ประเพณีไทยกับการไปร่วมงานศพ

       วันนี้เราจะมาพูดถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเราจำเป็นต้องไปร่วมงานพิธีศพของคนที่รู้จักว่าควรจะมีการปฏิบัติตัวเช่นไรเพื่อให้เข้ากับกาละเทศะและให้ตรงกับวัฒนธรรมของไทยที่มีการยึดถือและปฏิบัติต่อต่อกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณซึ่งการไปร่วมงานศพนั้นโดยปกติแล้วหากเป็นวัฒนธรรมของคนไทยแล้วแล้วก็เราจะไปร่วมแสดงความเสียใจกับเจ้าภาพที่จัดงานด้วยการแต่งชุดที่แสดงออกถึงการไว้ทุกข์การเศร้าโศกเสียใจจากการจากไปโดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยนั้น

มักจะมีวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งกายในการเดินทางไปร่วมงานศพซึ่งจะนิยมใส่ชุดแต่งกายที่เป็นสีดำไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ตามแต่สามารถอนุโลมให้ใส่ชุดที่เป็นสีขาวได้อย่างไรก็ตามสำหรับวัฒนธรรมของคนไทยแล้วเราจะไม่แต่งกายด้วยชุดสีอื่นไปร่วมงานศพอย่างเด็ดขาดเนื่องจากว่าจะถือเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าภาพที่จัดงานศพนั่นเองเพราะคนไทยนั้นถือว่าสีดำเป็นสีที่เหมาะกับการไว้ทุกข์เป็นสีที่เกี่ยวกับเรื่องของการโศกเศร้าเสียใจแต่สำหรับสีสันอื่นๆนั้นจะเป็นสีที่เอาไว้เกี่ยวกับงานรื่นเริงดังนั้นหากใครก็ตามที่มีการแต่งกายด้วยชุดสีอื่นที่นอกจากสีขาวและสีดำ

ก็มักจะถูกคนในงานนั้นมองด้วยสายตาเหยียดหยามแต่โดยปกติแล้วก็มักจะไม่มีใครแต่งชุดสีอื่นไปร่วมงานจบอยู่แล้วยกเว้นว่าจะหาชุดสีดำไม่ได้จริงๆก็จะใช้สีที่ใกล้เคียงกันนั่นก็คือสีกรมท่านั่นเอง ส่วนชาวต่างชาตินั้นไม่ได้มีการเคลื่อนเครียดเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใส่สีเสื้อมากนักดังนั้นการไปงานศพของคนชาวต่างชาติขอให้เป็นสีที่เป็นสีสุภาพก็น่าจะเพียงพอแล้ว

หรือถ้าหากใครต้องการไปงานศพแต่ไม่ได้เตรียมชุดที่เป็นสีสุภาพไปก็ยังคงมีบางคนที่สามารถใส่สีอื่นๆได้เช่นเดียวกันโดยวัฒนธรรมของชาวต่างชาติในเกี่ยวกับเรื่องของการไปร่วมงานศพนั้นจะยึดจากการที่คนที่จะไปงานมีความตั้งใจจริงที่จะไปแสดงความเคารพศพเป็นครั้งสุดท้ายมากกว่าการที่จะยึดติดจากสีเสื้อที่ใส่ไปในงาน

แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เรามักจะเห็นว่าเมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาอยู่เมืองไทยและเขาได้เห็นวัฒนธรรมไทยมากขึ้นเมื่อเขาจำเป็นต้องไปงานศพร่วมกับคนไทยก็จะมีการแต่งกายคล้ายกับคนไทยเพื่อไม่ให้ดูผิดแผกและเป็นการรักษามารยาทที่ดีนั้นเองเราจึงมักจะเห็นว่าชาวต่างชาตินั้นหันมาใส่เสื้อผ้าสีดำในการมาร่วมงานศพมากกว่าจะใส่สีอื่น

แต่ถ้าหากว่าเขาอยู่ประเทศของเขาเองนั้นเขาจะใส่เสื้อผ้าสีอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องยึดติดกับเรื่องของสีเสื้อว่าจะเป็นเฉพาะสีดำเท่านั้นดังนั้นเราจึงสามารถประมาณการได้ว่าวัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าจะมีการสืบสานวัฒนธรรมกันแบบไหนมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สิ้นเสียงปืนระหว่างพรรคคอมมิวนิตส์กับอังกฤษ

จีนเป็งได้เขียนถือวิธีการที่ได้มีการเอารัดเอาเปรียบในหนังสือของเขาเรื่องMy Side of History หรือประวัติศาสตร์จากมุมของข้าพระเจ้าว่า ส่วนใหญ่ของพลเมืองอังกฤษในอาณานิคม ซึ่งผู้กลับมาหลังที่ญี่ปุ่นได้ยอมแพ้ไม่ได้เป็นเพียงนักฉวยโอกาสและคดในข้องอในกระดูกเท่านั้น

นอกจากนี้พวกเขาก็ยังได้มีการแสดงท่าที่ในการหยามเหยียดในที่สุดต่อประชาชนที่พวกเขาได้กำลังขุดรีดอีกด้วยนั่นก็คือถ้อยคำของจีนเป็งนั่นเอง

ซึ่งนอกจากในการกดขี่แล้วอังกฤษก็พยายามที่จะจัดเก็บภาษีจากอุตสาหกรรมยางพาราและตะกั่วจากดินแดนอาณานิคมแห่งนี้เพื่อที่จะนำเอาไปฟื้นฟูในประเทศของตนที่ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สองเช่นเดียวกัน

