ตํานานแวมไพร์

แวมไพร์คือสารชนิดหนึ่งซึ่งจะเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะมีผิวที่ขาวซีดกว่าคนธรรมดานอกจากนั้นยังมีความเชื่อกันอีกว่าพวกเขานั้นจะมีรูปร่างคล้ายๆมนุษย์มากที่แตกต่างก็มีเพียงแค่ความขาวที่ของร่างกายและเที่ยวที่งอกออกมาจากฟันและนอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกว่าหากใครนำกระเทียมสามารถให้แวมไพร์กินเข้าไปได้ก็จะทำให้แวมไพร์สลายหายไปตลอดกาล

และวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของแวมไพร์ตั้งแต่ต้นเรื่องๆว่าเป็นยังไงบ้างซึ่งหลายคนนั้นคิดว่ามันเกิดมาจากประเทศอังกฤษเป็นอย่างแรกซึ่งมันก็คือประเทศอังกฤษจริงๆค่ะมีความเชื่อว่าตำนานที่กล่าวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและไม่ได้ถูกแต่งขึ้นมาเท่านั้นแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่ามีหลักฐานที่แน่ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ถูกแต่งแต่วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเรื่องราวตำนานแวมไพร์ตั้งแต่นมนานมาแล้วนั้นเป็นอย่างไร 

 มีความเชื่อ ว่าชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขานั้นเป็นทหารเขานั้นมีชื่อว่าอาโนเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่อาโนได้เดินทางฉันไปที่หลุมศพซึ่งมีความเชื่อว่าหลุมศพแถวนั้นคือหลุมศพของแวมไพร์ต่างๆซึ่งว่าเขาขับเกวียนผ่านไปเขาก็ถูกแวมไพร์ตัวหนึ่งกัดเข้าที่คอซึ่งเข้านั้นมีความโกรธแค้นเจ้ารำไพตัวนั้นเป็นอย่างมากก็เลยพยายามคิดที่จะทำร้ายเจ้าผีตัวนั้นและกำจัดมันให้สิ้นซากไป

โดยตลอดกาลซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเช้ามาจากที่เขารักษาแผลเป็นหายดีเขาก็ได้ทำการเดินทางในการขับเกวียนมาที่สุดสารที่มีความเชื่อว่าศัพท์ของผีดูดเลือดเอาไว้นั่นเองซึ่งเขานั้นได้ขุดหลุมศพออกมาทั้งหมดหรือว่าจบไหนเป็นแวมไพร์ที่กัดเขาซึ่งเขาก็พบศพที่เป็นแวมไพร์ที่กัดเขาเช่นเดียวกันหลังจากนั้นเท่านั้นก็ได้ทำการหาอุปกรณ์มาเจาะที่ร่างกายของมันจนได้เลือดของมันออกมาแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็นำมันมาล้างตัวซึ่งร่างกายของเขานั้นก็เต็มไปด้วยเลือดนอกจากนั้นเขายังได้ทำการนำช้อนมาจากดินลงหลุมศพของแวมไพร์ตัวนั้นกินเข้าไปซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการจะเดินทางกลับกับร่างที่โชคเลือกเช่นนั้นแต่อยู่ๆไม่รู้เกิดอะไรขึ้นต้นไม้ที่กำลังเดินทางไปเรื่อยๆอยู่เหมือนกับว่ามันคืออะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากจนมันสลบไปซึ่งเขาก็จบจากเวียนหัวกระแทกก้อนหินจนเสียชีวิตที่สุสานแห่งนั้นซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าเขานั้นได้ทำการทำร้ายคนในหมู่บ้านจนตายไป 16 คนใน 1 สัปดาห์

หลังจากนั้นทุกคนจึงพากันไปที่สุสานที่ถูกฝังไว้นั้นกลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วทุกคนพากันกำจัดแวมไพร์ที่เหลือจึงลืมไปว่ามีแวมไพร์ตัวหนึ่งที่อยู่ตรงท้ายป่าสุดซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดแต่ทุกคนกลับลืมมันไปหลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์

ก็วันนั้นก็ออกมาฆ่าสัตว์ต่างๆและก็ทิ้งซากศพเอาไว้และมีชาวบ้านมาเห็นต่างก็ไม่รู้ว่ามันตายได้ยังไงแกก็เอาซากศพไปทำอาหารและนำไปกินจนสุดท้ายพวกเขาก็ติดเชื้อกลายเป็นผีดูดเลือดหลังจากนั้นก็ฆ่าคนอื่นไปเรื่อยๆนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานลานทรงพลของมหาวิทยาลัยศิลปากร

     นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรทุกคนย่อมรู้จักตำนานของมหาวิทยาลัยกันเป็นอย่างดีเนื่องจากรุ่นพี่จะมีการบอกเล่าเรื่องราวต่อๆกันมาโดยเฉพาะเรื่องราวของร้านทรงพลซึ่งเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวและน่าขนลุกถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เรื่องราวเหล่านั้นอาจจะมีการลืมเลือนไปบ้างแล้วแต่ว่าเรื่องราวความหล่อนั้นก็ยังคงมีอยู่

ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงลานทรงพลที่อยู่บริเวณคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีความเฮี้ยนมากที่สุดและเป็นสถานที่ที่ผีดุมากที่สุดที่ 1 ในจำนวนมหาวิทยาลัยทั้งหมด  สำหรับลานทรงพลแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานโดยมีการเล่ากันว่าที่ร้านแห่งนี้นั้นเคยเป็นลานที่ เพชฌฆาตใช้เป็นลานประหารนักโทษ

โดยอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสมัยโบราณนั้นการฆ่าคนของเพชฌฆาตไม่ได้ฆ่าด้วยการยิงปืนหรือยิงเป้าเท่านั้นแต่ในสมัยโบราณเพชฌฆาตจะฆ่านักโทษด้วยการประหารโดยใช้มีดดาบฟันไปที่คอให้ขาดกระเด็นในครั้งเดียวซึ่งที่ลานทรงพลนี่เองคือรางสำหรับประหารนักโทษด้วยการฟันคอแล้วตั้งแต่มหาวิทยาลัยได้มาสร้างอยู่ที่นี่

โดยมีพื้นที่ของร้านทรงพลอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยด้วยนั้นนักศึกษาหลายคนต่างก็เคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์สยองขวัญโดยมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าหากนักศึกษาคนไหนกลับบ้านดึกแล้วเดินผ่านมาที่ลานทรงพลแห่งนี้จะเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ขนหัวลุกจนไม่กล้าอยากจะเดินผ่านมาซ้ำอีกครั้งหนึ่งเลยบางคนเล่าว่าเคยเห็นเงาของคนร่างกายสูงใหญ่กำลังทำท่าใช้มีดดาบฟันคอคน

ซึ่งอีกคนนั้นนั่งอยู่กับพื้นหลังจากนั้นก็ยังมีเงาที่เป็นลักษณะเหมือนกับหัวของคนขาดกระเด็นแล้วกลิ้งมาจนถึงเท้าของนักศึกษาคนนั้นหรือแม้แต่บางคนก็บอกว่าเคยเห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยมายืนอยู่ตรงที่บริเวณลานทรงพลและยังมีความเชื่อกันอีกว่าหากนักศึกษาคนไหนก็ตามมาสวดคาถาชินบัญชรที่นี่จะต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้น

ซึ่งความเชื่อต่างๆเหล่านั้นเป็นความเชื่อที่มีการเล่าสืบทอดต่อๆกันมาโดยหลายคนก็คงไม่อยากที่จะลองของก็ต่างก็รู้ดีอยู่แล้วถึงประวัติความเป็นมาถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นผีกับตัวแต่จะประวัติที่เป็นลานที่มีคนตายเป็นจำนวนมากอยู่ที่นี่และบางคนอาจจะตายด้วยความอาฆาตแค้นก็คงไม่อยากมีใครที่จะลองของหรือลองดีอย่างแน่นอน

ในปัจจุบันนั้นร้านทรงพลแห่งนี้ถูกปรับปรุงให้มีความสวยงามร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนดอกไม้ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรต่างก็มานั่งอ่านหนังสือและพูดคุยกันโดยไม่ได้นึกถึงเรื่องเล่าในตำนานที่น่ากลัวเหมือนในสมัยอดีตอีกต่อไปแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 ฝากเงิน

ตำนานผีไทยมีอะไรบ้าง

สำหรับเรื่องแรกนี้เลยเราจะมาพูดถึงเรื่องของผีไทยกันค่ะ ทุกๆมุมโลกจะต้องมีผีกันอยู่แล้วเพราะไม่ว่าใครก็ตามเมื่อตายไปหากยังมีห่วงก็จะกลายเป็นผีเร่ร่อนและวันนี้เรามาดูกันว่าที่ประเทศไทยนั้นมีผีอะไรบ้างจากทั่วสารทิศของประเทศไทยไปดูกันเลยค่ะ

1.อย่างแรกเลยก็คือ นางตะเคียนค่ะ นางตะเคียนเปรียบเป็นเสมือนนางฟ้าที่คอยปกปักดูแลที่อยู่อาศัยของตัวเอง ซึ้งเมื่อมีใครที่มาตัดต้นไม้หรือที่อยู่อาศัยของนางตะเคียนโดยที่ไม่จัดพิธีเพื่อขอนางตะเคียนก่อนคนคนนั้นก็อาจจะถูกนางตะเคียนลงโทษให้ตายอย่างเจ็บปวดค่ะ ซึ้งนางตะเคียนนั้นจะแต่งชุดโบราณค่ะและนอกจากนั้นนางตะเคียนก็หน้าตางดงามด้วยค่ะต่อให้หน้าตางดงามแต่เมื่อมีใครคิดที่จะตัดต้นไม้ก่อนได้รับการตกลงให้ตัดต้นไม้ได้จากนางตะเคียนแล้วล่ะก็จะน่ากลัวมากเลยค่ะ

2.ต่อมาเราจะมาพูดถึงผีโพงค่ะ ผีโพงเป็นผีจากภาคเหนือซึ้งการที่เราจะสังเกตว่าใครเป็นผีโพงนั้นยากมากเนื่องจากว่าในตอนกลางวันนั้นผีโพงจะเป็นเพียงเหมือนคนธรรมดาแต่เมื่อตะวันลับฟ้าไปคนภาคเหนือหลายๆคนจะรีบเข้าบ้านเพราะตอนกลางคืนนั้นผีโพงจะออกมาหาอาหารกินซึ้งในตอนกลางคืนนั้นจะแยกออกได้ง่ายๆเลยเพราะผีโพงจะมีจุดเด่นนั้นก็คือที่จมูกของพี่โพงจะมีสีเหลืองสว่างมากซึ้งมันมักจะมาหาปลาที่ริมแม่น้ำแต่ถ้าเกิดว่ามีคนเดินผ่านมาและเมื่อผีโพงเห็นสีทอง

