วัดพระศรีสรรเพชญ์  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

      วัดพระศรีสรรเพชญ์  สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวัดเก่าแก่วัดหนึ่งซึ่งถือได้ว่าในอดีตนั้นวัดแห่งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากในสมัยอยุธยาเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดหลวงประจำพระราชวังปัจจุบันนับได้ว่าวัดนี้เป็นหนึ่งในมรดกของโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้ซึ่งวัดดังกล่าวนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง

โดยอยู่บริเวณตำบลประตูชัยซึ่งถ้าหากพูดถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงวัดแห่งนี้กันเป็นอย่างดีหรือถ้าหากใครที่เคยดูละครเรื่อง บุพเพสันนิวาสย่อมเคยได้ยินตัวละครเอ่ยถึงชื่อวัดนี้กันมาบ้างซึ่งวัดดังกล่าวก็คือวัดพระศรีสรรเพชรนั่นเอง 

          สำหรับวัดพระศรีสรรเพชญ์นั้นเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบโบราณสถานมักจะเดินทางมาดูความงดงามที่ครั้งหนึ่งในอดีตนั้นเป็นสถานที่ที่มีความงดงามจับตาแต่เนื่องจากการเวลาผ่านมาหลายร้อยปีก็ทำให้วัดพระศรีสรรเพชญ์เหลือเพียงซากปรักหักพังในวัดแห่งนี้ถูกระบุว่ามีการสร้างขึ้นมาดูสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและมีการสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปีพ.ศ 2035 

            ปัจจุบันนอกจากนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปชื่นชมความสวยงามของอดีตโบราณสถานแห่งนี้แล้วก็ยังมีพวกกรมศิลปากรซึ่งมักจะเข้าไปดูซากเจดีย์และสิ่งก่อสร้างภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์เพื่อที่จะดูว่าตรงไหนที่จะต้องมีการนำมาบูรณะซ่อมแซมเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีอายุเก่าแก่หลายปีแต่ที่นี่ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์มีความงดงามที่โดดเด่นและเป็นโบราณสถานซึ่งมีความสำคัญสำหรับประเทศไทยและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก

         ภายในเขตพื้นที่ของบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์นั้นนักท่องเที่ยวจะเห็นได้ว่าตัวเจดีย์ที่มีการสร้างเอาไว้นั้นยังคงความสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว  หวยฮานอย บาทละ 1000   ถึงแม้จะคงความเก่าแก่แต่ก็ยังคงตั้งตระหง่านดูภูมิฐานและมีความโดดเด่นมีความสวยงามซึ่งเจดีย์ดังกล่าวนั้นถูกสร้างในรูปแบบสถาปัตย์ทรงลังกา 3 องค์นั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามถ้าหากใครเคยเดินทางไปเที่ยวที่วัดพระศรีสรรเพชรจะสามารถมองเห็นได้เลยว่าขนาดพื้นที่ของวัดพระศรีสรรเพชญ์นั้นกว้างใหญ่มากๆเลยทีเดียวและทราบราคาพังภายในวัดนั้นก็ยังมีบางส่วนที่ยังมีความสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างเช่นพระพุทธรูปเก่าแก่หรือแม้แต่โบราณสถานบางส่วนก็ยังคงความสมบูรณ์และคงความสวยงามเอาไว้นอกจากนี้กำแพงวัดนั้นยังมีบางส่วนที่ลงคงความสมบูรณ์

           แต่บางส่วนนั้นก็หักพังไปตามกาลเวลาแล้วก็มีซึ่งมิได้ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามเป็นอย่างมากและสามารถทำให้เรามองเห็นความเจริญรุ่งเรืองในสมัยอดีตความสวยงามในสมัยโบราณที่คนรุ่นก่อนนั้นได้มีการสร้างเอาไว้อาจกล่าวได้ว่าวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบันนี้ทำให้คนในยุคปัจจุบันมองเห็นย้อนกลับไปในอดีตได้ว่าอยุธยานั้นเคยเป็นสถานที่ที่รุ่งเรืองมากแค่ไหนนั่นเอง

วิธีถ่ายรูปโดยใช้โหมด s ง่ายๆ สามารถทำได้แม้เป็นมือใหม่

วิธีถ่ายรูปโดยใช้โหมด s สำหรับโหมด Shutter Priority หรือว่า โหมด s สำหรับโหมดนี้จะมีวิธีการคิดแบบโหมด a แต่ว่าค่าที่มันจะล็อกเอาไว้เนี่ย คือค่าค่าชัตเตอร์ สปีด สำหรับค่าค่าชัตเตอร์ สปีดนี้มันจะมีเอาไว้เพื่อที่จะหยุดภาพ เป็นหลัก ถ้าค่าชัตเตอร์มันสูงขึ้น ภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆอย่างน้ำตก ถ้าหากว่าเราใช้ค่าชัตเตอร์ สปีดสูง

 เราจะเห็นภาพน้ำที่มีการเคลื่อนไหวแบบนั่งเอามากๆ แต่ว่าถ้าหากเราใช้ค่าชัตเตอร์ต่ำ จะทำให้เราเห็นน้ำที่มีการเคลื่อนไหวเป็นเส้นๆ และนี่ก็คือหน้าที่ของโหมด s ดังนั้นโหมด sจะทำหน้าที่ล็อกค่าชัตเตอร์ สปีดให้กับเรา