เนื่องจากนี้มันก็ยังเป็นความไม่พอใจต่อประเทศอังกฤษก็ได้มีการเริ่มแสดงท่าทีอาการความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจากจุดเล็กของการประท้วงจากการหยุดงานของการหยุดงานทั่วประเทศความไม่พอใจเป็นอันเนื่องมาจากการกดขี่ของเจ้าอาณานิคมของอังกฤษกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีสำหรับพรรคคอมมิวนิตส์มาลายันในการที่บุกระดมประชาชนให้ได้เข้าทำการต่อต้านอังกฤษและหันมาสนับสนุนฝ่ายตน

ซึ่งในที่สุดแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวมันก็ได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นจนได้มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ โดยได้แบ่งสภาพกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติมาลายันเป็นกลุ่มคอมมิวนิตส์มาลายาของพรรคคอมมิวนิตส์มาลายันโดยได้อาศัยอาวุธที่ได้เคยใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง

นอกจากนี้ในความตึงเครียดก็ได้เดินทางมาถึงยังจุดแตกหักในวันที่16มิถุนายน พุทธศักราช2491 ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันสิ้นเสียปืนแตกระหว่างฝ่ายคอมมิวนิตส์มาลายาและฝ่ายอังกฤษ เมื่อพวกคอมมิวนิตส์ได้เข้ามุ่งสังหารชาวอังกฤษสามคน ซึ่งผู้ได้เป็นเจ้าของสวนยางในรัฐเปรัค 

ซึ่งพร้อมกันนั้นนายจีนเป็งและพลพรรคอมมิวนิตส์มาลายาของเขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเป็นชนเชื้อสายจีนก็ได้เปิดฉากการบุกตามยุธวิธีที่ได้ลอกเรียนแบบมาจากสหภาพโซเวียตและจีนคอมมิวนิตส์เพื่อต้องการนำความขัดแย้งในครั้งนี้ไปสู็การจับนำเอาอาวุธลุกขึ้นมาสู้ของประชาชนเพื่อทำการปฏิวัติทางชนชั้นตามทฤษฎีของคอมมิวนิตส์

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและได้ก้าวเข้าสู้สภาวของสงครามกลางเมืองพวกคอมมิวนิตส์สามารถยึดหมู่บ้านและเมืองต่างๆในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลไปได้อย่างรวดเร็วจากนั้นอังกฤษก็ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปทั่วดินแดนของมาเลเซียในเดือนกรกฎาคม  พุทธศักราช2491

ซึ่งสถานการณ์นี้ได้เป็นสถาการณ์ที่รู้จัดกันดีในชื่อMalayan Emergency ส่วนพลพรรคมคอมมิวนิตส์ชาวมาลายาได้เรียกการต่อสู้ในครั้งนี้ว่าAnti-British National Liberation War

 

สนับสนุนโดย  entaplay casino

การค้นพบนิงเง็นนั้นมันมีตัวตนจริงๆหรือเปล่า?

ซึ่งหลักฐานต่างๆที่มันได้มีอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มันไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้คนทั่วไปรู้หรือมันก็ได้ถูกแชร์กันอย่างเงียบๆในโลกอินเตอร์เน็ตในมุมเล็กๆแค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้คนส่วนใหญ่แล้วที่จะสนใจในเรื่องนี้เขาเลยคิดว่านี่มันอาจจะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ทางเบื้องบนเขาได้สั่งให้เก็บเอาเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับและปกปิดเรื่องนี้มันก็มีความเป็นไปได้และหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นเราก็ได้เข้าไปเจอหลักฐานอยู่สองอย่างด้วยกัน

นั่นก็คือหลักฐานจากภาพถ่ายกับหลักฐานจากภาพวีดีโอ โดยหลักฐานจากภาพถ่ายจากการที่เราได้ไปตรวจสอบข้อมูลมาปรากฏว่าภาพถ่ายส่วนใหญ่มันมักจะถูกถ่ายตอนกลางคืนเท่านั้นและรูปภาพถ่ายที่เขาได้มานั้นมันก็ได้มีความคมชัดที่มันกดูค่อนข้างที่จะต่ำเอามากๆ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาส่วนใหญ่ก็จะเห็นเป็นคล้ายๆกับภูเขานำแข็งที่มีลักษณะโค้งงอปกติเพียงแค่นั้นเอง

แต่หลักฐานทางวีดีโอมันมีความชัดเจนมากกว่ารูปภาพตรงที่ว่ามันได้มีการถ่ายการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอยู่นั่นเอง โดยหลักฐานทางวีดีโอตรงนี้เราได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วมันก็จะมีอยู่ทั้งสิ้นสามคลิปวีดีโอด้วยกัน ซึ่งในสามคลิปวีดีโอนี้เราได้รวบรวมเป้นที่เรียบร้อยแล้วถ้าหากใครที่ได้ดูแล้วก็คิดวิเคาระห์เอาแล้วกันว่ามันคืออะไรกันแน่น