ก็จะกินคนที่เดินผ่านมาซึ่งถ้าเกิดว่าใครวิ่งเร็วนั้นมันก็มีวิธีที่จะช่วยตัวเองได้ให้กินคนได้เร็วขึ้นซึ่งก็จะมีก้านกล้วยที่มันเสกมาซึ่งเรานั้นจะต้องหลบก้านกล้วยอันนั้นไม่ให้มันข้ามหัวเราโดยเด็ดขาดเพราะว่าถ้าเกิดว่ามันข้ามหัวเรานั้นก็จะทำให้เราตายฉันก็เป็นอย่างนั้นผีโพงก็จะสามารถกินเราได้ ดังนั้นหากใครไปภาคเหนือจึงจะสังเกตได้ว่าคนหลายคนเลือกที่จะเข้าบ้านตั้งแต่ตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินเนื่องจากกลัวว่าจะเจอผีโพงค่ะ 

3.ต่อมาผีที่เราจะพูดถึงในครั้งนี้นั่นก็คือผีปอบผีปอบนั้นเป็นผีที่คนไทยหลายคนจะรู้จักกันมาอย่างดีซึ่งอย่างที่รู้ว่าผีปอบนั้นจะถอดหัวออกมาจากร่างกายของตัวเองตอนกลางคืนหลังจากนั้นก็จะไปกินของอย่างเช่นวัวที่กำลังตกมันหรือไม่ก็กลับไปไส้พุงของสัตว์ต่างๆซึ่งนอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกว่าหากเรานั้นไปเจอกับใครที่กินของดิบบ่อยๆนั่น

แสดงว่าคนนั้นอาจจะเป็นปอบซึ่งวิธีสังเกตสังเกตยากมากเนื่องจากในตอนเช้าตอบนั้นจะดูเหมือนกับคนจริงมากๆแต่เมื่อตอนกลางคืนก็จะถอดหัวออกมาจากร่างกายและกินของดิบและของสดซึ่งถ้าหากว่าใครเผลอไปโดนน้ำลายของปลอมก็จะทำให้คนคนนั้นกลายเป็นปอบด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

 

สนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100

ตำนานตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบล

       สำหรับตำนานตุ๊กตาแอนนาเบลนั้นเป็นตำนานเก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนานซึ่งคนรุ่นหลังๆนั้นจะได้พบเห็นตำนานอนาเบลนั้นจากภาพยนตร์ที่มีการนำมาสร้างด้วยการเริ่มตำนานของตุ๊กตาแอนนาเบลนั้นเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปีคริสต์ศักราช 1970 

ซึ่งในตำนานมีการเล่ากันว่าได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเธอมีลูกสาวที่น่ารักที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยโดยลูกสาวของเธอกำลังเรียนเป็นพยาบาลฝึกหัดอยู่ในตอนนั้นโดยเธออยากจะให้ของขวัญลูกสาวผมเธอเนื่องจากว่าลูกสาวของเธอนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบตุ๊กตาเป็นอย่างมากเธอจึงได้ซื้อตุ๊กตาตัวหนึ่งจากร้านข้างทางมาโดยลูกสาวของเธอนั้นจะพักกับเพื่อนที่หอพักในขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งจะกลับบ้านแค่เพียงเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้นและเมื่อเธอได้รับของขวัญเป็นตุ๊กตา Annabelle

จากแม่ของเธอเธอก็น้ำซุปตาร์ตัวดังกล่าวมาไว้ที่หอพักของเธอด้วยซึ่งความเริ่มต้นของการน่าสยดสยองก็เกิดขึ้นนับตั้งแต่ตุ๊กตา Annabelle ได้มาอยู่ที่หอพักแห่งนี้โดยคนที่พบความผิดปกติของตุ๊กตาแอนนาเบลคนแรกนั่นก็คือเพื่อนของเธอเองเพื่อนของเธอได้สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่มีการวางตุ๊กตาแอนนาเบลไว้บนเตียงนอน

เมื่อกลับมาถึงห้องพักในตอนเย็นจะพบว่าตุ๊กตา Annabelle ย้ายมาอยู่บนโซฟาหรือย้ายไปอยู่ตามที่ต่างๆซึ่งไม่ใช่อยู่บนเตียงนอนเหมือนในตอนเช้าที่เคยวางเอาไว้ด้วยเพื่อนของเจ้าของตุ๊กตาแอนนาเบลได้สังเกตว่าทุกครั้งที่ตุ๊กตามีการเคลื่อนย้ายที่นั้นทั้งตัวเธอและต้องเจ้าของตุ๊กตาไม่มีใครกลับมาย้ายตุ๊กตาแม้แต่คนเดียวและที่สำคัญเธอยังพบกระดาษที่ถูกเขียนจากลายนิ้วมือที่ไม่ใช่ทั้งของตัวเธอและก็ของเพื่อนวางอยู่ในห้องพัก

ซึ่งลายมือที่เขียนนั้นเป็นลักษณะของลายมือของเด็กน้อยและเมื่อทั้งสองสาวพบเจอเรื่องแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆเธอทั้งสองคนจึงได้มีการติดต่อไปยังหมอผีซึ่งหมอผีก็เดินทางมาที่ห้องของเธอและบอกกับเธอว่ามีวิญญาณผีเด็กได้สิงสถิตอยู่ในตุ๊กตาแอนนาเบลนี้ซึ่งวิญญาณดังกล่าวมีอายุประมาณ 7 ขวบและหลังจากที่เธอรู้ว่ามีวิญญาณสิงอยู่ในร่างของตุ๊กตานั้นตุ๊กตา Annabelle ก็พยายามแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆมากขึ้นทุกทีทำให้เธอและเพื่อนของเธอไม่สามารถที่จะทนอยู่กับตุ๊กตาแอนนาเบล

