ประวัติพันโทยี่เซ และ การประติวัตรัฐฉาย

โดยกองกำลังของ พันโทยี่เซ เป็นกองกำลังอยู่นอกกฎหมายใน เมียนมาร์ เนื่องจากนี้ยังได้รับการช่วยเหลือจากนักการเมืองในรัฐบาลพรรคร่วมรัฐบาลพม่าและแน่นอนธุรกิจมืดพวกนี้มีทั้งที่เป็นของนักการเมืองและเครือญาติเองและที่เป็นของนิ้วล่อหัวคะแนนหรือกลุ่มทุนที่เป็นนักการเมืองคนนั้นให้การอุปถัมภ์ค้ำชูให้ความคุ้มครองถ้าถูกจับนักการเมืองก็จะใช้บารมีจึงทำให้กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ยังคงมีอยู่และยากที่เราจะต่อกอนกับกลุ่มเหล่านี้ หรือกองกำลังของ พันโทยี่เซ

เหตุการณ์เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของรัฐบาลเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มหรือการค้ายาเสพติดเหล่านี้เติบโตอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลเมียนมาร์ ถึงแม้ว่าจะมีการออกมาชี้แจงแล้วเกี่ยวกับการแก้ปัญหาแต่ก็ยังมีการเห็นว่าปัญหาที่ได้แก้นั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ใช้ต้นเหตุเลย ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ดำเนินกิจการผลิตยาเสพติดส่งขายในอาเชียได้อยู่ในปัจจุบันและยังไม่มีใครที่จะสามารถจับตัวมาลงโทษได้จนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่รัฐบาลเมียนมาร์ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปและนางอองซานซูจีได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการประเทศร่วมกับรัฐบาลทหารในยุคนั้นก็นับว่ามันจะเป็นสัญญาที่ดีถึงทิศทางของประชาธิปไตในประเทศที่กำลังจะมีขึ้นแต่ว่าเกือบสองปีที่ผ่านมาการที่รัฐบาลได้เข้ามาจัดการเรื่องของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันและรัฐบาลเมียนมาร์นั้นยังคงไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของกลุ่มชาวไทใหญ่ที่ออกมาประกาศเอกราชจากรัฐบาลทหารเมียนมาร์ตลอด71ปีที่ผ่านมา

วันนี้ทิศทางในการต่อสู้ของชาวไทใหญ่ยังคงมั่นคงหรือว่าเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหนเรามาดูกันเลยเมื่อไม่นานมานี้เราก็ได้เดินทางไปยังพื้นที่รัฐฉายประเทศเมียนมาร์ซึ่งได้เป็นฐานที่มั้นในเขตการปกครองของเมืองเชียงตุงที่มีชื่อว่าดอยก่อวันสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ในยุคของแรกเริ่มของการประติวัตรัฐฉายจากรัฐบาลเมียนมาร์เมื่อประมาณ70ปีที่แล้วในปัจจุบันที่นี่ยังได้เป็นศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยสงครามอีกด้วยซึ่งมีทั้งชาวไทใหญ่

และในกลุ่มชาติพันอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งภายในประเทศและในถนนแห่งนี้ที่ชาวบ้านได้ใช้เป็นการเดินทางอยู่ที่ดอยก่อวันและยังเป็นจุดที่แบ่งเขตแดนระหว่างอำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายอีกฝั่งหนึ่งและอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นศูนย์ผู้อพยพผ็ลี้ภัยจากภัยสงครามของรัฐฉายและทุกวันนี้ก็ได้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณราว2,000คนด้วยกัน

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay

ตำนาน เอ็ดวิน ฟานเดอซาร์

หลังจากหมดยุคของสุดยอดนายทวารของปีศาจแดง สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่างปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้วนั้น ปีศาจแดงต้องควานหานายประตูที่จะมาทดแทนกันอยู่พักใหญ่ เพราะหลังจากที่ไม่มีชายที่ชื่อว่า ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้ว แมนยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่เสียประตูค่อนข้างง่าย และผู้รักษาประตูกี่คนต่อกี่คน ที่ป๋าเฟอร์กี้นั้นหามาร่วมทัพด้วยนั้น ก็มักจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่เข้าตาเลย แต่ในที่สุด แมนยู ก็ไม่สิ้นคนเก่ง ทางเฟอร์กี้ ได้โทรสายตรงหา ฟานเดอร์ซาร์ เอง และบอกกับนายประตูคนนี้ว่า อยากให้มาช่วยรักษาประตูให้กับผีแดง