ซึ่งจากในมุมมองของเราแล้วคลิปที่หนึ่งและสองมันเป้นคลิปที่แบบว่ามันเหมือนจะไม่ใช่คลิปวีดีโอจริงๆและดูเหมือนว่ามันจะเป็นการสร้างขึ้นมาแต่ตรงนี้มันก็ยังฟันธงไม่ได้แต่ในส่วนตัวเราแล้วเราได้คิดว่าคลิปวีดีโอส่วนนี้มันดูเหมือนว่ามันดูเป็นการจัดสร้างขึ้นมามากกว่าแต่สำหรับคลิปวีดีโอสุดท้าย ซึ่งหลักฐานตรงนี้มันคือการส่งหุ่นยนต์ลงไปทำการสำรวจที่ใต้ท้องทะเล

ซึ่งคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้มีความยาวอยู่หลายนาที ซึ่งในระยะเวลาที่ได้ถ่ายมานั้นมันก็จะม่การค้นพบเจอปลาหมึกมีการพบเจออะไรเยอะแยะมากมายจนมาถึงเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้อยู่ใต้น้ำซึ่งในส่วนตัวตรงนี้เราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็นคลิปวีดีโอเต็มแต่ถามว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ถูกถ่ายได้ตรงนี้มันคืออะไรและในมุมมองของเรามันก็ยังไม่สามารถที่จะบ่งบอกให้กับเราได้แต่เราบอกได้เพียงแค่ว่าในความคิดส่วนตัวเราคิดว่าคลิปวีดีโอตรงนี้มันได้เป็นคลิปวีดีโอจริงๆและตรงนี้มันก็เป็นข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องของนิงเง็นหรือพรานทะเลแห่งทะเลแอตแลนติดใต้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

ตำนานของสงครามเย็นที่เกิดจากความขัดแย้งกับโลกเสรีนิยมกับสังคมนิยม

เมื่อถึงคริสต์ราช1945 สงครามโลกครั้งที่2ได้สิ้นสุดลงแต่มันได้เป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดความขัดแย้งและความเกลียดชังที่ได้กินเวลายาวนานถึง44ปีนั้นคือสงครามเย็น ซึ่งสงครามเย็นนั้นได้เกิดมาจากความขัดแย้งระหว่างโลกเสรีนิยมนำโดย “สหรัฐอเมริกา” และโลกสังคมนิยมนำโดย “สหภาพโซเวียต” 

ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้พยายามที่จะขยายอำนาจและอิทธิพลออกไปเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมีอิทธิพลเหนือกว่าฝ่ายของตนเองแต่ทั้ง2ประเทศกลับไม่ได้ประกาศสงครามใส่กันตรงๆเพียงแต่สนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “สงครามตัวแทน”ขึ้นมาและประเทศไทยได้รับผลกระทบมาจากสงครามนี้ ในปีคริสต์ศักราชปี1950

ได้เกิด ”สงครามเกาหลี” ขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือนำโดย คิม อิล ซ็อง ที่ได้รับการสนับสนุนโดย จีนและสหภาพโซเวียต เกาหลีใต้นำโดย ซิงมัน รี ที่มี สหรัฐอเมริกากับสหประชาชาติสนับสนุนอยู่

ซึ่งในช่วงแรกของสงครามฝ่ายใต้ไม่สามารถต้านทานการบุกจากฝ่ายเหนือได้ส่งผลให้กองกำลังฝ่ายใต้แทบ จะถูกผลักตกทะเลลงไปทางสหประชาชาติได้ประกาศขอให้เหล่าประเทศสมาชิกเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย ซึ่งประเทศไทยในยุคนั้นได้ตอบรับคำร้องขอและจัดตั้ง “กรมผสมที่21” ขึ้นพร้อมออกเดินทางในวันที่22กันยายน ค.ศ.1950 เมื่อกรมผสมที่21ได้ไปถึงประเทศเกลาหลีใต้ในวันที่22ตุลาคม ค.ศ.1950 สงครามเกาหลีก็ได้เริ่มทวีมีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้นทางฝ่ายใต้ก็ได้เริ่มดันแนวรบกลับขึ้นมาถึงเส้นขนานที่38ได้

แต่จีนที่ช่วงแรกได้สนับสนุนอยู่แนวหลังให้เกาหลีเหนือกลับเข้าร่วมสงครามอย่างเต็มรูปแบบจึงได้ทำให้สหประชาชาติต้องรับมือกับการรุกคืบจากทหารจีนอย่างเต็มอัตตรายศึกในทุกแนวรบและได้นำไปสู้วีรกรรมของทหารไทยนั้นก็คือ “การสู้รบที่เขาพอร์คชอพ” การสู้รบที่ เขาพอร์คชอพฝ่ายข้าศึก

ซึ่งเป็นทหารจีนบุกขึ้นมา3ละลอกฝ่ายไทยถึงแม้จะมีกำลังน้อยกว่าถึง1ต่อ5แม้ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายติดลบตลอดวันตลอดคืนและถึงแม้ว่าการสู้รบจะกินเวลายาวนานมากถึง11วันฝ่ายไทยก็สามารถต้านทานการบุกเอาไว้ได้จนได้รัยฉายาว่า “พยัคฆ์น้อย “ ในขณะเดียวกันในปีคริสต์ศักราช 1955ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเหมือนกัน ซึ่งก็คือ “สงครามเวียดนาม” ระหว่างเวียดนามเหนือ