ได้อีกต่อไปเนื่องจากว่ากลัวจึงได้มีการติดต่อไปยังคนที่สามารถมาจัดการกับตุ๊กตาผีสิงแอนนาเบลได้ ซึ่งเมื่อเขาเดินทางมาถึงก็พบว่ามีวิญญาณชั่วร้ายเสียชีวิตแต่ว่าผีร้ายตัวนี้ไม่ได้ต้องการที่จะเสียแค่ตุ๊กตาเพลงเท่านั้นแต่มันยังต้องการที่จะกินร่างของหญิงสาวทั้งสองคนอีกด้วยทำให้นักปีศาจวิทยาตัดสินใจนำตุ๊กตา Annabelle ไปขังไว้พิพิธภัณฑ์โดยตั้งไว้อยู่ในกล่องซึ่งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเป็นบ้านของเขาเองและเปิดให้มีคนสามารถเข้าไปชมตุ๊กตาแอนนาเบลได้ซึ่งปัจจุบันนี้ตุ๊กตาแอนนาเบลก็ยังคงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

ความลับของมหาสมุทรที่มหัศจรรย์

น้ำทะเลคงที่

มีใครเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมน้ำทะเลมันถึงคงที่หรืออาจจะคิดถึงว่าเค็มขึ้นหรือว่ามันเจีอจางลงหรือเปล่าแต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำทะเลมันมีรสชาติคงเดิมคือเค็มและมันก็ยังเค็มเท่าเดิมอีกด้วยเขาบบอกว่าเหตุผลที่มันเค็มเท่าเดิม

มันอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเจ้าสิ่งที่มีชีวิตที่อยู่ใต้ท้องทะเลได้ดูดนำเอาพวกเกลือเข้าไปใช้งานจึงทำให่มันตกตะกอนลงไปอยู่ที่พื้นของบริเวณมหาสมุทรและยังได้รวมไปถึงอาจจะถูกขจัดออกไปด้วยทางชีวะเคมีและยังได้รวมไปถึงเกลือ

ในบางส่วนมันอาจจะเข้าไปที่ใต้เปลือกโลก ซึ่งมันได้ปรับสภาพให้เป็นพวกแร่ธาตุจากนั้นมันก็ได้ออกมาจากทางภูเขาไฟหรือว่าพวกรอยแยกอะไรประมาณนี้ฉะนั้นสรุปได้ว่าน้ำทะเลนั้นทุกวันนี้น้ำทะเลไม่ได้เค็มขึ้นหรือว่ามันเจือจางลงไปแต่อย่างใด

ความเค็มของทะเลและมหาสมุทร

ก็อย่างที่บอกไปว่าทะเลกับมหาสมุทรแล้วมันคือคนละอันกันแต่ว่ามันได้อยู่ด้วยกันเพราะในท้องทะเลบางที่ไม่มีการไหลเวียนของน้ำแต่อย่างใดแต่ทว่าในความเค็มของเกลือไม่สามารถที่จะไหลเวียนออกไปสู่ภายนอกได้อย่างเช่นทะเลเดดซีที่มีความเค็มมากเค็มเท่ากับว่าเรานั้นไปนอนแช่น้ำและเราไม่จมเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันก็ได้มีความแตกต่างไปจากมหาสมุทร

ที่กระแสของน้ำนั้นมันสามารถที่จะไหลเวียนได้ตลอดเวลาจึงได้ทำให้ความเค็มของเกลือนั้นมันมีความสมกุลอยู่มากและก็อาจจะสรุปได้ว่าทะเลนั้นบางที่มีความเค็มมากกว่ามหาสมุทรก็ว่าได้

3-4 

หลายๆคนก็จะเข้าใจเหมือนกันว่าโลกของเรานั้นมันหน้าจะมีพื้นแผ่นดินมากกว่าพื้นน้ำใช่หรือไม่แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกของเรานั้นมีพื้นน้ำมากกว่าพื้นแผ่นดินประมาณ3เท่าเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นเข้าใจตรงกันว่าโลกของเรานั้นมีพื้นแผ่นดินเพียงแค่หนึ่งต่อสี่ก็คือมีเพียงแค่นิดเดียวและก็จะมีน้ำที่อยู่บนโลกของเรานั้นเยอะกว่าพื้นดินอีกเดียวที่นี้เข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่เรื่องของน้ำและดินบนโลกของเรา

จำนวนของมหาสมุทร

สำหรับบนโลกของเรานั้นได้มีมหาสมุทรที่กว้างอย่างมากมาย ซึ่งมันจัดได้ว่ามีห้ามหาสมุทรและนั่นก็คือมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรใต้ และ มหาสมุทรอาร์กติก จึงต้องบอกเลยว่าแต่ละอันนั้นมีขนาดที่กว้างอย่างมากเลยก็ว่าได้หากมีใครหลงเข้าไปก็อาจจะเหงาตายกันเลยทีเดียวและทั้งหมดนี้มันคือเกล็ดความรู้ที่เราได้ไปศึกษามาก็เลยนำเอามาบอกต่อกันฟัง

 

สนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

กำแพงเมืองจีนสามารถมองเห็นจากอวกาศได้หรือไม่

ทุกคนเคยสงสัยกันบางหรือป่าวว่าประวัติศาสตร์หรือสิ่งที่ได้ถูกบันทึกไว้ให้เรานั้นได้เรียนกันมันเป็นเรื่องจริงโดยทั้งหมดหรือป่าว ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ได้ผ่านกาลเวลามานานแล้วแต่มันก็ได้มีหลักฐานบางอย่าง

ซึ่งที่ได้บอกเอาไว้ว่าที่เรานั้นได้เรียนรู้กันมานั้นและกับความจริงนั้นมันคนละส่วนมันจึงได้กลายมาเป็นเรื่องที่โกหกครั้งใหญ่แบบที่ช่วยไม่ได้และมันอาจจะสะเทือนใจมากขนาดไหนมาชมกัน

ไมเคิล แจ็คสันไม่ได้คิดท่าเต้นมูนวอร์ค

แฟนเพลงราชาเพลงป๊อปอย่างไมเคิล แจ็คสัน คงจะรู้จัดท่ามูนวอร์คที่ได้เป็รเอกลักษณ์ของเขากันอย่างมากจึงได้ทำให้หลายๆคนนั้นต่างก็ได้คิดว่า ท่าเหล่านั้นไมเคิลแจ็คสันต้องคิดเองทำเองอย่างแน่นอน หากคุณได้รู้ความจริงแล้วมันก็อาจจะทำให้คุณนั้นตกใจเพราะในท่าเต้นของไมเคิลนั้น ซึ่งเขาไม่ได้เป็นคนคิดท่าเต้นเหล่านี้ขึ้นมาเอง หากลอยย้อนกลับไปเมื่อปี1983 ตัว

ไมเคิลแจ็คสันนั้นก็ได้เข้าร่วมรายการจากนั้นมาก็ได้ทำให้ตัวของเขานั้นได้กลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์เพียงแค่เวลาข้ามคืน นอกจากนี้ในท่ามูนวอร์คนั้นได้เรียนแบบมาจากนักแสดงคนหนึ่งที่ได้ทำการแสดงในโรละครเมื่อในปี1955 หรือเมื่อประมาณเมื่อ70ปีที่แล้ว นอกจากนี้ด้านไมเคิลเองก็ได้เฉลยไว้ในสมุดจดบันทึกส่วนตัวเมื่อในปี1988อีกว่าตัวไมเคิลนั้นเขาได้ไปฝึกท่าเต้นได้

สักพักหนึ่งภายในห้องครัวซึ่งก็ได้มีรุ่นเดียวสามคนที่ได้เป็นคนมาสอนท่าเต้นที่บนถนนแห่งหนึ่งจากนั้นเขาก้ได้นำเอามาแสดงในรายการและมัมนก้ได้กลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องจดจำมาโดยตลอดถึงจะไม่ได้คิดสร้างขึ้นมาเองแต่มันก็เป็นที่โดนใจเพลงกันอยู่ดี

กำแพงเมืองจีนนั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นจากนอกอวกาศได้

หากจะให้พูดถึงสิ่งที่ได้ก่อสร้างขึ้นมาที่ได้มีความใหญ่มากที่สุดในโลกหลายๆคนก็อาจจะคิดถึงกำแพงเมืองจีน ซึ่งกำแพงเมืองจีนนั้นมันได้มีความยาวประมาณ21,996เมตร ซึ่งได้ครอบคลุมไปถึง15มณฑลที่อยู่ตอนเหนือของประเทศจีนหากมันได้มีความใหญ่และมีความยาวขนาดนี้ หลายคนก็อาจจะเชื่อว่าเหล่านักบินอวกาศก็อาจจะมองเห็นจากนอกโลกกันได้อย่างชัดเจน

แต่ถ้าหากว่าในความจริงแล้วเหล่านักบินอวกาศไม่สามารถที่จะมองเห็นแม้แต่โครงสร้างเลยแม้แต่น้อยสาเหตุมันก็เป็นเพราะว่าด้านกำแพงเมืองจีนนั้นมันมีขนาดที่เล็กเกินไปและมันยังได้มีสีที่ดูเหมือนกับภูมิประเทศอีกด้วย แต่ทว่าลองใช้อุปกรณ์ก็อาจจะไม่แน่เท่าไรทั้งนี้ก็ยังได้มีนักบินอวกาศเขาได้ลอยถ่ายเศษเซี้ยวของกำแพงเมืองจีน

จากหน้าต่างของสถานีอวกาศนานาชาติได้เมื่อในปี2004ด้วยเลนส์ขนาด180มม. ให้เป็นตัวช่วยและอีกรูปภาพหนึ่งเมื่อในปี2005ก็ได้ถ่ายภาพด้วยเรด้าที่ได้อยู่บนกระสวยอวกาศหากไม่มีเทคโนโลยีที่ดีก็คงไม่มีทางรู้เลยว่ากับสิ่งที่เรานั้นเคยได้ยินกันมานั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 thai

สงครามไทยระหว่างไทยและอินโดยจีนฝรั่งเศส

นายกรัฐมนตรีไทยในช่วงระยะเวลานั้น ก็คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเขาก็ได้มีนโยบายที่จะสร้างชาติในแบบสมัยใหม่เต็มที่เลยนั่นก็คือ ชาติที่หมายความว่าถึงอาณาเขตหรือพื้นที่ที่แน่นอนที่มีประชาชนที่รู้สึกกว่าเป็นคนพวกเดียวกันและมีรัฐบาล