 ถ้าหากว่าเราอยากใช้ ค่าชัตเตอร์ สปีด แบบไหน เราก็ควรตั้งค่าไว้แบบนั้น ที่เหลือพวกค่ารูรับแสงหรือว่า iso พวกนี้กล้องจะช่วยคิดให้ เราไม่ต้องคิดอะไรมาก อยากได้ค่าชัตเตอร์แบบนี้ อยากได้เอฟเฟตแบบนี้ก็ตั้งไปแล้วกดค่าชัตเตอร์แค่นั้น แค่นี้ก็จบ

โหมด Shutter Priority หรือว่า โหมด s มีวิธีการถ่ายง่ายๆดังนี้

 โหมดs จะทำหน้าที่ให้เราตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์เอง เพื่อที่จะหยุดภาพนั้นๆหรือว่าจะให้ภาพนั้นๆฟรุ้งหรือเบลอ โจทย์ในรอบนี้เราจะพาไปถ่ายภาพน้ำตกกัน เริ่มต้นที่การไปปรับหมดให้เป็นโหมด s เสียก่อน ดังนั้นตัวกล้องหรือภาพแสดงหน้าจอของกล้องจะบอกว่าเราอยู่ในโหมด s แล้ว

 ทีนี้เวลาที่เราจะตั้งค่า ให้เราตั้งค่าตรงชัตเตอร์ สปีด ตามที่เรานั้นต้องการ ถ้าหากว่าชัตเตอร์มันสูงขึ้น น้ำตกที่เราเห็นมันก็จะนิ่งสนิทนั่นเอง แต่ถ้าเกิดว่าชัตเตอร์มันต่ำลง โอกาสที่ภาพมันเบลอมันก็จะสูงขึ้น แล้วก็น้ำตกก็จะมีโอกาสถ่ายเป็นเส้น

 สำหรับเราจะทำการทดลองถ่ายแบบตั้งถอยหลัง ที่เวลาเราทำการกดชัตเตอร์เนี่ย กล้องมันจะได้ไม่ ติดนิ้วของเราเวลาที่เราถ่าย เวลาตั้งคือ iso เราจะตั้งเป็นออโต้นะ จากนั้นตั้งตัวจับเวลาเป็นถอยหลัง 5 วินาที ชัตเตอร์ 1/200 นะ หลังจากที่เราทำการกดถ่ายนั้น คุณสังเกตเหมือนกันไหมว่าภาพนั้นมันมีความคมชัดเอามากๆ

 เพราะว่าเราได้ทำการตั้งชัดเตอร์เอาไว้สูง ทีนี้เราลองมาลองตั้งชัดเตอร์ให้มันต่ำลงมาบ้าง คุณจะได้สังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในความคิดเห็นของเรา หรือที่เราได้สัมผัสมาจะเห็นได้ว่าความเร็วของชัตเตอร์ต่ำลงมากๆนั้น น้ำมันจะฟรุ้งสวยเลย พอถ่ายภาพที่ชัดเตอร์สูงนั้นภาพจะเห็นเป็นเส้นๆ

 เพราะฉะนั้นการถ่ายภาพด้วยโหมด s จะใช้สำหรับการถ่ายภาพที่เน้น ความเร็วชัตเตอร์เป็นหลัก ถ้าเราอยากให้ ได้เอฟเฟตแบบไหน เราก็ต้องตั้งชัตเตอร์สปีสให้มันเหมาะสมนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

ตำรวจจับผัว-เมียเปิดเพจปล่อยเงินกู้แล้วปิดเพจหนี เหยื่อสูญเสียเกือบล้าน 

    ตำรวจจับผัว-เมียเปิดเพจปล่อยเงินกู้  ในช่วงที่ยุคเศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้การทำงานหาเงินนั้นค่อนข้างยากดังนั้นผู้คนจึงหันมากู้เงินมาใช้จ่ายซึ่งแน่นอนว่าการกู้เงินถ้ากู้จากทางธนาคารนั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยากยิ่งเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำแล้วไม่สามารถที่จะกู้เงินกับทางธนาคารได้ผ่าน

ดังนั้นช่องทางที่พวกเขาเหล่านี้เลือกก็คือการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เอกสารทางการเงินมากมายนักซึ่งก็คือการกู้เงินแบบผิดกฎหมายนั่นเองถึงแม้ว่าการกู้เงินแบบนี้จะส่งผลทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่แสนแพงกว่าปกติก็ตาม

        อย่างไรก็ตามพวกแก๊งมิจฉาชีพได้ใช้ในช่วงที่คนกำลังเจอวิกฤตปัญหาทางการเงินแบบนี้อาศัยจังหวะในเรื่องของการแอบอ้างมาเป็น คนปล่อยเงินกู้และมีเหยื่อเข้าไปหลงเชื่อทำการขอกู้ยืมมากมายซึ่งแน่นอนว่าพวกที่หลงเชื่อก็ไปกู้ยืมนั้นก็จะต้องเสียเงินเสียทองไป

และที่สำคัญเงินที่จะยืมก็ไม่ได้อีกด้วยอย่างเช่นเมื่อช่วงประมาณเดือนเมษายนปีพ.ศ 2564 ได้มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเปิด Facebook ขึ้นมาแล้วระบุว่ามีการปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำซึ่งมีคนหลงเชื่อไปติดต่อขอกู้เงินเป็นจำนวนมาก

