้องพร้อมกันว่ากุกุกะมาเยอ เร็วเข้าๆจะเป็นการร้องซ้ำๆแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีสิงเข้ามาสิงในร่าง

นอกจากนี้เมื่อได้มองเห็นผู้เล่นเริ่มจะมีอาการตัวสั่นก็จะเร่งจังหวะที่เร็วขึ้นๆเพื่อให้รู้ว่าผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเมื่อผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเจ้าพิธีจะทำการเปิดผ้าที่ปดตาออกผู้เล่นจะเริ่มเคราะกะลาตามจังหวะเพลงที่ชาวบ้านที่กำลังร้องกันแล้วก็มีการรำกันบางทีคนดูก็อินไปจนถึงรำเป็นเพื่อนของร่างทรงคนนี้ด้วยเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

อาถรรพ์เมืองลับแลกลางป่าเปลี่ยว

สุขใดเล่าเท่ากับกินเหล้าเปิดเพลงหลังจากที่รุ่นน้องสองคนได้ออกไปซื้อเหล้าผมก็เบาเสียงเพลงคนเมาเต็มที่มักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพลงมันไม่ต่างอะไรกับบาร์ที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังๆให้รู้ค้าฟังสักพักผมก็เปิดเพลงเพื่อชาร์จแบตเอาไว้รอเปิดตอนที่ซื้อเหล้ากลับมา

นอกจากนั้นลมที่เยือกเย็นมันก็พัดมาบรรยากาศชวนให้ขนลุกพิกลสักพักก็ได้มีเสียงดนตรีได้ลายตามลมมาถ้าผมจำไม่ผิดว่ามันเป็นเสียงแห่กลองยาวฉาบ แต ฆ้องจังหวะนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ซึ่งผมก็ได้คิดไปว่าใครมาแห่อะไรดึกที่วัดมีงานอะไรหรือเปล่าและผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากสักพักเอกกับป๊อบก็กลับมาเท่าที่ฟังเสียงบิดเร่งเครื่องมามันทั้งสองขี่รถไวจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะพวกนี้เมาแล้วชอบขับรถไวทุกทีจากนั้นทั้งสองก็ได้ลงรถมาอย่างรีบๆและไม่มีท่าทีที่จะอยากดื่มเหล้าต่อผมก็เลยบอกมันว่าเมื่อไรจะเปิดเหล้ากูอยากกินเต็มทีแล้ว

นอกจากนี้หลังจากที่นั่งกินเหล้าอยู่ผมก็ได้ถามหาบุหรี่จากนั้นทั้งสองมันบอกว่ารถล้มแล้วหายและบอกว่าผมได้เจอของดีตอนที่ผมได้ไปซื้อเหล้าตอนไปไม่มีอะไรแต่ตอนกลับเท่านั้นแหละเจอของดียังไงผมได้ให้เอกขับเพราะว่าผมเมากว่ามันป๊อบบอกขากลับช่วงภูเขาบ้านตาหนองมีใครไม่รู้ได้ใส่ชัดขาวอยู่เต็มถนนเลยมีแตรวงด้วยเอกได้เห็นก่อนมันเลยชี้ให้ผมดูด้วยความเมาผมจึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังเฮ้ยทำอะไรกันขวางถนนเต็มไปหมดเลยจะไปไหนกัน

ซึ่งคนแถวนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยเห็นหน้าพวกมันไหมไม่เห็นเลยเห็นแต่พวกมันใส่ชุดขาวบางคนถืออุ้มมอะไรก็ไม่รู้คล้ายกับพานบางคนก็ถือธงบางคนก็ไม่ถืออะไรเลยมีคล้ายแตรวงนำหน้าสักพักผมได้มองว่าจะไปไหนกันพี่เชื่อไหมคนทั้งกลุ่ม20-30คนเดินเข้าไปในป่าทางเข้าบ้าน ตาหนอง 

หลังจากที่พวกเขาได้เห็นแบบนั้นเอกก็ได้ปล่อยรถล้มของที่ซื้อมาได้หล่นหมดพวกผมไม่ได้เก็บเลยรีบเอารถขึ้นแล้วบิดมาเลยหายเมาไปทันทีเหลือแต่เหล้าขวดเดียว สงสัยพวกมึงเจอดีเข้าให้แล้วแหละไม่ต้องกินกันต่อแล้วขนผมลุกขึ้นมาทันที