นำโดย โฮจิมินห์ และมีจีนกับสหภาพโซเวียตหนุนหลังอยู่ เวียดนามใต้นำโดย โง ดิ่ญ เสี่ยม ที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังอยู่เพราะ “ทฤษฎีโดมิโน” ที่ทำให้เชื่อว่าหากประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นฝ่ายสังคมนิยมจะทำให้ประเทศอื่นๆเป็นสังคมนิยมไปด้วยสหรัฐอเมริกาจึงไม่อาจอยู่เฉยได้เลยพยายามส่งกำลังมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในระหว่างสงครามทางเวียดนามใต้รู้ดีว่าไม่อาจต้านทานเวียดนามเหนือได้จังได้ขอความช่วยเหลือจากโลกเสรีนิยมทั้งทางเศรษฐกิจและกำลังทหาร

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดาวน์โหลด

ตำนานเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่เมืองลับแล

ซึ่งเขาได้บอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีประชากรได้อาศัยอยู่กันไม่เยอะอาศัยอยู่กันแค่เพียงหลักสิบคนแต่ทว่าสิ่งที่มันแปลกคือการแต่งตัวหรือว่ารูปลักษณ์นั้นมันได้มีความแตกต่างจากผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นอย่างมากและที่มันได้มีความแตกต่างนั่นก็คือเรื่องของการใช้ภาษา ซึ่งภาษาที่ใช้นั้นซึ่งมันไม่ได้เป็นภาษาในยุคปัจจุบันที่เขาได้มีการใช้กันแต่มันได้เป้นภาษาในยุคโบราณที่ได้มีการใช้ในการสืบสารกัน

ซึ่งตรงนี้พอเขาได้เล่าให้พวกชาวบ้านฟังชาวบ้านต่างก็ได้บอกว่าเราไม่เชื่อคุณแต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่าคุณได้หายคนไปประมาณ3ปีแล้วอยู่ดีๆคุณกลับมาบอกว่าไปเจอทางลับและได้ไปเจอประตูปริศนามาเขาก็เลยต้องการที่จะให้เขาได้พิสูจน์ว่าเขาได้ไปเจอมาจริงหรือเปล่าจากนั้นทางผู้เสียหายเขาก็ได้นำขณะหมู่บ้านส่วนหนึ่ง

ได้พาไปยังจุดที่เขาได้พบเจอทางเข้าลึกลับปรากฏว่าเขาก็ได้เจอเมืองปริศนาเมืองนั้นจริงๆมันก็เลยยิ่งทำให้สร้างความแปลกใจเข้าไปอีกหลังจากนั้นพอระยะเวลามันได้ผ่านไปเรื่อยๆมันก็ได้มีการเริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้มีการไปมาหาสู่ในการซื้อขายหรือว่าการแลกเปลี่ยนเครื่องอุปพันเครื่องแต่งกายต่างๆนานามากมายหลังจากนั้นพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

ทางเข้าหมู่บ้านนี้มันก็ได้กลายเป็นที่โด่งดังในบริเวณนั้นแล้วมันก็ได้ทำให้คนที่ได้อยู่ใกล้ได้แห่พากันเข้ามาเข้าพื้นที่ลับตรงนี้มากขึ้นมาเรื่อยๆจนมันได้ทำให้ข้าวของของเมืองปริศนาของเมืองนี้มันก็ได้เริ่มหายไปทีละชิ้นๆจากนั้นก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับเมืองปริศนาตรงนี้มากจนอยู่ดีๆวันหนึ่งชาวบ้านที่ได้เคยเข้ามาในหมู่บ้านนี้

พวกเขาก็ได้กลับพบว่าทางเข้าปริศนาตรงนี้มันได้หายไปและก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลยส่วนเรื่องเล่าตรงนี้เขาก็ได้บอกว่ามีหลักฐานในการายืนยันตรงที่ว่ามีพวกเครื่องเงินเครื่องทองสิ่งทอผ้าที่มาจากหมู่บ้านที่ได้ตั้งถิ่นฐานตรงนี้สิ่งเขาก็ได้แลกเปลี่ยนหรือทำการซื้อขายกันในช่วงแรกๆที่ได้พบเจอนี่มันก็เลยเป็นสิ่งของต่างหน้าที่คนเฒ่าคนแก่เขาได้อ้าง

เพื่อยืนยันว่านี่มันได้เป็นของที่ได้มาจากเมืองปริศนาหรือเมืองลับแลนั่นเองและตามความเชื่ออีกหนึ่งอย่างเขาได้บอกว่าเมืองปริศนาหรือว่าเมืองลับแลแห่งนี้ได้เป็นเมืองที่ได้มีศรีธรรมมากใครโกหกหรือว่ารักเล็กหรือว่าขโมยน้อยหรือใครผิดศีรธรรมจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านนั้นทันทีและจะไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay line

อาถรรพ์เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 

เมื่อลับแลซึ่งได้เป็นเมืองที่ได้มีพื้นที่ขนาดเล็กที่ได้อยู่ใน จังหวัดอุตรดิตถ์ และเหตุผลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ซึ่งในอดีตได้ว่ากันว่าทางเข้าเมืองลับแลได้อยู่ในป่าทึบและเส้นทางที่คดเคี้ยวถ้าไม่ใช่คนที่ชำนานในการเดินป่าแล้วจะไม่สามารถที่จะหาทางเข้าเมืองลับแลได้และนั่นมันจึงได้เป็นเหตุผลที่มาว่าทำไมถึงได้ชื่อว่าเมืองลับแลเพราะในสมัยก่อนก็เต็มไปด้วยป่าที่ได้มีความสลับซับซ้อนตะวัน