      สำหรับสามีภรรยาคู่นี้ใช้เป็นวิธีการว่าถ้าหากใครอยากจะทำการกู้เงินจะต้องมีการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมไปให้กับทางสามีภรรยาคู่นี้ก่อนแล้วถ้าหากใครหลงเชื่อมีการโอนเงินค่าธรรมเนียมไปให้สามีภรรยาคู่นี้ก็จะบล็อกการติดต่อทุกช่องทางทันทีและโกงเงินที่เป็นเงินค่าธรรมเนียมที่คนกู้ได้ส่งไปให้หลังจากนั้นก็ปิด Facebook หนีไป

ซึ่งวิธีการนี้มีผู้ที่หลง เชื่อตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมากโดยมีผู้ที่ถูกหลอกลวงจากสามีภรรยาคู่นี้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจให้ดำเนินคดีซึ่งจำนวนผู้ที่หลงเชื่อนั้นมีมากกว่า 10 คนด้วยกันโดยมีมูลค่าความเสียหายทั้งหมดรวมกันแล้วอยู่ที่ประมาณ แปดแสนกว่าบาท 

           อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 14 เดือนมกราคมปีพศ. 2565  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะติดตามตัวสองสามีภรรยามิจฉาชีพคู่นี้มาได้หลังจากนั้นก็ได้มีการสอบสวน 2 สามีภรรยาคู่นี้อย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทั้งคู่ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเปิดเพจเพื่อทำการปล่อยเงินกู้และยักยอกเงินค่าธรรมเนียมค่าภาษีต่างๆ

ในการหลบหนียืนยันว่าทั้งคู่นั้นเป็นคนที่บริสุทธิ์ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อทำการเอาผิดสองสามีภรรยาคู่นี้ให้ได้เบื้องต้นนั้นสองสามีภรรยาคู่นี้จะได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งไปยังสภ. บ้านสวนเพื่อทำการควบคุมตัวเอาไว้ก่อน 

 

สนับสนุนโดย.  huaydee

ประวัติของ Three Sisters Rock 

        เชื่อว่าหากใครที่เคยมีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศ ออสเตรีเลีย ย่อมเคยได้ยินสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Three Sisters Rock กันมาบ้าง โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เก่าแก่ มีอายุมาตั้งแต่หลายร้อยล้านปีมาแล้ว ซึ่ง Three Sisters Rock   แปลเป็นชื่อภาษาไทยว่าหินสามพี่น้อง  

        Three Sisters Rock  มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่มีจำนวนทั้งสิ้น 3 ก้อนเรียงต่อกันและหินแต่ละก้อนนั้นก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน นอกจากนี้หินแต่ละก้อนจะมีความสูงที่แตกต่างกันอีกด้วย เช่น  Meenhi หินก้อนนี้จะมีความสูงทั้งสิ้น  922 เมตร  ส่วนหินก้อนถัดมามีชื่อเรียกว่า Wimlah  ซึ่งหินก้อนนี้จะมีความสูงทั้งสิ้น  918 เมตรและหินก้อนสุดท้ายมีชื่อเ่รียกว่า Gunnedoo สำหรับหินก้อนนี้จะมีความสูงทั้งสิ้น 906 เมตร  

        สำหรับหินสามพี่น้อง หรือ Three Sisters Rock นี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ เมืองทาคุบา  สำหรับปรากฎการณ์ที่ทำให้เกิดขึ้นมาเป็นหินสามพี่น้องนั้นว่ากันว่าหินทั้งสามก้อนนี้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน

ซึ่งลักษณะของการเกิดขึ้นมาของหินทั้งสามก้อนนี้นั้น  เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นมาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกขึ้นอย่างมากทำให้บริเวณทั้งหมดของภูเขา Blue Mountain นั้นปกคลุมไปด้วยน้ำ

         โดยกระแสน้ำจากมหาสมุทร นั้นได้พัดตะกอนขึ้นมาทับถมกันเป็นแนวนอนหลายชั้นอย่างต่อเนื่องและเมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อนในเกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้นทำให้เกิดความเสียหายในบางชั้นหิน   ทำให้หินบริเวณที่ระเบิดได้รับความเสียหาย และหนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มหินสามพี่น้องนี้ด้วย ดังนั้น หลังจากสิ้นสุดเหตุการณ์ระเบิดของภูเขาไฟสิ้นสุดลงลักษณธของหินสามพี่น้องจึงมีรูปร่างเหมือนอย่างกับที่เราเห็นในปัจจุบันนี้นั่นเอง 

        นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Three Sisters Rock เป็นตำนานของชาวอะบอริจินซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมในออสเตรเลียได้แล้วว่าแต่เดิมทั้ง 3 เป็นพี่น้องกันมีชื่อว่า  Meenhi , Wimlah  และ Gunnedoo  และทั้งสามคนพี่น้องก็มีพ่อเป็นพ่อมดหมอผีชื่อ เทียงวัล เขาได้เสกให้สามพี่น้องเป็นหินเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเธอเป็นอันตรายจากสงครามระหว่างเผ่า