จากนั้นผมก็ได้สั่งให้พวกน้องๆเก็บของไม่ต้องกินแล้วป๊อบมึงจะกลับบ้านเลยไหมจะกลับบ้านยังไงเส้นทางบ้านผมต้องกลับไปทางเดียวกันที่พึ่งเจอดีมาผมไม่กล้าไปหลอกพี่ผมกลัวผีงั้นก็นอนที่นี่ก็ได้รุ่งเช้าค่อยกลับ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet

ตำนานผีตีนกลับสุพรรณบุรี

สำหรับเรื่องราวสยองขวัญนี้ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีชายคนหนึ่งและเพื่อนๆเขาอีกจำนวนหนึ่งเขาได้ไปท่องเที่ยวกันที่งานวัดจากนั้นพอถึงเวลาพวกเขานั้นก็ชวนกันกลับรถกะทะคันเดิมที่พวกเขาได้นั่งอัดกันมาเที่ยวงานวัด

หลังจากที่พวกเขานั้นกำลังเดินทางกลับนั้นได้ใช้ถนนในเส้นทางหนึ่งไฟฟ้าก็ไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่แต่ก็ยังมองเห็นท้องถนนอยู่หลังจากนั้นที่พวกเขาได้ขับรถไปในถนนได้ในระยะหนึ่งก็พบเจอกับศาลไม้เก่าๆอยู่หลังหนึ่งแล้วก็มีต้นไม้ที่มีลำต้นค่อนข้างที่จะใหญ่ปกคุมไปทั่วบริเวณนั้นเป็นภาพที่บบอกได้เลยว่าถอดแบบออกมาจากหนังผีกันเลยทีเดียว

เนื่องจากนี้ในขณะที่พวกเขานั้นได้ขับรถผ่านโค้งไปโค้งหนึ่งอยู่เขานึกยังไงก็ไม่รู้ว่าเขานั้นได้พูดกับเพื่อนๆว่า เฮ้ยสถานที่ตรงนี้กูได้ยินมาวันมันมีคนตายถูกรถชนลำตัวบิดเบี้ยไปทั้งตัวพูดไปในทำนองของเรื่องผีตีนกลับหรือว่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ได้ถูกรถชนจนทำให้ลำตัวของเธอนั้นบิดเบี้ย

ซึ่งตลอดระยะทางที่พวกเขานั้นได้ขับกันไปมืดๆนั้นเขาก็ได้เล่าเรื่องนี้ไปเรื่อยๆถึงแม้ว่าในเวลานี้มันจะไม่ดึกเท่าไหร่ประมาณ5ทุ่มเศษแต่ถนนบริเวณนั้นมันโล้งผิดปกติมันน่าแปลกใจมากในเส้นทางที่เขาใช้นั้น

โดยปกติอย่างน้อยมันก็จะต้องมีรถผ่านมาสักคันหนึ่งแต่ในระหว่างทางที่ขับรถไปและก็เล่าเรื่องผีไปไม้เห็นรถคันไหนสวนมาเลยหรือแม้กระทั่งรถที่จะขับตามมามันก็ไม่มีเลยสักคันสองข้างทางมันเต็มไปด้วยทุ่งนาแสงสว่างก็ไม่มีจะมีแต่เพียงไฟหน้ารถเท่านั้นเองที่ส่องให้เห็นในช่วงระยะเวลานั้น

ในขณะที่เขาขับรถไปเรื่อยๆจังหวะนั้นตัวเขาได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนก้มหน้ามืดอยู่ในโพงข้างทางลักษณะเป็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดคล้ายกับพนักงานโรงงานแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวและตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่เพียงแค่พูดออกมาเบาๆว่าผู้หญิงคนไหนออกมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ

ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรหลังจากที่พูดจบเขาก็ได้ขับรถตามทางไปเรื่อยๆด้วยความเร็วประมาณ120ในจังหวะนั้นเองระหว่างทางที่เขากำลังขับรถไปได้เหลือบไปเห็นกระจกหลังรถภาพในกระจกได้สะท้อนให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในมุมมืดข้างทางเมื่อกี่นี้ที่เขาได้พบเจอว่ามีผู้หญิงใส่ชุดโรงงานแล้วยืนแขนแนบลำตัวกำลังเดินตามรถมาอย่างช้าๆมันน่าตกใจมากๆเพราะว่ารถของเขาวิ่งด้วยความเร็ว120กิโลเมตรแต่ที่เห็นลักษณะของผู้หญิงขาของเขาได้หันกลับไปด้านหลังและส้นเท้าด้านหลังได้ชี้มาด้านหน้าก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆเทียบเท่ากับความเร็วรถวิ่ง120เลย

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62

การค้นพบนิงเง็นนั้นมันมีตัวตนจริงๆหรือเปล่า?

ซึ่งหลักฐานต่างๆที่มันได้มีอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มันไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้คนทั่วไปรู้หรือมันก็ได้ถูกแชร์กันอย่างเงียบๆในโลกอินเตอร์เน็ตในมุมเล็กๆแค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้คนส่วนใหญ่แล้วที่จะสนใจในเรื่องนี้เขาเลยคิดว่านี่มันอาจจะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ทางเบื้องบนเขาได้สั่งให้เก็บเอาเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับและปกปิดเรื่องนี้มันก็มีความเป็นไปได้และหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นเราก็ได้เข้าไปเจอหลักฐานอยู่สองอย่างด้วยกัน

นั่นก็คือหลักฐานจากภาพถ่ายกับหลักฐานจากภาพวีดีโอ โดยหลักฐานจากภาพถ่ายจากการที่เราได้ไปตรวจสอบข้อมูลมาปรากฏว่าภาพถ่ายส่วนใหญ่มันมักจะถูกถ่ายตอนกลางคืนเท่านั้นและรูปภาพถ่ายที่เขาได้มานั้นมันก็ได้มีความคมชัดที่มันกดูค่อนข้างที่จะต่ำเอามากๆ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาส่วนใหญ่ก็จะเห็นเป็นคล้ายๆกับภูเขานำแข็งที่มีลักษณะโค้งงอปกติเพียงแค่นั้นเอง

แต่หลักฐานทางวีดีโอมันมีความชัดเจนมากกว่ารูปภาพตรงที่ว่ามันได้มีการถ่ายการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอยู่นั่นเอง โดยหลักฐานทางวีดีโอตรงนี้เราได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วมันก็จะมีอยู่ทั้งสิ้นสามคลิปวีดีโอด้วยกัน ซึ่งในสามคลิปวีดีโอนี้เราได้รวบรวมเป้นที่เรียบร้อยแล้วถ้าหากใครที่ได้ดูแล้วก็คิดวิเคาระห์เอาแล้วกันว่ามันคืออะไรกันแน่น

ซึ่งจากในมุมมองของเราแล้วคลิปที่หนึ่งและสองมันเป้นคลิปที่แบบว่ามันเหมือนจะไม่ใช่คลิปวีดีโอจริงๆและดูเหมือนว่ามันจะเป็นการสร้างขึ้นมาแต่ตรงนี้มันก็ยังฟันธงไม่ได้แต่ในส่วนตัวเราแล้วเราได้คิดว่าคลิปวีดีโอส่วนนี้มันดูเหมือนว่ามันดูเป็นการจัดสร้างขึ้นมามากกว่าแต่สำหรับคลิปวีดีโอสุดท้าย ซึ่งหลักฐานตรงนี้มันคือการส่งหุ่นยนต์ลงไปทำการสำรวจที่ใต้ท้องทะเล

ซึ่งคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้มีความยาวอยู่หลายนาที ซึ่งในระยะเวลาที่ได้ถ่ายมานั้นมันก็จะม่การค้นพบเจอปลาหมึกมีการพบเจออะไรเยอะแยะมากมายจนมาถึงเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้อยู่ใต้น้ำซึ่งในส่วนตัวตรงนี้เราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็นคลิปวีดีโอเต็มแต่ถามว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ถูกถ่ายได้ตรงนี้มันคืออะไรและในมุมมองของเรามันก็ยังไม่สามารถที่จะบ่งบอกให้กับเราได้แต่เราบอกได้เพียงแค่ว่าในความคิดส่วนตัวเราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้เป็นคลิปวีดีโอจริงๆและตรงนี้มันก็เป็นข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นหรือพรานทะเลแห่งทะเลแอตแลนติดใต้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

ตำนานเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่เมืองลับแล

ซึ่งเขาได้บอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีประชากรได้อาศัยอยู่กันไม่เยอะอาศัยอยู่กันแค่เพียงหลักสิบคนแต่ทว่าสิ่งที่มันแปลกคือการแต่งตัวหรือว่ารูปลักษณ์นั้นมันได้มีความแตกต่างจากผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นอย่างมากและที่มันได้มีความแตกต่างนั่นก็คือเรื่องของการใช้ภาษา ซึ่งภาษาที่ใช้นั้นซึ่งมันไม่ได้เป็นภาษาในยุคปัจจุบันที่เขาได้มีการใช้กันแต่มันได้เป้นภาษาในยุคโบราณที่ได้มีการใช้ในการสืบสารกัน

ซึ่งตรงนี้พอเขาได้เล่าให้พวกชาวบ้านฟังชาวบ้านต่างก็ได้บอกว่าเราไม่เชื่อคุณแต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่าคุณได้หายคนไปประมาณ3ปีแล้วอยู่ดีๆคุณกลับมาบอกว่าไปเจอทางลับและได้ไปเจอประตูปริศนามาเขาก็เลยต้องการที่จะให้เขาได้พิสูจน์ว่าเขาได้ไปเจอมาจริงหรือเปล่าจากนั้นทางผู้เสียหายเขาก็ได้นำขณะหมู่บ้านส่วนหนึ่ง

ได้พาไปยังจุดที่เขาได้พบเจอทางเข้าลึกลับปรากฏว่าเขาก็ได้เจอเมืองปริศนาเมืองนั้นจริงๆมันก็เลยยิ่งทำให้สร้างความแปลกใจเข้าไปอีกหลังจากนั้นพอระยะเวลามันได้ผ่านไปเรื่อยๆมันก็ได้มีการเริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้มีการไปมาหาสู่ในการซื้อขายหรือว่าการแลกเปลี่ยนเครื่องอุปพันเครื่องแต่งกายต่างๆนานามากมายหลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

ทางเข้าหมู่บ้านนี้มันก็ได้กลายเป็นที่โด่งดังในบริเวณนั้นแล้วมันก็ได้ทำให้คนที่ได้อยู่ใกล้ได้แห่พากันเข้ามาเข้าพื้นที่ลับตรงนี้มากขึ้นมาเรื่อยๆจนมันได้ทำให้ข้าวของของเมืองปริศนาของเมืองนี้มันก็ได้เริ่มหายไปทีละชิ้นๆจากนั้นก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับเมืองปริศนาตรงนี้มากจนอยู่ดีๆวันหนึ่งชาวบ้านที่ได้เคยเข้ามาในหมู่บ้านนี้

พวกเขาก็ได้กลับพบว่าทางเข้าปริศนาตรงนี้มันได้หายไปและก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลยส่วนเรื่องเล่าตรงนี้เขาก็ได้บอกว่ามีหลักฐานในการายืนยันตรงที่ว่ามีพวกเครื่องเงินเครื่องทองสิ่งทอผ้าที่มาจากหมู่บ้านที่ได้ตั้งถิ่นฐานตรงนี้สิ่งเขาก็ได้แลกเปลี่ยนหรือทำการซื้อขายกันในช่วงแรกๆที่ได้พบเจอนี่มันก็เลยเป็นสิ่งของต่างหน้าที่คนเฒ่าคนแก่เขาได้อ้าง

เพื่อยืนยันว่านี่มันได้เป็นของที่ได้มาจากเมืองปริศนาหรือเมืองลับแลนั่นเองและตามความเชื่ออีกหนึ่งอย่างเขาได้บอกว่าเมืองปริศนาหรือว่าเมืองลับแลแห่งนี้ได้เป็นเมืองที่ได้มีศรีธรรมมากใครโกหกหรือว่ารักเล็กหรือว่าขโมยน้อยหรือใครผิดศีรธรรมจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านนั้นทันทีและจะไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay line