ซึ่ง ฟานเดอร์ซาร์ ก็ไม่รอช้า และเก็บข้าวของย้ายมาสู่รังของผีแดงทันที ซึ่งในขณะนั้น แฟนบอลของแมนยู รวมถึงสื่อทุกสำนัก ต่างสงสัยในการตัดสินใจของเฟอร์กี้ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงหรือ เพราะนายประตูคนนี้ในตอนที่ย้ายมาร่วมทีมแมนยูนั้น อายุเกือบจะ 35 ปีแล้ว ซึ่งนายประตูบางคนเลิกเล่นฟุตบอลแล้วด้วยซ้ำ แต่เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นคือเป้าหลักที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2000 ที่ ชไมเคิ่ล ได้อำลาทีมไป แต่ติดที่เหตุผลและคุยกันไม่ลงตัวระหว่างเค้ากับบอร์ดบริหารนั่นเอง ซึ่งเฟอร์กี้ให้เหตุผลฝ่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นมีทุกอย่างแบบที่ชไมเคิ่ลมี และฝีมือก็เทียบเท่าและเก่งๆ พอกับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เลย

จะมีแค่สิ่งเดียวที่นายประตูคนนี้สู้ยักษ์เดนส์ ไม่ได้ นั่นก็คืออารมณ์โมโห และแล้วเมื่อนายประตูคนนี้ได้เข้ามาเริ่มต้นกับผีแดง ทุกอย่างภายทีมก็เริ่มเปลี่ยนไป จากทีมที่เสียประตูง่ายกลายเป็นทีมที่เสียประตูยาก และนัดที่ทำให้แฟนบอลผีแดงยกให้นายประตูคนนี้เป็นตำนานของสโมสรนั้น

ก็เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ระหว่างแมนยู กับเชลซี ซึ่งนัดนั้น ผู้รักษาประตูคนนี้ได้โชว์ความสามารถที่นักฟุตบอลระดับโลกควรจะมี เค้าช่วยผีแดงรอดพ้นการเสียประตูนับครั้งไม่ถ้วน จนถึงช่วงเวลาการตัดสินจุดโทษ และก็เป็นนายประตูคนนี้ ที่เซฟลูกจุดโทษ จากนิโคล่า อเนลก้า ศูนย์หน้าเชลซีในยุคนั้นเอาไว้ได้ ทำให้แมนยู คว้าถ้วยนี้ไปครองได้อีกครั้ง และตลอดระยะเวลาที่นายประตูคนนี้เฝ้าเสาให้กับผีแดงตลอด 5 ฤดูกาล เค้าพาทีมคว้าแชมป์มาทั้งสิ้น 7 รายการ และยังเป็นผู้รักษาประตูของสโมสรแมนยูไนเต็ด ที่ทำสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานที่สุดเกือบ 1,380 นาที ซึ่งนับว่าทำลายสถิติเมื่อครั้ง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล นายประตูคนเก่าเคยทำไว้ได้เมื่อช่วงปี 1999 เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  BK8

ประวัติหลวงพ่อโสธร 

สำหรับหลวงพ่อโสธร ท่านเป็นพระพุทธรูปที่คนทั้งประเทศให้การเคารพนับถือ

ยิ่งโดยเฉพาะชาวเมืองฉะเชิงเทราแล้วละก็ถือว่าท่านเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเป็นพระประจำจังหวัดฉะเชิงเทราเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเล่าที่มาขององค์หลวงพ่อโสธรอย่างคร่าวคร่าวให้ทราบกันค่ะ  ว่ากันว่า องค์หลวงพ่อโสธรนั้น มีประวัติเก่าแก่มายาวนานมาก โดยมีเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่าในตอนนั้นมีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาด้วยกัน 3 องค์ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าพระพุทธรูปทั้งสามองค์นั้นเป็นพี่น้องกัน

ซึ่งในตอนแรกนั้นพระพุทธรูปสั่งสามองค์ลอยน้ำตามกันมา เมื่อชาวบ้านเห็นต่างก็พากันเอาเชือกขนาดใหญ่ไปมัดกับองค์พระไว้แล้วพยายามจะดึงองค์พระขึ้นมาบนฝั่ง แต่เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจว่า มีการเกิดกระแสน้ำวน เกิดขึ้นในจังหวะทีพยายามดึงองค์พระทำให้องค์พระพุทธรูปทั้งสามองค์จมน้ำหายไป หลังจากนั้นก็มาพบองค์พระพุทธรูปลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง

ซึ่งองค์พระแต่ละองค์ต่างก็ลอยแยกกันไป องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี  ซึ่งปัจจุบันคือหลวงพ่อโต อีกองค์ลอยไปทางบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และองค์สุดท้ายลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งก็คือหลวงพ่อโสธรนั่นเอง

        ตามเรื่องเล่ากล่าวว่าหลวงพ่อโสธรลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งที่หน้าวัดเสาธงทอน หรือปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดนี้กันว่าวัดหลวงพ่อโสธรนั่นเอง  ในตอนแรกที่เห็นองค์พระลอยอยู่ชาวบ้านพยายามนำเชือกมาดึงขึ้นแต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถดึงองค์พระขึ้นมาได้ จึงได้มีการไปอัญเชิญพระอาจารย์ชื่อดังที่เก่งเรื่องเวทมนต์คาถา มาทำพิธีเชิญองค์หลวงพ่อโสธรขึ้นมาจากน้ำ