       ส่วนอีกตำนานนั้นล่ะว่าเที่ยววันได้เสกให้สามพี่น้องกลายเป็นหินเพื่อปกป้องพวกเธอจะบันยิปซึ่งเป็นสัตว์ร้ายในตำนานของชาวอะบอริจินมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้มาที่อุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์เพื่อมาเยี่ยมชมเห็นสามพี่น้องและดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวนอกจากที่จุดชมวิวนี้แล้วยังสามารถมองเห็นหินสามพี่น้องได้อีก 3 ช่องทางได้แก่รถราง  เคเบิ้ลคาร์และกระเช้าลอยฟ้า 

 

สนับสนุนโดย.  3 ตัว บาทละ 1000

ตำนานเมือง เรื่องผีประเทศญี่ปุ่นสุดสยดสยอง ที่หลอนจนกระทั่งไม่กล้าที่จะนอน

เรื่องผีไหนๆในโลก ก็ไม่มีไหนมีอากาศ แล้วก็ความเย็นยะเยือกเสมือนกับว่ามีคนจ้องดูอยู่ด้านหลังได้พอๆกับ เรื่องผีประเทศญี่ปุ่นอีกแล้ว เพราะว่าตำนานเมืองของประเทศญี่ปุ่นนั้นมันช่างมีความแปลกประหลาด และก็มีเงื่อนไขในการที่จะปรากฏออกมาค่อนข้างจะมากยิ่งกว่าที่อื่นๆ

แล้วก็ต่อไปก็คือ เรื่องราวกล่าวขาน ตำนานเมืองสยองขวัญที่เลื่องลือที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประเภทที่ว่าแม้ว่าจะมาถึงปัจจุบันที่การมาของอินเตอร์เน็ตนั้นเข้าถึงคนมากมายแล้ว แต่ว่าความกลัวลึกๆที่อยู่ภายในจิตใจกลับไม่เคยเลือนหายไปตามเวลา

  1. ตำนานผี ฮานาโกะซัง ในห้องน้ำ

เรื่องผีที่อยู่ในอันดับมาตลอด แล้วก็คนไทยหลายคนก็คงจะรู้จักเช่นเดียวกัน สำหรับผีฮานาโกะที่อาศัยอยู่ตามห้องน้ำ เล่ากันว่า ถ้าเกิดเคาะประตูส้วมที่ชั้นสาม เคาะสามครั้งแล้วถามคำถามว่า “ฮานาโกะซังอยู่ไหม” ถ้าเกิดมีเสียงตอบกลับมาว่า “ไฮ่” ประตูก็จะเปิดออก รวมทั้งมีเด็กสาวสวมกระโปรงสีแดงลากตัวเราไป สถานที่จะพบเห็นได้จะเป็นห้องน้ำเด็กหญิงเวลาข้างหลังเลิกเรียน

ฮานาโกะนั้นเป็นเรื่องผีที่อาจมีเนื้อหาที่แตกต่างในในแต่ละโรงเรียนด้วย คงจะมีการอัพเดทให้มีความน่าขนลุกกับสถานที่นั้นๆด้วยนั่นเอง ส่วนที่มาของฮานาโกะนั้น เข้าใจกันว่าเธอเป็นเด็กที่มีการเสียชีวิตในระหว่างตอนสงครามโลก ตอนที่มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด เธอได้หนีเข้าไปหลบอยู่ภายในห้องน้ำ ผลก็คือเปลวไฟจากระเบิดนั้นคลอกเธอตายทั้งเป็น นั่นก็เลยทำให้ผีของเธอจะต้องรอตะลอนไปๆมาๆในห้องน้ำ

  1. ฮิโตบาชิระ ตำนานเสาหลักเมืองของญี่ปุ่น

ฮิโตบาชิระ เป็นชื่อที่ทำการเรียกของพิธีบูชายัญที่ใช้มนุษย์ทั้งที่ยังไม่ตาย ฝังไว้ใต้หรือใกล้ตึกใหญ่ สะพาน แล้วก็พระราชวังในสมัยก่อน เพื่อที่จะเป็นคำภาวนาต่อเทพเจ้าเพื่อที่จะทำให้การก่อสร้างสามารถเป็นไปได้ด้วยดี และไม่ให้ตึกโดนทำลายจากธรรมชาติหรือการจู่โจมของศัตรู

ตำนานเสามนุษย์ที่ขึ้นชื่อลือนามที่สุดก็คือที่ ปราสาทมารุโอกะ จังหวัดฟุคุอิ หนึ่งในพระราชวังไม้ที่โบราณ แล้วก็งามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อก่อนการก่อสร้างนั้นทุกข์ยากลำบากมาก ไม่ว่าจะทำการสร้างจำนวนกี่ครั้งเสาหินก็จะกระหน่ำพังลงมาเสมอ แม่หม้ายนามว่า โอชิซึ ก็เลยถูกนำตัวมาเป็นเครื่องบูชา โดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนเป็นให้ลูกชายของเธอจะได้เข้ามาเป็นซามูไรรับใช้ในปราสาท เธอถูกฝังทั้งที่ยังไม่ตายใต้เสาหลัก รวมทั้งต่อไปการก่อสร้างพระราชวังก็เป็นไปอย่างง่ายดาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ทดลองเล่นบาคาร่า se

การรบในสงครามโลกครั้งที่สองของ JOHN MALCOLM THORPE

ซึ่งในเวลาต่อมาการรบของอังกฤษในฝรั่งเศสก็เรียกได้ว่าเป็นหายนะมากๆเลยกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้มีการถอยลงไป การรบในสงครามโลก และ JOHN MALCOLM THORPE ก็ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้เหมือกันและเขาในขณะที่กำลังถอยลงมาขาก็ถูกปืนกลยิงใส่เข้าที่คอ