จากนโยบายการสร้างชาติสมัยใหม่อย่างเข้มข้นจึงได้เกิดแนวคิดที่เป้นฉันทานุวัติของสังคมในเวลานั้นก็คือแนวคิดการคืนดินแดนที่สยามในสมัยนั้นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ รัชกาลที่5ได้เสียให้กับฝรั่งเศส ซึ่งในสมัยนายจอมพล ป.ยังได้ถูกเรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส ในกระแสชาตินิยมที่เรียกว่า จุดติดมากๆนั้นจะเห็นได้จากการเดินขบวนเรียกร้องของนักศึกษาในกรุงเทพฯได้มีการสนับสนุนการทวงคืนผ่านสื่อประชาชนแสดงความเห็นประชาชนแสดงความเห็นอย่างหนักแน่น

ซึ่งมันก็เป็นไปตามความตั้งใจของจอม พล ป.อยู่แล้วที่จะใช้เรื่องนี้เป็นจุดสร้างความรู้สึกร่วมของคนไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ก็อย่างที่เรานั้นได้เกริ่งไปแล้วนั่นก็คือในเวลานั้นฝรั่งเศสเจ้าของอาณาจักรนิคมอินโดจีนกำลังวุ่นวายและยังพลาดพลั้งในสงครามกับเยรมันรัฐบาลไทยจึงได้เริ่มดำเนินนโยบายทวงคืนดังกล่าวด้วยการของเจรจาให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเขตแดน

แต่มันก็ไม่เป็นผลจากนั้นมันจึงได้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาต่างฝ่ายต่างนำกำลังทหารมาประจำพื้นที่สำคัญๆตามชายแดนจนในวันที่28พฤศจิกายน2483 จุกแตกหักก็ได้มาถึง เมื่อกองทัพอินโนจีนฝรั่งเศสส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม หนองคาย และ มุกดาหาร ถึง6ครั้ง สงครามไทยระหว่างไทยและอินโดยจีนฝรั่งเศสได้เป็นสงครามเต็มรูปแบบที่มีแนวรบตั้งแต่พื้นที่สามเหลี่ยมตรงข้ามหลวงพระบางลากยาวไปสุดถึงอ่าวไทยในจังหวัดตราด

มีการรบในทางอากาศต่างฝ่ายต่างก็ทิ้งระเบิดใส่กันมีการรบทางเรือที่บริเวณเกาะช้างและเกาะกูดเพื่อช่วงชิงพื้นที่ที่ไม่ให้ฝรั้งเศสใช้ทะเลยกพลขึ้นบกมาตีโอบดินแดนประเทศไทยโดยได้เกิดการรบทางเรือที่เกาะช้าง เมื่อในวันที่17มกราคม2484 กองทัพเรือของเราเสียเรือรบหลักไปถึง3ลำด้วยกันถือได้ว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของกองทัพเรือไทย

นอกจากนี้อย่างไรก็ตามในสมรภูมิบ้านพร้าวนั้นที่เราได้นำเอามาเล่าให้ทุกๆคนนั้นได้ฟังกันมันได้เป็นการรบที่นำมาซึ่งความได้เปรียบทดแทนกันของไทยสมรภูมิที่บ้านพร้าวเป็นการต่อสู้กันระหว่างทหารไทยคือกองพันทหารราบที่3 โดยพันนตรี นิ่มชโยดม เป็นผู้บังคับบัญชาและกองทหารต่างด้าวแห่งกองทัพวิชี่ฝรั่งเศสซึ่งมีกิตติศัพท์โด่งดังว่าเป็นกองพันรบที่ดีที่สุดของฝรั่งเศสแข็งแกร่ง ผ่านการศึกมาอย่างโชกโชนเรียกว่าเป็นกองทหารเดนตายเลยก็ว่าได้และยังได้รับเหรียญกล้าหาญจากรัฐบาลฝรั่งเศสประดับธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วยอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  next88 thailand

สงครามบ้านพร้าวที่คนไทยไม่รู้

หากพูดถึงสมรภูมิการรบราฆ่าฟันกันในประวัติศาสตร์หลายคนก็จะนึกถึงภาพกษัตริย์และแม่ทัพชื่อดังขี่ช้างขี่ม้าฟันดาบรบกันกับอาณาจักรเพื่อนบ้านในสมัยโบราณซะเป็นส่วนใหญ่แต่ถ้าเราจะพูดถึงสงครามของประเทศไทยที่เป็นรัฐไทนจริงๆ

ไม่ใช่สุโขทัยไม่ใช่อยุธยา ไม่ใช่ธนบุรี แต่เป็นรัฐใหม่ที่มีพรมแดนชัดเจนและเรียกผู้คนที่อยู่ในอาณาเขตว่าคนไทย มีการถือสัญชาติเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งได้มีอะไรแบบนี้ที่มันได้เริ่มขึ้นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองหรือเมื่อประมาณ80ปีที่แล้วเราก็มักจะนึกไม่ออกเหมือนกับว่าจากได้มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยาม มาเป็น ไทย

แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่มีสงครามอะไรที่จะต้องพูดถึงคุณเองพอจะนึกออกหรือไม่ว่ากองทัพไทยหรือว่ากองทัพของประเทศไทยตามคำนิยามรัฐสมัยใหม่ของเราได้เคยเข้าร่วมสงครามอะไรมาบ้าง