ซึ่งก็เป็นผลสำเร็จและชาวบ้านได้อัญเชิญหลวงพ่อโสธรเข้าไปประดิษฐานเอาไว้ในโบสถ์ หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็พากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมากและที่สร้างปาฎิหารย์ ที่ ทำให้องค์หลวงพ่อโสธรมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็เพราะว่ามีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งซึ่งในตอนนี้เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้ทรพิษ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งติดไข้ทรพิษกันทั้งครอบครัว

พวกเขาได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร และขอให้หายจากอาการของไข้ทรพิษ หลังจากขอพรเสร็จครอบครัวนี้ได้นำดอกไม้แห้งและหยุดน้ำตาเทียน มาต้มน้ำแล้วดื่ม หลังจากนั้นไม่นานทั้งครอบครัวนั้นก็หายจากอาการของไข้ทรพิษ จึงทำให้ทุกคนมากราบไหว้ขอพร บนบานศาลกล่าวให้องค์หลวงพ่อโสธรช่วย แต่ที่ห้ามขอเพราะหลวงพ่อจะไม่ให้ก็คือ ห้ามขอไม่ไปเป็นทหาร เพราะท่านอยากให้ลูกหลานท่านเป็นทหาร ดังนั้นหากใครมาขอจะได้เป็นทหารทันที

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  sagame 

สงครามระหว่างอิสราเอล จอร์แดน และ อียิปต์

ในเดือนเมษายม ปี1967 หลังจากที่ซีเรียระดมยิงจากที่ลาบสูง west Bank ของอิสราเอลอย่างหนัก อิสราเอล กับ ซีเรีย ก็ได้เปิดฉากกันโดยอิสราเอลได้ยิงเครื่องบินรบของซีเรียที่ได้รับจากสหภาพโซเวียตได้ตกลงไป6ลำพร้อมกับมีคำเตือนว่าไม่ให้ซีเรียนั้นได้เข้ามาโจมตีอีก ซีเรียนั้นก็ได้หันไปหาแรงสนับสนุนจาก นาสเซ่อ

จากนั้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปี1967 กองทัพอียิปต์

ประมาณ100,000นายกับรถถังอีก1,000คันก็ได้พากำลังพลเข้าสมุทร sinai Peninsuia ซึ่งได้ติดกับพรมแดนทางใต้ของกลุ่มอิสราเอลซึ่งมีกองกำลังของสหประชาชาติตั้งอยู่กก่อนแล้วในถานะผู้สังเกตการณ์ แต่ในวันที่ 17พฤษภาคมปี1967 นาสเซ่อ ได้ขอให้บุคคลกรของยูเอ็นให้ถอนออกไปจากหลายเขต ซึ่งบรรดาผู้สังเกตการณ์ก็ได้ถอนตัวออกไปหมดพอถึงวันที่ 22 พฤษภาคมปี1967 นาสเซ่อ ก็ได้ประกาสปิดช่องแคบ Straits ซึ่ง อิสราเอล ได้อาศัยเป็นเส้นทางหลบหนีออกทะเลแดง

และยังได้เป็นแหล่งน้ำมันดิบแหล่งใหญ่ตอนเกิดวิกิตตการครองซูเอเมื่อปี1956 อียิปต์ ก็เคยปิดช่องแคบแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้วกระทั่งจนเป็นสาเหตุของสงครามดังกล่าว ซึ่งอิสราเอลก็ได้เคยประกาสชัดไว้ตั้งแต่คานั้นแล้วว่าถ้าอียิปต์นั้นปิดช่องแคบ sinai Peninsuia อีกจะถือว่าเป็นการทำสงคราม อิสราเอล ก็ยังได้กลิ่นสงครามดังมาอีกกระแสหนึ่งด้วยเมื่อ อียิปต์ กับ จอร์แดน ได้ลงนามในข้อตกลงให้กองทัพของทั้งสองประเทศอยู่ในภายใต้การบัญชาร่วมกันพอเหตุที่ อิสราเอล กลัวจะต้องรับศึกทั้ง3ด้านคือ อียิปต์ จอร์แดน และ ซีเรีย

ด้วยความที่อยากให้สงครามเกิดนอกบ้านกว่าที่จะให้เกิดในบ้าน อิสราเอล จึงได้ตัดสิ้นใจได้เชิงลงมือก่อนใครเมื่อเช้าวันที่5มิถุนายน ปี1967 ฝูงบินของอิสราเอล ได้ข้าโจมตี อียิปต์ ซึ่งได้มีกองทัพใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนั้นในวินา08.45. ซึ่ง อิสราเอล ลงมือนั้นเครื่องบินส่วนใหใญ่ของ อียิปต์ ยังคงจอดอยู่พวกผู้การบัญชาการทหารก็ต้องเจอสภาพรถติดก่อนจะมาถึงกองบัญชาการโดยเครื่องบินของ อิสราเอล สามารถหลบหลีกเรด้าของ อียิปต์ ไปได้และได้เข้าโจมตีที่ไม่มีใครคาดคิดมหกรรมเซอร์ไพรส์ในครั้งนั้นก็จึงได้ผลภายในเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง อิสราเอล