มันยังไม่ทันจะตกพ้นดินก็แทบจะมองไม่เห็นแสงของพระอาทิตย์แล้วในเมืองลับแลนั้นก็ยังได้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าได้มีชายผู้หนึ่งได้เดินหลงเข้าไปในป่าแห่งเมืองลับแลและเขาได้ไปพบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งเธอได้มีรูปร่างน่าตาที่สวยงามมากๆ ซึ่งชายหนุ่มดังกล่าวก็ได้ก็ได้หวาดเสน่ห์ให้เธอต่างๆนานา

จึงทำให้เธอคนนี้ได้หลงในอารมณ์ของผู้ชายคนนี้จากนั้นเธอก็ได้พาผู้ชายดังกล่าวกลับไปอาศัยอยู่ที่เมืองลับแลโดยที่เธอเองนั้นไม่รู้เลยว่าชายผู้นี้ได้มีลักษณะนิสัยที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งในระหว่างทางเธอก็ได้อกกับผู้ชายคนนี้ว่าหากได้เข้าไปที่เมืองแห่งนี้แล้วจะต้องมีความประพฤติที่ดียึดมั่นอยู่ในศรีและสิ่งที่สำคัญของเมืองลับแลแห่งนี้ก็คือห้ามโกหกเมื่อชายหนุ่มได้เดินทางเข้าไปยังเมืองลับแลเขาก็ต้องตกใจ ซึ่งเมืองลับแลแห่งนี้ได้ถูกซ่อนอยู่ในป่าเขาโดยที่ไม่มีใครพบเห็นได้แต่อย่างใด

และยังได้เป็นเมืองที่ได้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากและในเมืองแห่งนี้ก็ได้มีแต่ผู้หญิงที่มีน่าตาสวยมีผิวพรรณที่ดีเมื่อกับเป็นหญิงงสาวที่อยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว จากนั้นทั้งสองคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมืองลับแลแห่งนั้นมาโดยตลอดและทั้งสองยังได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยากันมาจนทั้งสองได้มีลูกด้วยกันหนึ่งคน

แต่เหตุการณ์ที่สำคัญมันได้เป็นจุดเปลี่ยนของผู้ชายคนนี้นั่นก็คือเขาได้ทำผิดกฎของหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งได้เป็นกฎที่ได้มีความร้ายแรงเป็นอย่างมากมีอยู่วันหนึ่งภรรยาของเขาไม่อยู่ในบ้านแล้วลูกของเขาเกิดร้องไห้จึงทำให้ชายดังกล่าวเกิดอาการหงุดหงิดลำคาญเขาอยากจะให้ลูกของเขาได้หยุดร้องจากนั้นชายคนนี้เขาได้โกหกลูกของเขาว่าลูกจ๋าแม่มาแล้ว

จากนั้นเองเพียงคำพูดเหล่านี้เขาต้องการที่จะให้ลูกของเขานั้นได้หยุดร้องแต่ปรากฎว่าได้มีชาวบ้านที่ได้เดินอยู่ในบริเวณนั้นเขาเกิดได้ยินเข้าว่าชายผู้นี้ได้โกหกลูกของเขาว่าแม่ของตนนั้นมาแล้วแท้ที่จริงแล้วแม่ยังไม่กลับมาและนี้เองมันจึงได้เป็นสาเหตุที่โดนชาวบ้านไล่ออกไป

 

 

ขอขอบคุณ  entaplay slot  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานสงครามแห่งกรุงทรอย

        เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นตำนานที่มีการเล่าถึงเทพเจ้ากรีกซึ่งเป็นเรื่องราวเรื่องของความรักสามเส้าที่ทำให้ก่อให้เกิดสงครามกรุงทรอยขึ้นเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปีสงครามนั้นจึงสิ้นสุดลงโดยเรื่องเล่านี้มีการเล่าถึงเทพเจ้าจำนวนหลายคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ยุ่งอยู่ในครั้งนี้และก่อให้เกิดสงครามแห่งกรุงทรอยขึ้น

โดยเรื่องเล่านั้นมีอยู่ว่าที่กรุงทรอยนั้น  มีเจ้าชายองค์หนึ่งชื่อว่าเจ้าชายปารีสพระองค์เป็นเจ้าชายที่มีความหล่อเหลาและรูปงามเป็นอย่างมากหญิงสาวคนใดได้เห็นก็มักจะตกหลุมรักพระองค์อย่างไม่มีเงื่อนไขอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายปารีสได้ถูกสั่งให้มาตัดสินเกี่ยวกับเรื่องของความงามของเทพีจำนวน 3 พระองค์ว่าเทพทั้งสามพระองค์นี้ใครจะมีความงามมากกว่ากันโดยเทพีที่ถูกให้เลือกว่าจะเป็นเทพีที่สวยที่สุดในโลกนั้นมีเทพีเฮร่า   เทพีอาธีน่า  และเทพีอโฟร์ไดท์