ซึ่งสงครามโลกครั้งที่สองการอยู่ฝ่ายอเมริกาในสงครามเวียดนามและในสงครามเกาหลีหรือในสงครามที่เต็มรูปแบบในครั้งสุดท้ายที่ได้เกิดขึ้นที่บ้านร่มเกล้า เมื่อประมาณ30ปีที่แล้ว ซึ่งได้จบลงด้วยความสูญเสียของฝ่ายไทย ซึ่งในหลายๆคนนั้นอาจจะยังไม่ยากที่จะเรียกว่าพ่ายแพ้แต่มันก็ไม่มีใครสามารถที่จะเรียกว่าชนะได้อย่างแน่นอน ในประวัติศษสตร์ของกองทัพไทย

ได้มีการรบกันอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักทั้งๆที่การรบในครั้งนี้กองทัพไทยได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดและมีความชัดเจนและชัยชนะดังกล่าวนี้ก็ได้เกิดจากการวางแผนการรบที่เหนือกว่าศัตรูความอดทนกล้าหาญและความระเบียบวินัยอย่างยิ่งของทหารที่ได้ร่วมรบในสมรภูมินั้นและชัยชนะดังกล่าวได้เป็นหมุดหมายของบทบาทของประเทศไทยในสงครามโลกครั้งที่สองสนามรบนั้นได้เรียกกันว่าสมรภูมิบ้านพร้าว

เคยได้ยินกันหรือไม่ก่อนที่จะไปเข้าเนื้อหาเราอยากจะถามทุกคนก่อนว่าคุณนั้นเคยได้ยินชื่อสมรภูมิที่บ้านพร้าวหรือไม่ สมรภูมิบ้านพร้าวนั้นได้เกิดขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองในปี 2484ในตอนนั้นสถานการณ์ของสงครามในยุโรปก็คือนาซีเยรมัน นำทหารรุกรานไปทั่วยุโรปจากนั้นก็ได้เปรียบฝ่ายสัมพันธมิตรแบบสุดๆ

ซึ่งได้ทำการเปิดฉากบุกฝรั่งเศสจากนั้นก็ได้ยึดปารีสได้อย่างสำเร็จจากนั้นทางด้านรัฐบาลฝรั่งเศสต้องย้ายไปตั้งเมืองหลวงใหม่ที่เมืองวิชี่ที่อยุ่ทางตอนใต้ที่เรียกได้ว่ารัฐบาลวิชี่ของทางด้านฝรั่งเศสนั้นเอง นอกจากนั้นก็ยังไม่มีอิทธิพลมากสักเท่าไหร่นัก จากนั้นเมื่อไม่นานต่อมาซึ่งก็ได้กลายมาเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของพรรคนาซีไปในที่สุดในช่วงระยะเวลานั้นอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88

การแพร่กระจายของสัตว์เข้าสู่มนุษย์

จากการที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพอากาศรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านแวดล้อม ที่มันได้เปลี่ยนความสัมพันธ์กันในระหว่างมนุษย์รวมไปถึงสัตว์ป่าเพื่อที่จะทำให้มีความใกล้ชิดกันมากที่สุดกว่าในสมัยในอดีตมันจึงได้ทำให้การกระจายเชื้อจากสัตว์เข้าสู่คนมันได้กลายมาเป็นปัญหาเยอะมากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากจำนวนของโรคติดต่อจากสัตว์ที่มันได้เข้าไปสู่มนุษย์อีกทั้งยังมีโรคติดต่อเกิดขึ้นในระหว่างต่างสายพันธุ์มันได้ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงในส่วนต่างๆมันได้เป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคจากสัตว์ป่าเพื่อให้มันได้เข้าสู่มนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว

Ebola Virus

เนื่องจากนี้โรคไวรัสอีโบลา หรือ อีกหนึ่งชื่อที่พวกเรานั้นได้เรียกมันว่าโรคไข้หวัดอีโบลา ซึ่งมันได้เป็นเชื้อโรคที่มันได้เกิดขึ้นมาได้ปี1976 ภายหลังต่อมาก้ได้มีรายงานการเกิดการติเชื้อด้วยกันประมาณสองแห่งนั้นมันก็เป็นเมืองNzara South Sudanที่ประเทศซูดาน กับ เมืองYambuku,Congoประเทศคองโก และในสถานที่ที่มันได้มีการเกิดโรคระบาดเยอะที่สุดซึ่งมันได้เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่ได้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำอีโลลาจากนั้นมากมันก็ได้กลายมาเป็นของชื่อเชื้อโรคดังกล่าว นอกจากนี้โรคการติดต่อจากเชื้อไวรัสอีโบลานั้นมันสามารถที่จะติดต่อกันได้จากเลือดของเราเท่านั้นสารขัดหลั่ง

และอวัยวะของสัตว์ที่มันได้ติดเชื้อ เนื่องจากนี้ทางด้านทางการแพทย์ของประเทศแอฟริกาก็ได้มีหลักฐานที่จะยืนยันได้ว่า หากใครที่ได้ติดเชื้ออีโบลานั้น ซึ่งมันได้เกิดจากที่เรานั้นได้ไปถูกเนื้อต้องตัวอย่างสัตว์จำพวกลิงชิมแปนซีกอริลลาค้างคาวผลไม้รวมไปถึงเม่น ซึ่งบรรดาสัตว์เหล่านี้ที่มันกำลังตายอยู่กลางป่าฝนอีกทั้งโรคเชื้ออีโบลานั้นมันยังสามารถที่จะมีการแพร่กระจายเข้าไปสู่ในชุมชนได้อีกด้วย