ซึ่งเน้นโจมตีกองทหารและสนามบินและก็ได้ทำรายเครื่องบินของ อียิปต์ ไปกว่า300ร้อย9ลำจากทั้งหมด340ลำจากนั้นทหารลาบของ อิสราเอล ก็ได้เคลื่อนเข้าสู้คาบสมุด sinai Peninsuia และฉนวนกาซาเข้าสู้รบกับหน่วยทหารของ อียิปต์ ซึ่งปราฏกว่าทางฝ่ายของ อียิปต์ นั้นได้ศูนย์เสียอย่างหนักขณะที่ อิสราเอล เสียเพียงแค่ไม่กี่คนขณะเดียวกัน

อิสราเอล ก็ได้บอกไปยัง กษัตริย์ฮุสเซน แห่งจอร์แดน ว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับศึกครั้งนี้ แต่ในเช้าวันแรกของสงครามนั้น นาสเซ่อ ก็ได้แจ้งไปยัง กษัตริย์ฮุสเซน ว่า อียิปต์ กำลังมีชัยชนะซึ่งประชาชนชาวอียิปต์ก็ได้เชื่ออย่างนั้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

ตำนานของวัดสร้อยทอง

สำหรับวัดสร้อยทองนั้นดังเดิมชื่อว่าวัดซ่อนทอง

ซึ่งมีการสร้างวัดนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2394 ซึ่งไม่มีปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นคนสร้างวัดสร้อยทองแต่ก็มีการสันนิษฐานกันเรื่อยๆหมายว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ในสมัยพระเจ้าศรีวิชัยโดยสร้างขึ้นมาในสมัยของรัชกาลที่สี่สำหรับวัดสร้อยทองนั้นจะอยู่ทางด้านทางทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งวัดไทรทองมีพื้นที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเขตบางซื่อของจังหวัดกรุงเทพมหานครมีการสันนิษฐานกันว่าวัดถูกสร้างขึ้นโดยลูกหลานของเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษาที่นี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นวัดที่มีการพัฒนาเป็นตัวอย่างด้านในภายในวัดสามารถมองเห็นสีเหลืองอร่ามตาได้จากระยะไกลไกล

ที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและในพื้นที่เคารพนับถือมากเล่นก็คือหลวงพ่อเหลือซึ่งหลวงพ่อถูกลอมขึ้นมาด้วยโลหะทองเหลืองและถูกนำมาสร้างเป็นพระประธานในช่วงปีพ.ศ. 2485 ด้านในของหลวงพ่อเหลือมีการจุพระธาตุห้าองนั้นก็คือพระธาตุของพระโมคคัลลานะ, พระธาตุของพระสารีบุตร, พระสีวลี, พระองคุลีมาลและพระพิมพ์พาเถรี     

มีการเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเหลือวัดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองประเทศญี่ปุ่นต้องการที่จะทิ้งระเบิดทั้งหมดจำนวน 14 ลูกโดยตั้งหวังไว้ว่าจะทิ้งลงตรงสะพานพระรามหกไประเบิดทั้ง 14 ลูกนั้นกลับมาตกที่วัดสร้อยทองทั้งหมดจนรถได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากและมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นนั่นก็คือรูปหล่อของหลวงพ่อเหลือได้รับความเสียหายเพียงนิดเดียวเท่านั้นประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางมาขอพรขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อเหลือในเรื่องของการต้องการให้เหลือกินเหลือใช้

ภายในวัดนักท่องเที่ยวสามารถทำบุญไหว้พระถวายสังฆทานรวมถึงทำบุญโลงศพโดยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่วัดก่อนซึ่งจะอาทีที่ว่าจะทำการติดต่อประสานงานท่านจะเอาวาดให้อ่ะที่วัดแห่งนี้เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดแม่น้ำทำให้สามารถปล่อยสัตว์ลงน้ำได้ซึ่งที่วัดจะมีคนคอยให้บริการขายปลาให้เราสามารถซื้อจากที่ได้หรือจะเตรียมมาเองก็ได้

วัดที่นี่จะมีความสวยงามเป็นที่ขึ้นชื่อและมีความเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากและหากเมื่อเราทำบุญไหว้พระเสร็จเรียบร้อยแล้วใกล้ใกล้กับวัดจะมีชุมชนของชาวบ้านและมีร้านอาหารริมน้ำที่เราสามารถแวะไปกินได้ซึ่งรสชาติอร่อยถูกปากเป็นอย่างมากการเดินทางมาวัดสร้อยทองสามารถขับรถมาเองก็ได้หรือจะนั่งรถเมล์มาก็ได้โดยวัดจะอยู่บนถนนประชาราษฎร์สายหนึ่งอยู่ติดกับถนนซึ่งจะอยู่ใกล้กับโรงเรียนโยธินบูรณะ