ซึ่งเทพีทั้งสามพระองค์นี้มีความงดงามที่ไม่น้อยกันเลยจึงทำให้เกิดการตัดสินใจลำบากมากแต่อย่างไรก็ตามแต่  เทพีอโฟร์ไดท์ ได้มีการไปติดสินบนเจ้าชายปารีสโดยให้เจ้าชายปารีสนั้นเลือกตนเองเป็นเทพีที่มีความงดงามมากที่สุดในโลกและรับปากว่าหากว่าตนเองนั้นได้ถูกเลือกเป็นเทพีที่มีความสวยงามที่สุดในโลกแล้วก็นางจะหาหญิงงามมาฝากเจ้าชายปารีสทำให้เจ้าชายปารีสนั้นตัดสินใจที่จะเลือกเทพีอโฟร์ไดท์ เป็นหญิงงามที่สุดในโลกนั่นเองและนี่เองคือจุดกำเนิดของสงครามกรุงทรอย

เมื่อหญิงงามที่เทพีอโฟร์ไดท์ ได้เลือกมาให้เจ้าชายปารีสและทำความรู้จักกับเจ้าชายปารีสนั้นคือนางเฮเลนซึ่งจริงๆแล้วนางเฮเลนนั้นเป็นหญิงสาวที่มีสามีอยู่แล้วโดยสามีของเธอนั้นก็คือ เมเนเลอัส ซึ่งเขาคือเจ้าเมืองผู้ครองนครสปาร์ ต้า  และเมื่อเฮเลนได้เจอหน้าเจ้าชายปารีสครั้งแรกก็ตกหลุมรักเจ้าชายปารีสทันทีเพราะความหล่อเหลาและที่สำคัญนั้นเจ้าชายปารีสยังคงเป็นเจ้าชายที่มีอายุน้อยยังหนุ่มยังแน่นหลังจากนั้นเจ้าชายปารีสและเฮเลนจึงได้พากันเดินทางไป

อยู่ที่กรุงทรอย และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไรก็ตามเมื่อสามีของนางเฮเลนรู้เรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากเขาจึงได้ทำการยกกองทัพจากเมืองสปาต้าเดินทางมาที่กรุงธรซอยและมาทำการสู้รบเพื่อที่จะล้างแค้นเจ้าชายปารีสที่นำภรรยาของเขามาและต้องการที่จะนำตัวนางเฮเลนกลับไปอยู่ที่เมืองสปาต้าเหมือนเดิมและนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้กรุงทอยมีสงครามเกิดขึ้นและสงครามนั้นก็มีการต่อสู้กันอย่างยาวนานนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 mobile

ตำนานสุดหลอนคนปริศนาในห้องสมุด 

ในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีความโด่งดังเป็นอย่างมากโรงเรียนนี้นั้นว่ากันว่าใครก็ตามที่เข้ามาในห้องสมุดก็มักจะเจอกับผีที่อยู่ในห้องโดยผีนั้นไม่ได้ออกมาให้เราเห็นกันอย่างจริงๆแต่กลับเป็นเงาดำๆและเสียงอีกหลายอย่างเลยวันนี้เราก็จะขอเล่าตำนานของ คนปริศนา โดยในเรื่องราวของตำนานโรงเรียนในนั้นว่า เมื่อหลายสิบปีก่อนได้มีเด็กชายคนนึงซึ่งเขานั้นเป็นเด็กชายที่มักจะชอบขึ้นมาในห้องสมุดเป็นอย่างมากโดยชายหนุ่มคนนี้นั้นเขาเป็นคนที่เข้ามาบ่อยจนบรรณารักษ์ทั้งสองต่างพากันเอ็นดู

และได้ให้ห้องสมุดที่มีเพียงแค่บาทเดียวเท่านั้นในโรงเรียนให้กับเด็กชายคนนี้โดยเขานั้นจะสามารถเข้ามาเก็บหนังสืออะไรก็ได้ออกไปได้เขานั้นมีเวลาที่จะเอามาคืนเป็นเวลามากถึง 2 เดือนด้วยกัน

โดยชายหนุ่มคนนี้ก็ดีใจมากแต่มีอยู่วันนึงในวันที่เขานั้นกำลังเดินทางมาที่โรงเรียนข้ามทางม้าลายอยู่มีรถมาจากไหนก็ไม่รู้ได้มาชนเขาจนเขาเสียชีวิตช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่คุณครูบรรณารักษ์นั้นพากันสงสารเด็กชายคนนั้นเป็นอย่างมากและบัดนั้นก็ได้ถูกเผาไปพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนนั้นด้วยเช่นเดียวกันโดยเมื่อหลังจากเรื่องนั้นผ่านไปเป็นเวลา 10 ปี

เรื่องราวของเขาก็ค่อยๆถูกลืมไปแต่มันน่ารักทั้งสองก็ยังคงจำเรื่องราวของเขาได้เป็นอย่างดีโดยมีอยู่วันหนึ่งที่มีนักเรียนคนหนึ่งเดินทางเข้ามาในห้องสมุดซึ่งเป็นนักเรียนสาวชื่อว่าเยลลี่เยลลี่นั้นเดินเข้าไปในห้องสมุดซึ่งเป็นห้องสมุดตำนานของโรงเรียนต่างๆซึ่งเป็นจุดที่ไม่ค่อยที่จะมีคน เข้าไปในน้ำจะมีสักเท่าไหร่โดยมีเด็กสาวที่ชื่อเยลลี่เมื่อกลับออกมาแล้ว มือของเธอนั้นก็ได้มีบัตรที่เป็นแบบที่จะสามารถยืมหนังสือไปได้ 2 เดือนซึ่งเป็นบัตรเดียวกันที่ถูกเขาด้วยพร้อมกับร่างของเด็กชายเมื่อ 10 ปี