เมื่อมีคนเข้าไปถามเขาว่า JOHN MALCOLM THORPE มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเลือดออกเต็มเลยเขาได้พูดอย่างง่ายๆเลยว่าปืนกลเยอรมันแล้วก็เดินไปเฉยๆเลยโดยในสมรภูมิเยอรมันเขาได้รับเหรียญกล้าหารอันนึงเนื่องจากว่าเขาวิ่งผ่าดงกระสุนเพื่อจะไปช่วยทหารอังกฤษคนนึงที่ติดอยู่ในวงล้อม

การโจมตีของพวกเยอรมันก็ช่วยออกมาได้อย่างสำเร็จเขาจึงได้เหรียญกล้าหารและเป็นเหรียญแรกของเขาโดยหลังจากเหตุการณ์ดันเคิร์ก JOHN MALCOLM THORPE ก็ได้เปลี่ยนสักกัดของตัวเองไปอยู่ในหน่วยของคอมมารโดซึ่งหลังจากการฝึกเป็นคอมมารโดเรียบร้อยแล้ว

ในปี1941หน่วยของเขาได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการในการบุกโจมตีโรงเก็บวัตถุดิบที่เอาไว้ทำระเบิดของพวกเยอรมนีในนอร์เวย์และหลังจากที่หน่วยคอมมารโดได้ทำการยกพลขึ้นบกได้สำเร็จเขายังไปนำเอาปี่เขาตัวของเองขึ้นมาเป่าเพลงในการนำทัพของเขาไปเดินไปข้างหน้าคือเรียกได้ว่าทำแบบสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเลย

ซึ่งหลังจากการรบทหารเยอรมันที่ประจำการกได้ทำการวางอาวุธแล้วก็ยอมแพ้ภายใต้การนำของ JOHN MALCOLM THORPE จึงทำให้เขาได้เหรียญเป็นครั้งที่สองแล้วและยังไม่จบเพียงเท่านี้เขายังไปรบที่อิตาลีในปนี1943เขาได้รับภารกิจให้นำหน่วยของเขาไปโจมตีที่ตั้งปืนใหญ่ของเยอรมันในเมืองเล็กๆ

ดังนั้นพอไปถึงหน่วยคอมารโดของเขามีจำนวนที่น้อยกว่ามากเลยเขาเลยเลือกที่จะวางแผนโจมตีพวกเยอรมันในเวลากลางคืนโดยที่จะใช้วิธีแบบซุ่มเงียบไปเขาได้ให้ทหารกระจายตัวออกไปล้อมรอบหมู่บ้านเอาไว้แล้วก็ทำการตระโกนและยิงเข้าไปในหมู่บ้านทำให้พวกเยอรมันตื่นตกใจแล้วคิดว่า

ฝั่งสัมพันธมิตรมีจำนวนทหารมากกว่าเยอรมันในขขณะเดียวกันตัวเขาเองและผู้ช่วยของเขาที่เป็นผู้หมู่คนนึงได้แอบเข้าไปในหมู่บ้านแล้วได้ทำการจับเฉลยมาได้42คนเลยด้วยการกระทำในครั้งนี้เขาได้รับรางวัลเป็นเหรียญกล้าหารอีกอันนึงแต่ไม่ใช่เหรียญแบบเดิม

โดยในการรบครั้งนั้นเขาดันทำดาบของเขาหายไปในหมู่บ้านที่อิตาลีแต่แทนที่เขาจะไม่สนใจแล้วทิ้งไปเขานั้นก็ได้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านนั้นคนเดียวเพื่อไปตามหาดาบของเขาและเขาก็พบเจอดาบของเขาก็เรียกได้ว่าเป็น JOHN MALCOLM THORPE สมชื่อจริงๆ

 

สนับสนุนโดย.  aesexy

เทพเจ้าของญี่ปุ่นและความหมายของความเชื่อของเทพแต่ละองค์ 

ความเชื่อของเทพแต่ละองค์  หากคุณได้เคยไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นหรือเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นคือหนึ่งในประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาลเจ้าเป็นจำนวนมากและศาลเจ้าแต่ละแห่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็จะมีรูปปั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอยู่ซึ่งคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรานี้มากไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็มักจะไปขอพร 

เรามาดูกันว่าความหมายและความเชื่อของเทพเจ้าแต่ละองค์ที่คนญี่ปุ่นให้ความเคารพนับถือนั้นมีแบบไหนกันบ้างและมีองค์เทพไหนบ้างที่เป็นศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น 

         สำหรับใครที่อาจจะไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับข้อมูลของญี่ปุ่นมากนัก แต่ถ้าหากเป็นคนที่อ่านหนังสือการ์ตูน หรือเล่นเกม ก็อาจจะเคยรู้จักองค์เทพเหล่านี้ผ่านตามาบ้าง เนื่องจากว่า  เทพเจ้าของญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่อสื่ออย่างหนังสือการ์ตูนต่างๆ

รวมถึงสถานที่หลายแห่งในญี่ปุ่นเราก็จะเห็นว่ามีทั้งรูปปั้นศาลเจ้าหรือรูปภาพเพื่อบูชาเทพที่นำพาความโชคดีหรือปัดเป่าภยันตรายต่างๆเรามาดูกันครับว่าเทพที่ทุกคนเคยได้เห็นจากสื่อหรือสถานที่ต่างๆนั้นมีชื่อว่าอย่างไรกันบ้าง