ที่มาของสระมรกตจังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่นั้นนอกจากจะเป็นที่รู้จักของเรื่องราวที่เกี่ยวกับทะเลที่สวยสดงดงามแล้ว พวกเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแนวธรรมชาติที่น่าสนใจมากๆอีกที่หนึ่งให้ด้วย

นั่นก็คือ “สระมรกต” จะเห็นได้ว่าสระมรกตซึ่งอยู่ในอำเภอคลองท่อม

และก็ปัจจุบันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจกันมากมาย ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นสระน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้าที่อยู่กึ่งกลางใจป่า ที่กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้

สำหรับในด้านการเดินทาง พวกเราจำเป็นที่จะต้องเดินเท้าเพื่อเป็นการเข้าไปที่สระมรกต ด้วยระยะทางราวๆ 800 เมตร หรือ ถ้าหากบางคนที่ชื่นชอบการเดินดูธรรมชาติที่งดงามแล้วก็สูดอากาสบริสุทธ์ก็สามารถจะเลือกเดินเพื่อศึกษาธรรมชาติที่มีระยะการเดินที่ไกลขึ้น ที่ระยะทางโดยประมาณ 2.7 กิโลเมตรได้ด้วยเหมือนกันครับผม

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ที่สุดและก็จะมาบรรจบกันที่สระมรกตที่เดียวกัน ตลอดเส้นทางเดินธรรมชาติเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้ม ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ของนานาพรรณที่มีความน่าสนใจอีกทั้งเป็นแหล่งชมนกหายาก ตัวอย่างเช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล นกเงือกดำ แล้วก็เป็นสถานที่ที่มีการพบ นกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเคยสูญพันธ์ไปนานเกือบ 100 ปีเลยนะ รวมทั้งริมทางมีธารน้ำไหลตลอดทาง ซึ่งก่อนที่จะถึงสระมรกตท่านก็จะได้พบกับสระแก้ว น้ำใสสีเขียวเต็มไปด้วยพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่น

สระน้ำที่มีสีเขียวมรกตสมชื่อนี้ เหตุก็เป็นเพราะว่าแบคทีเรีย และก็สาหร่ายในน้ำซึ่งจะก่อให้น้ำมีสีต่างๆแตกต่างกัน อุณหภูมิของน้ำจะอยู่ที่โดยประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส และก็นอกจากนี้สายน้ำแร่ใต้ดินที่มีอยู่บริเวณนี้ยังส่งผลให้สารแขวนลอยในน้ำเกิดการตกขี้ตะกอน ก็เลยทำให้น้ำมีความใสสะอาดมากเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าหากพวกเราเดินขึ้นไปอีกหน่อยก็จะได้มองเห็นต้นน้ำที่ไหลเป็นสายลงมารวมกันจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสระมรกตแห่งนี้

เมื่อได้มองเห็นความงามที่ธรรมชาติบรรจงสรรค์สร้างมาให้พวกเราขนาดนี้แล้ว ดังนั้นผมจึงเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวสถานที่เหล่านี้และก็เลยอยากให้เราร่วมกันอนุรักษ์รักษา ถ้าหากคนไหนที่มีโอกาสได้ไปมาแล้วขอให้ช่วยเก็บความประทับในความสวยสดงดงามนี้ไว้ เพื่อด้วยกันถ่ายทอดไปยังเพื่อนๆที่ไม่ได้มา ให้ได้มองเห็นถึงจุดสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้วก็ความสวยสดงดงามของสระมรกตที่ถึงแม้พวกเราเองก็ไม่อาจจะบรรยายได้หมดในโอกาสนี้ครับ

ปราสาทหินเมืองต่ำ

เรื่องราวและภายในของตัวปราสาทหินเมืองต่ำ

สระน้ำได้ถูกก่อขึ้นจากศิลาแลงเรียงเป็นขั้นบนไดขอบบนสุดสลักเป็นรูปลำตัวนาคทอดตัวชูคอแผ่ พังพานอยู่ตรงมุมสระส่วนหางของนาคนั้นยกขึ้นติดกับขอบประตูทาน้ำ ซุ้มประตูที่มีหางของนาคและลวดลายตัวเหงาสลักอยู่ตรงที่หน้าบันได้ทำให้สระน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้แฟงไปด้วยความอ่อนช้อยและความงามทางศิลปะที่ไม่มีสถานที่แห่งใดจะเมือน นาคนั้นถือเป็นลักษณ์แห่งน้ำโดยระยะแล้วสระน้ำทั้ง4เปรียบได้ดังมหาสมุดที่อยู่ล้อมรอบชมพูทวีป