ก่อนเมื่อเราบรรณารักษ์เห็นก็ถึงกับต้องตกใจเป็นอย่างมากนอกจากนั้นทุกๆคืนเราบรรณารักษ์มักจะได้ยินเสียงคนเดินไปมาทั่วห้องสมุดทั้งๆที่ไม่มีใครเลยนอกจากนั้นเมื่อเช้ามาอีกครั้งก็จะได้ยินเสียงของหนังสือปิดดังบ้างและเมื่อไปมองที่ไหนทั่วห้องแล้วแต่ก็ไม่เห็นมีใครนอกจากนั้นทุกทุกเช้าจะเห็นว่ามีรอยเท้าเปลื้อนโคลนเดินอยู่ทั่วห้องแต่เมื่อตามร้อยเท้าไปนั้นก็เห็นว่ารอยเท้านั้นหันไปที่กระจกที่ไม่มีระเบียงและรอยเท้าก็สิ้นสุดอยู่เพียงแค่นั้น นั้นจึงทำให้ทุกคนคิดว่านั้นคือรอยเท้าของชายหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน

 

สนับสนุนโดย  rb88 คาสิโน

ตํานานนางสิบสอง 

มีเศรษฐีคนหนึ่งเท่านั้นอาศัยอยู่กับภรรยาและมีลูกมากถึง 12 คนโดยเข้านั้นก็นเิ่มจนหมดตังก็เริ่มหมดลงเนื่องจากเขานั้นมีลูกมากเกินไปด้วยความที่เขาต้องการที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายลงเขาจะพาลูกทั้ง 12 คนไปทิ้งเนี่ยกลางๆเด็กๆนั้นเหนื่อยอ่อนจึงได้ทำการนอนหลับไปที่ใต้ต้นไม้ในช่วงเวลานั้นเองราชินียักษ์ที่อาณาจักรใกล้ๆกันก็ได้ไปพบกับเด็กทั้งสิบสอง

และได้เกิดความเอ็นดูจึงได้ให้เด็กทั้ง 12 นั้นมากลายเป็น ลูกบุญธรรมหลังจากที่นางสิบสองทั้งหมดได้อาศัยอยู่กับราชินียักษ์มาตลอดเวลาพวกเขานั้นก็เริ่มสงสัยว่าเมืองแห่งนี้นั้นจะเป็นอาณาจักรของยักษ์เนื่องจาก เมื่อวานนางสิบสองได้เดินทางไปที่หลังสวนซึ่งเป็นส่วนต้องห้ามและเมื่อไปถึงก็พบกับโครงกระดูกของคนมากมาย

และจะคนนึงที่กำลังถูกขังอยู่ในกรงขนาดยักษ์ นางสิบสองรีบเดินตรงไปสอบถามและได้ความมาว่าอาณาจักรแห่งนี้นั้นเป็นอาณาจักรของยักษ์ราชินีซึ่งเป็นแม่ของพวกเขาเองก็คือราชินีอย่างนั้นเองเมื่อพวกเขารู้ก็เริ่มคิดและสังเกตไปที่นั่นทุกๆวันจะมีอยู่วันนึงก็พบว่าราชินียักษ์ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของพวกเขาได้แปลงร่างกายเป็นยักษ์ที่หน้าตาอัปลักษณ์และจับคนกินพวกเขากลัวจนพากันรีบเดินทางออกนอกอาณาจักรแห่งปีในช่วงเวลานั้นเองมีองค์ชายเมืองหนึ่งที่ได้เดินทางมาที่ตายนั้นแหละ

เจอกับนางสิบสอง ที่มีหน้าตาสะสวยองค์ชายจึงได้ทำการอภิเษกสมรสกับนาง 12 ทั้งหลาย ย้อนกลับไปที่เมืองยักษ์ราชินีแห่งอยากได้มีลูกอยู่ 2 คนเป็นลูกสาวฝาแฝดคนแรกชื่อว่าเมรีคนที่ 2 ชื่อ 4 ทัศนาผ่านไปเป็นเวลา 1 อาทิตย์ราชินีแห่งเมืองยักษ์ก็ได้รู้มาว่านั่งทั้ง 12 ตอนนี้ได้กลายเป็นมเหสีของพระราชาที่เมืองแห่งหนึ่งด้วยความที่จะโกรธราชินียักษ์

จึงได้แปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยและได้เตรียมยาเสน่ห์ขึ้นมาและก็ได้เดินทางไปที่อาณาจักรของพระราชานั้นพระราชานั้นก็ดันหลงเสน่ห์ยาเสน่ห์ที่พระราชินียักษ์ทำหลังจากนั้นราชินียักษ์ที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยก็ได้บอกกับพระราชาว่าเธอนั้นต้องการให้พระราชาทำให้นาง 12 นั้นถูกขังอยู่ในคุกในถ้ำกลางป่าอันมืดมิดและทั้ง 12 ก็พากันถูกขังเข้าไปไม่นานนักราชินี

ก็ได้เดินทางเข้ามาในที่แห่งนั้นพร้อมกับควักลูกตาของพี่สาวนาง 12 ไปแต่ลูกคนที่ 2 ซึ่งน้องคนสุดท้องกับถูกควักไปแค่ดวงตาข้างเดียวเท่านั้นเนื่องจากดวงตาอีกข้างนั้นยังไม่ครบกำหนดพอที่ราชินีนั้นจะสามารถเอาไปทำเป็นยาอมตะได้โดยราชินีนั้นได้หารู้ไหมว่านาง 12 ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องกำลังตั้งครรภ์อยู่ซึ่งเป็นลูกของพระราชามีอยู่วันนึงที่นางได้คลอดลูกออกมา