 เทพเจ้าคันนน หรือเจ้าแม่กวนอิมนั่นเองเป็นเทพแห่งความเมตตากรุณาวัดหลายแห่งในญี่ปุ่นจะบูชาเทพเจ้าคันนนจึงมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมอยู่ในวัดมากมาย อะเกียวและอันเกียว  มักจะมีรูปปั้นของคนที่คอยเฝ้าประตูทางเข้าวัดญี่ปุ่นก็คืออาเกียวและอันเกียวนั่นเองเป็นเทพของความโกรธเกรี้ยวความรุนแรงความแข็งแกร่งและพละกำลังถืออาวุธหอกอยู่เสมอ  

           ไรจินและฟูจิน  ได้ชื่อว่าเป็นเทพอสุนีบาตและเทพวายุเป็นเทพแห่งสายฟ้าฝนและลมมักทำให้เรือล่มและทำความเสียหายแก่ไร่นาชาวญี่ปุ่นซึ่งหวาดกลัวปรากฏในรูปลักษณ์ของปีศาจพี่ชายกับน้องสาวสิหน้าดุร้ายยืนอยู่บนก้อนเมฆถือถุงลมและตีกลองเพื่อทำให้ลมพัดแล้วฟ้าร้องเชื่อกันว่าแต่เดิมเป็นมารที่มุ่งทำลายดินแดนแห่งพระพุทธต่อมาจึงถูกจับและเปลี่ยนมารับใช้พุทธศาสนาแทน

            โฮเท ผู้ที่เป็นเทพแห่งความสุขและความรู้จักพอเชื่อว่าช่วยทำมาค้าขายดีมากตั้งรูปปั้นเทพนี้เอาไว้ที่ทางเข้าร้านค้ามีรูปลักษณ์เป็นชายร่างท้วมถือถุงย่ามใบใหญ่และพัด  ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรดูร่าเริงรู้จักกันในชื่อพระหัวเราะ   

        เทพสึคิโยมิ  เป็นเทพแห่งดวงจันทร์เป็นพี่น้องกับเทพ อามะเทราสึ มีรูปลักษณ์เป็นชายสุขุมนุ่มนวลในอดีตอยู่ด้วยกันกับเทพอะมะเทราสึอยู่บนสวรรค์จนเกิดเรื่องมั้งใจกันจึงได้ย้ายไปอยู่อีกฟากฟ้าจนเกิดเป็นกลางวันกลางคืนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    WM Casino

ตำนานทูตสวรรค์หลุยซิเฟอร์

ตำนานทูตสวรรค์หลุยซิเฟอร์ เนื่องจากนี้ถ้าหากเราจะมองตามหลักเหตุผลไม่เอาตำนานเรื่องเล่าขานอะไรมาเกี่ยวข้องมันก็มีความคิดหนึ่งที่น่าสนใจเลยได้เป็นความคิดจากครูสอนศาสนาและก็นักจิตเวทยาหลายๆคนเขาก็จะบอกว่าการมีซาตานมันก็เลยตอบโจทย์ในด้านความสมบูรณ์แบบของพระเจ้า

ซึ่งในความเชื่อหลักๆจะบอกว่าพระเจ้าคือผู้สร้างที่สมบูรณ์แบบแต่ว่าไม่เคยทำอะไรผิดเลยแต่ว่าบนโลกมนุษย์ทำไมที่พระเจ้าได้สร้างขึ้นมากลับมาความยากลำบากอยู่ทุกย่อมหญ้าเลยความโหดร้ายที่มนุษย์ได้ฆ่ากันเองมันมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยมันเกิดขึ้นจากอะไรถ้าพระเจ้าดีจริงๆทำไมถึงได้สร้างสิ่งที่มีความคิดชั่วร้ายแบบนี้ขึ้นมาล่ะ

ดังนั้นเองเราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวร้ายขึ้นมาเพื่อที่จะได้อธิบายเรื่องร้ายๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นพอได้มีอะไรร้ายๆขึ้นมาก็โยนทิ้งให้ซาตานหมดเลยตัวอย่างหนึ่งจากเรื่องราวดังกล่าวก็คือช่วงที่มีภัยพิบัติสิบประการของอียิปต์ที่พระเจ้าไปทำนายเอาไว้ว่าบุตรหัวปีทั้งหลายของชาวอียิปต์จะต้องตาย

นอกจากนี้ถ้าใครมีความคิดแล้วว่าทำไมพระเจ้าถึงได้โหดถึงขนาดนี้จะลงมาฆ่าลูกเล็กเด็กแดงแบบนี้ทั้งหมดเลยหรอก็เลยมีบางคนได้บอกว่าการตายของผู้คนในครั้งนี้ไม่ใช่น้ำมือของพระเจ้าแต่ว่าเป็นฝีมือของอสูรร้ายที่มีชื่อว่ามักเทม่าตัวนี้ก็จะเป็นทูตแห่งภัยพิบัติที่ได้ปรากฏตัวอยู่ในพระคัมภีร์มรณะแห่งเดดซีต้องขอบอกก่อนว่าตรงนี้มันไม่ใช่พระคัมภีร์ที่ชาวคริสต์เขาไม่ถือว่าเป็นพระคัมภีร์แต่หากเราได้อ่านมันก็จะมีอสูรตัวนี้ปนอยู่ด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วมัดเทม่ามันได้เป็นทูตสวรรค์ตัวหนึ่งที่มันได้ควบคุมอสูรร้ายมันจะสามารถควบคุมทำให้อสูรพวกนี้ไปทำร้ายหรือมอบความซวยให้กับมนุษย์ได้คุณเคยสงสัยกันไหมว่าคำว่าซาตานมันแปลว่าอะไรและทำไมบางทีฝรั่งเขาถึงได้ใช้คำว่าซาตานเดวิดที่แปลกว่าปีศาจล่ะ