ส่วนระเบียงคดและกลุ่มปราสาทชั้นในคือเขาพระสุเมธซึ่งเป็นแกนกลางของจักรของวาลตามความเชื่อในศาสนาฮินดูถัดจากสระน้ำเข้าไปเป็นกำแพงชั้นในอีกชั้นหนึ่งเรียกว่าระเบียงคดสร้างด้วยหินทรายเป็นห้องยาวเชื่อมต่อกับโคปุระผนังระเบียงคดเจาะช่องหน้าต่างเป็นระยะๆโดยผนังด้านในเป็นหน้าต่างโล่งส่วนด้านนอกมีลูกกรงหรือลูกมาหวดประดับตรงกลางระเบียงคดมีซุ้มประตูหรือโคปุระที่ก่อด้วยหินทรายเช่นเดียวกับที่ก่อกำแพงแก้วเฉพาะที่ซุ้มประตูด้านทิศตะวันตกเพียงด้านเดียวที่ก่อผนังด้วยอฐิส่วนกรอบประตูเสาทับหลังและกรอบหน้าต่างทำจากหินทรายซุ้มประตูหรือโคปุระชั้นในประกอบด้วยฐาน

ตัวอาคารและชั้นหลังคาภายในมีห้องโถงยื่นมุกออกเป็นทางเข้าทั้งด้านหน้าและด้านหลังส่วนด้านข้างสักปีกออกเป็นห้องแคบๆเชื่อต่อกับระเบียงคดทั้ระเบียงคดและโคปุระมีหลังคาที่อาจก่อด้วยอฐิและประดับสันหลังคาด้วยบาลีหินทรายทรงพุมยอดแหลมตามส่วนต่างๆของโคปุระได้แก่ฐานเสาติดผนังเสาประดับกรอบประตูทับหลังและหน้าบันมีลวดลายแกะสลักที่เพิ่มคุณค่าให้แก่สถานปติยกรรมแห่งนี้ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นลวดลายที่ติดบนเสาผนังโดยทั่วไปนิยมใช้สลักลวดลายสองแบบคือลายก้านต่อดอกและลายก้านคด

ซึ่งบางครั้งจะสลักเป็นรูปสิงห์เป็นต้นลายอยู่เบี้ยงล่างเสาติดผนังที่มีลายก้านต่อดอกที่ก้านจะมีขีดสองขีดตามแบบที่นิยมในศฺลปะแบบปาปวนพุทธศตวรรษที่16ส่วนลายก้านคดช่างแกะสลักเป็นลายพันไม้คตโค้งสลับไปมาที่ขอบเสามีลายเม็ดพะคำเรียงแถวในแนวดิ่งทั่งสองข้างแผ่นทับหลังของอาคารแกะสลักรูปพระกิตสนะปราบนาคการียะอันเป็นวีระกรรมตอนหนึ่ง

เมื่อพญานาคคายพิษลงในแม่น้ำทำให้ชาวบ้านในรับความเดือดร้อนพระกิตสนะจึงได้เข้าต่อสู้และได้รับชัยชนะภาพเล่าเรื่องตอนนี้พบอยู่บนทับหลังซุ้มประตูของระเบียงคดที่ทิศตะวันออกด้านในภายในกรอบแผ่นผังในกรอบรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่ระเบียงคดล้อมรอบอยู่นี้มีกลุ่มประสาทอฐิ5องค์ซึ่งเป็นองค์ประกอบสถานปติยกรรมที่สำคัญที่สุด

ประเพณีผีตาโขน

สำหรับประเพณีผีตาโขนนั้นจะเป็น ประเพณีประจำจังหวัดของจังหวัดเลยซึ่งถึงแม้ว่าชื่อของประเพณีจะค่อนข้างน่ากลัวแต่ประเพณีนี้ถือเป็นการจัดงานบุญโดยมีการนำความเชื่อและความศรัทธาของชาวบ้านมาร่วมประสานงานกันทำให้เกิดประเพณีนี้ขึ้น

สำหรับการจัดงานผีตาโขนนั้นจะมีการแต่งตัวชาวบ้านให้มีลักษณะเหมือนผีโดยจะนำหวดหนึ่งข้าว

และทางมะพร้าวมาประดับตกแต่งเป็นหน้าเป็นตาหรือแม้แต่แต่งเป็นจมูกให้ยืนยาวเพื่อให้ แลดูน่ากลัวและยังมีการนำชุดมาสวมใส่ให้มีลักษณะขาดขาดโดยจะนำเศษผ้ามาเย็บติดกันและเลือกเสื้อผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดสวยงามซึ่งบางคนก็จะมีการวาดลวดลายบนหน้ากากผีตาโขนให้ดูว่าสวยงามและมีศิลปะในคราวเดียวกัเทศกาลนี้ถือว่าเป็นเทศกาลที่มีการจัดงานกันมานานแล้วภายในงานจะมีผีตาโขนทั้งตัวเลขและตัวใหญ่จะพากันเดินขบวนไปตามท้องถนนแล้วมีการทำท่าทางให้ดูน่ากลัว       

ในปัจจุบันประเพณีผีตาโขนยังคงมีอยู่แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมากเหมือนกันเพราะปัจจุบันจะทำให้ขบวนผีตาโขนดูน่าสนใจยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาร่วมงานเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงที่มีประเพณีนี้ด้วยการจัดงานนอกจากจะมีขบวนผีตาโขนแล้วจะยังมีขบวนนางรำที่คอยร่ายรำอย่างสวยงามให้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ชมการรำที่อ่อนช้อยนี้ด้วย