อาถรรพ์เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 

เมื่อลับแลซึ่งได้เป็นเมืองที่ได้มีพื้นที่ขนาดเล็กที่ได้อยู่ใน จังหวัดอุตรดิตถ์ และเหตุผลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ซึ่งในอดีตได้ว่ากันว่าทางเข้าเมืองลับแลได้อยู่ในป่าทึบและเส้นทางที่คดเคี้ยวถ้าไม่ใช่คนที่ชำนานในการเดินป่าแล้วจะไม่สามารถที่จะหาทางเข้าเมืองลับแลได้และนั่นมันจึงได้เป็นเหตุผลที่มาว่าทำไมถึงได้ชื่อว่าเมืองลับแลเพราะในสมัยก่อนก็เต็มไปด้วยป่าที่ได้มีความสลับซับซ้อนตะวัน

มันยังไม่ทันจะตกพ้นดินก็แทบจะมองไม่เห็นแสงของพระอาทิตย์แล้วในเมืองลับแลนั้นก็ยังได้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าได้มีชายผู้หนึ่งได้เดินหลงเข้าไปในป่าแห่งเมืองลับแลและเขาได้ไปพบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเธอได้มีรูปร่างน่าตาที่สวยงามมากๆ ซึ่งชายหนุ่มดังกล่าวก็ได้ก็ได้หวาดเสน่ห์ให้เธอต่างๆนานา

จึงทำให้เธอคนนี้ได้หลงในอารมณ์ของผู้ชายคนนี้จากนั้นเธอก็ได้พาผู้ชายดังกล่าวกลับไปอาศัยอยู่ที่เมืองลับแลโดยที่เธอเองนั้นไม่รู้เลยว่าชายผู้นี้ได้มีลักษณะนิสัยที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งในระหว่างทางเธอก็ได้อกกับผู้ชายคนนี้ว่าหากได้เข้าไปที่เมืองแห่งนี้แล้วจะต้องมีความประพฤติที่ดียึดมั่นอยู่ในศรีและสิ่งที่สำคัญของเมืองลับแลแห่งนี้ก็คือห้ามโกหกเมื่อชายหนุ่มได้เดินทางเข้าไปยังเมืองลับแลเขาก็ต้องตกใจ ซึ่งเมืองลับแลแห่งนี้ได้ถูกซ่อนอยู่ในป่าเขาโดยที่ไม่มีใครพบเห็นได้แต่อย่างใด

และยังได้เป็นเมืองที่ได้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากและในเมืองแห่งนี้ก็ได้มีแต่ผู้หญิงที่มีน่าตาสวยมีผิวพรรณที่ดีเมื่อกับเป็นหญิงงสาวที่อยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว จากนั้นทั้งสองคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมืองลับแลแห่งนั้นมาโดยตลอดและทั้งสองยังได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยากันมาจนทั้งสองได้มีลูกด้วยกันหนึ่งคน

แต่เหตุการณ์ที่สำคัญมันได้เป็นจุดเปลี่ยนของผู้ชายคนนี้นั่นก็คือเขาได้ทำผิดกฎของหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งได้เป็นกฎที่ได้มีความร้ายแรงเป็นอย่างมากมีอยู่วันหนึ่งภรรยาของเขาไม่อยู่ในบ้านแล้วลูกของเขาเกิดร้องไห้จึงทำให้ชายดังกล่าวเกิดอาการหงุดหงิดลำคาญเขาอยากจะให้ลูกของเขาได้หยุดร้องจากนั้นชายคนนี้เขาได้โกหกลูกของเขาว่าลูกจ๋าแม่มาแล้ว

จากนั้นเองเพียงคำพูดเหล่านี้เขาต้องการที่จะให้ลูกของเขานั้นได้หยุดร้องแต่ปรากฎว่าได้มีชาวบ้านที่ได้เดินอยู่ในบริเวณนั้นเขาเกิดได้ยินเข้าว่าชายผู้นี้ได้โกหกลูกของเขาว่าแม่ของตนนั้นมาแล้วแท้ที่จริงแล้วแม่ยังไม่กลับมาและนี้เองมันจึงได้เป็นสาเหตุที่โดนชาวบ้านไล่ออกไป

 

 

ขอขอบคุณ  entaplay slot  ที่ให้การสนับสนุน