ซึ่งคำว่าซาตานได้มาจากภาษาฮิบรูที่แปลว่าฝ่ายตรงข้ามคู่อริหรือว่าศัตรูอะไรแบบนี้และศัตรูที่ว่านั้นก็คือศัตรูของฝ่ายดีนั่นเองและคำว่าซาตานที่คนสมัยก่อนเขาได้ใช้กันก็จะไม่ได้หมายถึงปีศาจกันอย่างเดียวแต่จะเหมาะรวมถึงความชั่วร้ายทุกสิ่งที่เป็นด้านมือของมนุษย์เรา

โดยคำว่าวาตานต่อมาก็เลยกลายมาเป็นชื่อของเจ้าชายแห่งความมืดหรือว่าหัวหน้าของปีศาจตามความเชื่อของอับราฮัมอย่างเช่นศาสนายิวศาสนาคริสต์แล้วก็ศาสนาอิสลามและหนึ่งในเรื่องราวที่แสดงให้เห็นแนวคิดว่าซาตานว่าเป็นคั่วตรงข้ามกับพระเจ้าและทุกอย่างที่ชั่วร้ายขึ้นมาได้เกิดขึ้นมาจากซาตานนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    wm เครดิตฟรี 100

ประวัติเมืองเชียงใหม่ สมัยราชวงศ์มังราย 

          เมื่อประมาณ 700 ร้อยปีมาแล้ว ประวัติเมืองเชียงใหม่ ในสมัยนั้นเป็นช่วงสมัยที่พระยามังรายเป็นผู้ครองนคร และมีการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่นี้เป็นราชธานี  ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงประมาณปี พ.ศ. 1839  ซึ่งในตอนนั้นเราเรียกที่นี่ว่า อาณาจักรล้านนา  และมีชื่อว่า นพบุรีศรีนาครพิงค์ เชียงใหม่ 

          สำหรับในอดีตนั้นเมืองเชียงใหม่นับได้ว่ามีการปกครองตนเองไม่อยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ของไทยเพราะมีกษัตริย์ของราชวงศ์มังรายคอยให้การปกครองนับได้ว่าเป็นมหานครที่ปกครองตนเองโดยอิสระและมีประวัติมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีซึ่งนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันก็มีวิวัฒนาการและมีการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนามาอย่างต่อเนื่องสำหรับการปกครองโดยกษัตริย์ของราชวงศ์มังรายนั้นมีการปกครองมาช่วงประมาณ 200 ปี

          หลังจากนั้นก็ได้เสียเอกราชให้กับกษัตริย์พม่าซึ่งในขณะนั้นอยู่ในช่วงปีพุทธศักราช 2101 ประวัติเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่กษัตริย์พม่าปกครองภายใต้ชื่อในนามของบุเรงนองและหลังจากที่ กษัตริย์บุเรงนอง สามารถเข้าควบคุมนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ได้ก็มีการดูแลและปกครองภายใต้การปกครองของกษัตริย์บุเรงนองมาโดยตลอดรวมถึงยังมีเหล่ากษัตริย์ของประเทศพม่าอีกหลายคนรวมแล้วถึง 200 ปีกว่าที่ประเทศไทยจะสามารถเข้ายึดครองเมืองเชียงใหม่และยึดกลายมาเป็นของประเทศไทยได้

           ซึ่งในขณะนั้นผู้ที่เท่าทำการยึดครองเมืองเชียงใหม่ได้นั้นก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโดยในขณะนั้นได้ทำการร่วมมือกันทำศึกสงครามเพื่อขับไล่ชาวพม่าให้ออกไปจากเมืองเชียงใหม่ได้เป็นผลสำเร็จซึ่งในขณะนั้นเมืองเชียงใหม่มีผู้นำภายใต้การปกครองของล้านนาไทยโดยพระยากาวิละและพระยาจำบ้านภายหลังจากที่ได้มีการยึดครองเมืองเชียงใหม่มาได้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีการสถาปนาเจ้าเมืองเชียงใหม่ขึ้นมา

           ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระเจ้ากาวิละที่ได้กลายเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่และเมืองเชียงใหม่ก็กลายเป็นเมืองของประเทศราชของกรุงเทพฯนับจากนั้นเป็นต้นมาภายหลังในช่วงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้มีการประกาศให้มีการยกเลิกเมืองประเทศราชเกิดขึ้นและนับแต่นั้นเป็นต้นมาเมืองเชียงใหม่จึงได้ถือว่าไม่ใช่เมืองประเทศราชของกรุงเทพฯอีกต่อไปภายหลังจึงมีการจัดตั้งเป็นจังหวัดเกิดขึ้นและมีการเรียกชื่อจังหวัดนี้ว่าจังหวัดเชียงใหม่จบจนมาถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง

          สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้นแต่เดิมเคยแบ่งออกเป็นยุคสมัยถึง 4 ยุคสมัยด้วยกันนับได้ว่าประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่นั้นมีความเก่าแก่และยาวนานมากโดยยุคสมัยของเมืองเชียงใหม่นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนที่จะมีการก่อสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นมานั่นคือยุคสมัยแรกต่อมาก็มีราชวงศ์มังรายมาเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองจึงเป็นยุคสมัยที่ 2 หลังจากนั้นถูกพม่ายึดครองและกลายเป็นเมืองขึ้นของพม่าและนี่คือยุคสมัยที่ 3 สุดท้ายในยุคสมัยที่ 4 นั้นก็คือการที่ประเทศไทยสามารถไปยึดเมืองเชียงใหม่กลับมาได้และกลายเป็นเมืองประเทศราชของไทยอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศไทยมาปัจจุบันนี้นั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  hiallbet

ตำนาน ปามุคคาเล่ 

        ตำนาน ปามุคคาเล่  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศตุรกีอีกแห่งหนึ่ง   โดยที่นี่นั้นปัจจุบันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเมืองเดนิซลี  โดยที่นี่เรียกว่าปราสาทปุยฝ้ายซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นมีอายุเก่าแก่มานับเป็นหมื่นๆปีแล้วโดยที่นี่มีน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ ซึ่งว่ากันว่าถ้าหากได้มีโอกาสมาแช่ที่น้ำพุร้อนแห่งนี้แล้วจะช่วยทำให้ผิวพรรณดีเปล่งปลั่งสวยงามมีน้ำมีนวล  

     โดยน้ำพุแห่งนี้ มีตำนานเล่าขานกันตั้งแต่สมัยชาวโรมันมาว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเธอเป็นคนที่ขี้เหร่ใครๆเห็นต่างก็พากันรังเกียจและหวาดกลัวหน้าตาของเธอทำให้ไม่มีคนในหมู่บ้านคนไหนอยากจะแต่งงานกับเธอเลยไม่ว่าเธอจะเดินผ่านไปไหนถ้าเห็นหน้าเธอต่างก็จะพากันหลบหนีทำให้เธอนั้นเสียใจเป็นอย่างมากและสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย

     และสถานที่ที่เธอมาฆ่าตัวตายนั่นก็คือบริเวณหน้าผาของ ตำนาน ปามุคคาเล่  แห่งนี้นั่นเองเธอได้กระโดดหน้าผาลงมาแล้วก็มาเจอกับแอ่งน้ำพุร้อนซึ่งตอนที่เธอกระโดดนั้นแทนที่เธอนั้นจะตายแต่ปรากฏว่าเธอกลับมีชีวิตรอดและที่สำคัญเมื่อเธอโผล่ขึ้นมาจากน้ำปรากฏว่าหน้าตาที่ขี้ริ้วขี้เหร่ของเธอนั้นกลับกลายเป็นหน้าตาที่มีความสวยงามผิวพรรณของเธอนั้นก็เป็นเปล่งปลั่งซึ่งตรงข้ามกับเธอคนเก่าจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

    หลังจากที่เธอนั้นกลายมาเป็นคนใหม่ที่มีความงดงามทำให้ผู้ชายในหมู่บ้านต่างก็พากันใฝ่ฝันอยากจะได้แต่งงานกับเธอในขณะเดียวกันก็มีท่านลอร์ดคนหนึ่งซึ่งปกครองเมืองเดนิซลีแห่งนี้ได้มาเย็นกิตติศักดิ์ความงดงามของหญิงสาวคนดังกล่าวเข้าจึงได้มาดูให้เห็นกับตาว่างามจริงสมคำร่ำลือหรือไม่และเมื่อเดินทางมาถึงและได้เจอกับหญิงสาวก็ทำให้ท่านหลอดนั้นตกหลุมรักหญิงสาวในครั้งแรกทันทีและท่านหลอดก็ได้ตัดสินใจขอหญิงสาวแต่งงานในที่สุด

           ดังนั้นที่ปามุคคาเล่ แห่งนี้จึงกลายเป็นน้ำพุร้อนที่มีการร่ำลือกันว่าหากได้มีการลงไปแช่ตัวก็จะช่วยบำรุงผิวให้มีความงดงามส่วนสาเหตุที่ทำให้การแช่ตัวในน้ำพุร้อนแห่งนี้ทำให้ผิวดีนั้นก็เพราะว่าที่นี่นั้นมีแร่ธาตุเกิดขึ้นมาเองจากธรรมชาติเป็นจำนวนมากเวลาที่เราไปแช่น้ำร้อนนั้นก็จะทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายของเรานั้นไปกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดทำให้ ผิวพรรณของเรานั้นสวยงามเปล่งปลั่งขึ้นมานั่นเอง

           ปัจจุบันที่ปามุคคาเล่ แห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนมักจะมาแช่น้ำพุร้อนแล้วที่นี่ยังมีการเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและมีการทำเป็นรีสอร์ทสปาเพื่อให้นักท่องเที่ยวนั้นได้มาแช่น้ำพุร้อนพื้นที่ผิวพรรณจะได้สวยงามเหมือนอย่างในตำนานนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  lovebet999