อีกทั้งยังมีขบวนแห่ไม่ว่าจะเป็นการแห่พระเวสสันดรหรือแม้แต่การแสดงหน้ากากผีตาโขนนานาชาติเช่นผีตาโขนของอินโดนีเซียผีตาโขนของญี่ปุ่นหรือผิดแต่คนของบรูไนและภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการตักบาตรพระสงฆ์ในช่วงเช้าก่อนที่จะมีการเดินขบวนผีตาโขนหรือแม้แต่การจัดกิจกรรมงานบุญที่ให้ชาวบ้านได้เข้าไปกราบไหว้บูชาพระรวมถึงยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวทีและเปิดเป็นร้านอาหารร้านขายของฝากให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกินและซื้อกลับบ้านไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมผีตาโขนนั้นจะมีการประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะมีงานเริ่มเพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้ทราบว่าสามารถมาร่วมงานได้เมื่อไหร่ซึ่งโดยปกติแล้วประเพณีผีตาโขนชาวจังหวัดเลยมั้งจะจัที่ประมาณเดือนสี่       

เป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของจังหวัดเลยสำหรับการแต่งกายเป็นผีตาโขนนั้นจะเน้นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในการเข้าไปทำการแต่งเป็นผีตาโขนสำหรับกิจกรรมที่จัทุกๆปีนี้จะมีการอุทิส่วนบุญซุกซนให้กับพระพุทธเจ้าในปัจจุบันประเพณีผีตาโขนไม่ได้มีที่จังหวัดเลยทีเดียวเท่านั้นแต่จังหวัดอื่นอย่างเช่นสกลนครก็มีการจัดด้วยเช่นกัน

ปราสาทหินเมื่องต่ำ เขตบ้านโคกเมือง

 

ปราสาทหินเมืองต่ำเป็นศาสตร์ สถานในศิลปะเขรมที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตบ้านโคกเมืองตำบลจรเข้มากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในถูกบันทึกในเอกสารเป็นครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศษ เอเตียน เอมอนิเยร์ ต่อมาก็ได้มีการเข้ามาบันลทึกทำแผนผังและแผนที่เพื่อที่จะได้ตีพิมพ์ออกเผยแพร่พุทธศักราช2450จนกระทั้งพุทธศักราช2472สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย

เสด็จออกตรวจโบราณวัตถุโบราณสถานในเมืองมนธนนครราชสีมารวมทั้งที่โบราณสถานแห่งนี้ด้วยหลังจากนั้นปราสาทเมืองต่ำจึงได้เป็นที่รู้จักและเป็นจุดมุ้งหมายทางศิลปะสถานปติยกรรมเขรมของนักวิชาการและประชาชนทั่วไป ปราสาทเมื่องต่ำถือเป็นงานก่อสร้างที่ได้มีความโด่นเด่นในการวางแผนผังที่ได้สัดส่วนขององค์ประกอบของทางสถานปติยกรรมและสำผัสกันในกรอบผังในรูปสี่เหลี่ยมตั้งแต่องค์ประกอบส่วนนอกสุดได้แก่บาลาย กำแพงแก้ว สระน้ำทั้ง4ทิศ ระเบียงคด และกลุ่ม ปราสาทอฐิ5องค์

ที่อยู่ภายในศาสตร์สถานแบบโบราณเขรมโดยทั่วไปมักจะมีการสร้างบาลายหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไว้เป็นประจำศาสตร์สถานนั้นๆเพื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาหรือเพื่อการอุปโภค บริโภคของชุมชนที่อยู่โดยรอบ ที่โบราณสถานแห่งนี้ได้มีการสร้างบาลายที่เรียกว่าทะเลเมืองต่ำอยู่ทางทิศเหนือของปราสาทมีขนาดกว้าง510เมตรยาว1,090เมตรทะเลเมืองต่ำนี้มีขนาดกว้างใหญ่พอที่จะกั้นเก็บน้ำจากลลำทานได้มากพอ

สำหรับหล่อเลี้ยงชุมชนขนาดใหญ่ได้ทั้งชุมชนเช่นเดียวกันกับศาสตร์สถานเขรมโบราณที่สำคัญแห่งอื่นๆ กำแพงแก้งเป็นเขตศาสตร์สถานชั้นนอกสุดก่อด้วยศิลาแลงมีความยาวจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก120เมตรจากทิศเหนือถึงทิศใต้127เมตรสูง270เซนติเมตรที่สันกำแพงเซาะรองยาวสำหรับรองรับแท่งหินสี่เหลี่ยมที่ถูกเจาะรูเป็นระยะๆสันนิษฐานว่าอาจใช้เจาะเพื่อปักบาลี