เนื่องด้วยเป็นการติดต่อคนไปสู่คนไม่ว่าจะเป็นสารขัดหลั่งการสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อ จากนั้นหากใครที่ได้ติดเชื้ออีโบลานั้น ในช่วงระยะแรกมันอาจจะมีไข้ที่ระดับสูงอย่างเฉียบพลัลมีความอ่อนเพลียรู้สึกเมื่อยไม่ทั้งตัวเจ็บคอหรือว่ามีอาการปวดศรีษะ ต่อมา ในช่วงระยะที่สอง ใครที่ติดเชื้อก็จะมีอาการท้องเสียอาเจียนพื่นขึ้นตามลำตัวส่วนตับและไตก็จะเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย

นอกจากนี้ใครที่ป่วยจากการติดเชื้อในระยะที่สองนั้นมันจะทำให้มีเลือดออกทั้งภายในร่างกายและภายนอกของร่างกายหากผู้ป่วยอาการระยะที่สองนั้นได้มีเลือดออก ซึ่งมันก็จะมีโอกาสที่ทำให้คนคุณนั้นเสียชีวิตได้สูงมากสิ่งตับกับไตของผู้ป่วยนั้นเริ่มหยุดทำงานรวมไปถึงอวัยวะภายในที่ได้รับผลเสียเป็นอย่างมากและสำหรับในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิคซีนที่จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาได้อีกด้วย

ตำนานทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน  ประเทศอังกฤษ

        ที่ประเทศอังกฤษมีพระราชวังเก่าแก่แห่งหนึ่งที่เราเรียกกันว่าหอคอยแห่งอังกฤษที่นี่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเล่าลือกันว่ามีผีดุมากที่สุดในโลกที่หนึ่งเลยทีเดียวแต่ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวดูความงดงามหอคอยแห่งลอนดอนกันเป็นจำนวนมากแต่เมื่อใดก็ตามที่ท้องฟ้าเริ่มมืดนักท่องเที่ยวก็จะเริ่มห่างหายประชาชนบริเวณโดยรอบจะมีการปิดประตูหน้าต่างเงียบเพราะที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหอคอยที่เฮี้ยนมากที่สุดในโลก ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาสมัยตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1078 โดยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 ราชวงศ์อังกฤษ

โดยหอคอยแห่งนี้นั้นมีความงดงามอย่างมากและถูกก่อสร้างไว้อยู่ริมแม่น้ำลำคลองกรุงลอนดอนเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามติดอันดับโลกหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีจากชาวเมืองที่จะมีการต่อต้านราชวงศ์ดังนั้นกำแพงที่ล้อมรอบหอคอยจึงมีความสูงชันและแข็งแกร่งเป็นอย่างมากหลังจากที่พระเจ้าชานที่ 1 ขึ้นของราชหอคอยแห่งนี้ก็มีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงรื้อถอนไปบางส่วนถึงหอคอยนี้มีการสร้างมาประมาณพันปีแล้วแต่เรื่องเล่าที่เล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้เคยเป็นที่คุมขังนักโทษที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ไม่ว่าจะเป็นขุนน้ำขุนนาง

หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์เองหากใครที่ทำความผิดก็จะถูกขังและถูกประหารอยู่ที่นี่แล้ววิญญาณที่เฮี้ยนมากที่สุดที่มีคนกล่าวขานกันถึงบ่อยที่สุดก็คือเป็นวิญญาณของพระนางแอนน์ โบลินน์ โดยพระนางนั้นถือเป็นผีที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ที่สูงเนื่องจากพระนางเป็นพระมเหสีของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 โดยเป็นพระมเหสีองค์ที่ 2 และนางเสียชีวิตเนื่องจากถูกประหารเพราะจับได้ว่าคบชู้อีกทั้งหลายคนยังบอกว่านางนั้นเป็นแม่มด

ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทางยุโรปมีการล่าแม่มดทำให้ในช่วงนั้นหลายคนถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดกันเป็นจำนวนมากและบทลงโทษสำหรับพวกพ่อมดแม่มดนั่นก็คือการโดนเผาหรือไม่ก็การประหารด้วยการตัดคอซึ่งพระนางก็คือหนึ่งในนั้นที่ถูกตัดคอโดยเล่ากันว่าในช่วงที่มีการตัดขอบพระนางนั้นช่วงที่ศีรษะของพระนางขาดพระนางยังมีการจ้องมองด้วยดวงตาเบิกโพลงไปที่คนประหารนางอีกครั้งริมฝีปากของนางอเมริกาขมุบขมิบเหมือนนางกำลังไล่มนต์คาถาอยู่ สำหรับความผิดของพระนางนั้นไม่เป็นที่แน่ชัดว่านางครบทุกอย่างหรือไม่บางตำนานเล่าว่าเหตุที่พระนางถูกฆ่า

และถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดเนื่องจากพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อยากจะแต่งงานใหม่จึงได้มีการคิดแผนการขึ้นเพื่อกำจัดพระนางจะได้มีการแต่งตั้งมเหสีองค์ใหม่เท่านั้นซึ่งใครก็ตามที่เดินทางมาที่หอคอยอังกฤษในช่วงเวลาค่ำคืนต่างก็จะเจอกับผีหัวขาดซึ่งในตอนแรกจะมองเห็นเป็นหญิงสาวเอาผ้าคลุมหัวเดินอยู่ตามระเบียงแต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆจะเห็นว่าที่มือของนางมีการหิ้วหัวเอาไว้ด้วยอีกทั้งมักจะได้ยินเสียงโซ่ตรวนและเสียงกรีดร้องของภูตผีปีศาจในทุกๆคืนจึงทำให้ช่วงเวลากลางคืนไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปเยี่ยมชมหอคอยแห่งอังกฤษแห่งนี้เลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8