โดยตั้งชื่อลูกของตัวเองว่า รถเสน ด้วยความสงสาร รถเสนจึงได้แอบหลบหนีออกจากถ้ำโดยการปีนก้อนหินขึ้นไปที่ร่องเล็กๆที่เพดานถ้ำเมื่อเขาออกมากแล้วเขาก็เดินทางไป ฆ่าราชินียักษ์หลังจากนั้นเมื่อข้าราชินียักษ์แล้วมนต์เสน่ห์ที่ราชินียักษ์ทำไว้ก็ได้สลายหายไปรถเสนได้บอกกับพระราชาว่าเข้านั้นคือลูกของนางสิบสองพระราชานึกขึ้นได้

จึงได้สั่งปล่อยนาง 12 ออกมาแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยเท่านั้นได้ตามหมอหลวงที่เก่งที่สุดให้นำดวงตาของนางสิบสองทั้งหมดนั้นใส่กลับเข้าไปรักษาให้ดีเหมือนเดิมผ่านไปเป็น 1 ปีดวงตาของนางสิบสองทั้งหมดก็ได้กลับมาดีเหมือนเดิมอีกครั้งและพวกเขานั้นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมา

 

สนับสนุนโดย  rb88 thai

วัฒนะธรรมไทยเมื่อต้องใช้ในช่วงมีการระบาดโควิด-19

       วัฒนธรรมที่ดีอย่างหนึ่งของคนไทยนั้นก็คือเวลาที่เราพบปะหรือพบเจอกับใคร เรามักจะแสดงออกรวมถึงการทักทายกับคนที่เราพบเจอด้วยโดยวิธีการไหว้ซึ่งการไหว้นั้นถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนไทยที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณโดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยนั้นมักจะรักนวลสงวนตัวไม่ค่อยจะถูกเนื้อต้องตัวกับคนอื่นโดยเฉพาะกับผู้หญิงที่จะมีการเว้นห่างจากผู้ชายจะไม่หญิงใกล้ชิดกันมากนักเนื่องจากว่า การเว้นระยะห่างระหว่างชายหญิงนั้นถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนไทยที่มีมาแต่โบราณรวมถึงการทักทายกันนั้นคนไทยก็จะใช้เป็นการไหว้ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมของชาวตะวันตกที่มักจะทักทายกัน

ด้วยการจับมือและนี่เองคือข้อดีของวัฒนธรรมไทยที่สามารถเอามาใช้ได้ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเราที่ยังเป็นคนไทยอยู่นั้นยังสามารถแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่หรือแสดงการทักทายกับคนที่อายุมากกว่าหรือน้อยกว่าได้ด้วยการทักทายด้วยการไหว้กันและการยืนห่างกันนั้นก็ไม่ได้แสดงถึงว่าเราไม่ได้ให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามเพราะด้วยวัฒนธรรมของเราแล้วชายหญิงไม่กวนแนบชิดกันอยู่ด้วยปกติแล้วผู้ชายก็จะไม่ได้นะชิดกันมากนักไม่ต้องยืนพูดคุยกันดังนั้นถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงของการระบาดไวรัสโควิด

แต่ถ้าหากรวัฒนะธรรมไทยที่เป็นการใช้แบบไปลามาไหว้มาใช้ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสนี้ก็จะทำให้สังคมไทยของเรานั้นดูแล้วเป็นสังคมที่ยังคงรักษามารยาททางสังคมเอาได้อยู่ ซึ่งวิธี การใช้ชีวิตแบบใหม่ที่มีการกำหนดว่าเป็นวิถีชีวิตแบบ new normal นั้นก็เหมาะกับวิถีชีวิตของคนไทยที่ปฏิบัติอยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณอยู่แล้วดังนั้นแทบเรียกได้ว่าถึงแม้ว่านี่คือการที่คนไทยจะต้องใช้ชีวิตแบบ New norma แต่อันที่จริงแล้วนั่นก็หมายถึงว่าคนไทยนั้นกลับไปใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเอง ฉะนั้น ถือได้ว่าการใช้ชีวิต ที่เราบอกว่ามันคือการใช้ชีวิตแบบ New normal นั้น

ก็คือการใช้ชีวิตย้อนกลับไปในอดีตในสมัยเมื่อหลาย 100 ปีนั่นเองดังนั้นจึงทำให้คนไทยนั้นไม่ได้รู้สึกว่าอึดอัดกับการใช้ชีวิตแบบนี้เลยเพราะแต่ไหนแต่ไรมาแล้วพวกเราคนไทยก็ใช้วิถีชีวิตแบบนี้มาโดยตลอดอยู่แล้วนั่นเอง ดังนั้นจึงถือได้ว่าวัฒนธรรมไทยนั้นสามารถทำให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตของการระบาดไวรัสไปได้เพราะคนไทยนั้นสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้โดยที่ไม่ต้องยืนใกล้ชิดกันมากนักและยังสามารถทำความเคารพผู้ใหญ่หรือคนที่เรานับถือได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องจับเนื้อจับตัวกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay online gambling