ซึ่งได้ทำมาจากหินทรายพุ้มยอดแหลมตรงกลางกำแพงทั้ง4ด้านมีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าที่มีทับหลังและหน้าบันสลักภาพเล่าเรื่องในศาสนาฮินดูทับหลังด้านโคปุระทางด้านทิศตะวันออกมีลวดลายสลักรูปพระกิตสนะใช้พระหัสและพระบาทยึดหน้าพระการียะโดยสลักให้ลำตัวนาคทอดออกไปเป็นพุ้มพวงมลัย ภายในโคปุระมีห้องขนาดเล็กมีแผนผังเป็นรูปกากบาทสักปีกออกไปเชื่อมต่อกับกำกแพงแก้วอาคารส่วนนี้ที่ผนังได้เจาะเป็นช่องหน้าต่างประดับด้วยลูกมะหวดหินทรายเป็นระยะๆถัดไปจากซุ้มประตูกำแพงแก้วเป็นลานกว้างที่มุมมีสระน้ำขุดหักมุมตามแนงกำแพงทั้ง4มุม

ของโบราณสุดลี้ลับ

หากพูดถึงโบราณคดีสุกลึกลับของโลกคุณจะนึกถึงที่ไหนกันบ้างหลังจากอาณาจักรที่ล่มสลายไปสถานที่และข้าวของเครื่องใช้จึงดู้กทิ้งเอาไว้เป็นจำนวนมากแม้บางอย่างจะถูกค้นพบแล้วแต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ยังคงเป็นความลับและรอยค่อยมนุษย์ในยุคใหม่มาจนถึงทุกวันนี้และคุรพร้อมที่จะไขปริศนาไปพร้อมกับเราหรือยัง

นอร์ซันเทเป ตุรกี

ที่เราเห็นอยู่นี้มันไม่ใช่ถานทัพของมนุษย์ต่างดาวแต่มันเป็นแหล่งโบราณเก่าแก่ของอารยธรรมอานาโตเลียมีอายุระหว่าง3,000 4,000ปีก่อนคริสต์ศักราชและเก่าแก่กว่าโกบเทกีเสียอีกนอร์ซันเทเปอยู่ทางด้านตะวันออกของตุรกีได้ถูกค้นพบครั้งแรกโดยชาวโบราณคดีชาวเยรมันในปี1968คาดว่าที่นี่มันเคยเป็นถิ่นถานของมนุษย์ในช่วงปลายยุคทองแดงจนถึงในยุคเหล็ก

เนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้ส่วนใหญ่ได้ทำมาจากทองแดงโดยมีสารหนูและแร่พวงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญต่อมาในบริเวณดังกว่าในมีการสร้างเขื่อนคลีบันทำให้น้ำท่วมแหล่งโบราณคดีทั้งหมดหลังจากที่ระดับน้ำลดลงทางทีมงานก็ได้เข้าไปสำรวจอีกครั้งก่อนที่จะพบข้าวของเครื่องใช้เพิ่มขึ้นอีกเช่นเศษถ้วยชามซากอาคารบ้านเรือนรวมถึงรูปเคราพเทพีบริเวณใต้น้ำในเขื่อนสันนิษฐานได้เลยว่าที่นี่มีผู้คนอาศัยอยู่แต่เป็นเพราะได้ถูกไฟไม้ครั้งใหญ่จึงได้พากันย้ายออกไปในที่สุดแต่สิ่งที่น่าสงสัยก็คืออะไรที่เป็นสาเหตุของไฟไม้ครั้งนั้นกันแน่

คัภภีร์ไบเบิ้ลปีศาจ

แค่ชื่อก็ฟังขนลุกกันแล้วใช้ไหมล่ะคัภภีร์ไบเบิ้ลเล่มนี้เชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับปีศาจในนรกและที่มันน่าแปลกใจไปกว่านั้นก็คือทั้งเล่มหนังสือนั้นได้เขียนถึงบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้นไบเบิ้ลปีศาจเล่มใหญ่และหนักมากถึง75กิโลกรัมมีทั้งหมด320หน้าจะถูกออกไป10หน้าโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าหน้าที่มันหายไปนั้นมันจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไรกันแน่

คัภภีร์สุดลี้ลับเล่มนี้ได้ถูกเขียนขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่13ในโบคลีเมียหรือสาธารณรัฐเช็กในปัจจุบันด้วยฝีมือนักบวชคนหนึ่งที่ได้ถูกจองจำอยู่ในคุกได้ถูกยื่นเงื่อนไขเอาไว้ว่าหากอยากลอดออกไปก็ต้องเขียนคัภภีร์สรรเสริญพระเจ้าให้เสร็จภายในวันเดียวแต่แทนที่คำวินวอนนั้นมันจะไปถึงพระเจ้าแต่มันดันไปถึงซาตานสะงั้น

โดยซาตานก็ได้ช่วยให้เขานั้นได้เขียนคัภภีร์ทั้งหมดโดยจนเสร็จแต่กลับกลายเป็นว่าเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับคาถาพิธีกรรมและการบูชาซาตานไปสะได้หากใครที่อยากจะเห็นหรืออยากรู้กับตาตัวเองก็สามารถไปรับชมได้ที่หอสมุดแห่งชาติประเทศสวีเดน