Archives กรกฎาคม 2021

หน้าที่ของยมทูตและความเชื่อของไทย

หน้าที่ของยมทูต สำหรับยมทูตว่ากันว่าเป็นผู้ที่มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณของผู้ที่พึ่งเสียชีวิตให้เดินทางไปยังดินแดนหลังความตายโดยหน้าที่ของยมทูตนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินผู้ตายแต่อย่างใดจะเป็นเพียงแค่คนที่ได้นำทางให้วิญญาณของคนตายได้เดินทางไปยังดินแดนหลังความตายด้วยความปลอดภัยเท่านั้นเพื่อจะไปรับคำตัดสินของผลกรรมต่างๆที่เคยได้ทำเอาไว้ก่อนตายนั่นเอง

โดยผู้นำพาดวงวิญญาณหรือว่ายมทูตนั้นจะมีปรากฏอยู่ในแทบทั่วโลกเลยและจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละความเชื่อตัวอย่างเช่นยมทูตตามความเชื่อของคนไทยว่ากันว่าเป็นกุมพันที่มีบุญน้อยจะมีหน้าตาที่ดุดดันตาโตมีสีแดงผิวดำแล้วก็นุ่งผ้าสีแดง

โดยจะมีภาระกิจหลัก หน้าที่ของยมทูต โดยการที่ไปรับตัวผู้หมดอายุขัยในโลกมนุษย์มาสู่ยมโลกในเวลาที่มทูตเขาได้ปฏิบัติงานจะประกอบไปด้วยหัวหน้าชุดก็จะเป็นคนที่มีบุญมากกว่าทหารยมทูตแล้วก็จะมีทหารยมทูตติดตามอย่างน้อยสองตนโดยหัวหน้าชุดยมทูตจะมีความแตกต่างจากทั่วไปคือเครื่องประดับเป็นสร้อยทองคำในมือจะถือโซตวนส่วนทหารยมทูตนั้นจะไม่มีเครื่องประดับใดๆในมือก็จะถืออาวุธทำหน้าที่ในการไปรับดวงวิญญาณของคนตายและนำพาไปพบพยายมราชเพื่อรับคำตัดสินของผลกรรมที่ได้ทำเอาไว้ก่อนที่จะตายนั่นเอง

นอกจากนี้เวลาที่ตายที่ได้ไปรับดวงวิญญาณของผู้ตายนั้นก็เขาก็จะไปเป็นชุดโดยจะไปครั้งละสามตนบ้างห้าตนบ้างหรือว่าเจ็ดตนบ้างแล้วแต่ว่าผู้ตายนั้นจะมียศมีตำแหน่งมีอำนาจในเมืองมนุษย์มากเพียงใดเพราะว่าบางทีคนเหล่านี้เมื่อตายไปแล้วอาจจะยังไม่รู้ตัวเลยคิดว่าตนเองนั้นยังคงยิ่งใหญ่เหนือกว่าผู้ใดอยู่เพื่อที่จะเป็นการข่มขวัญให้ยมโลกให้ยอมสยบแต่โดยดียมทูตจึงได้ทำงานกันเป็นทีมนั่นเอง

โดยที่เรื่องราวทั้งหมดนี้มันก็เป้นเพียงแค่ความเชื่อตัวเราเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ในสิ่งที่ได้พูดออกไปว่ามันได้เป็นจริงหรือเปล่าและก็เป็นลักษณะของยมทูตที่มีความเชื่อในลักษณะของไทย

ส่วนทางความเชื่อของอารยธรรมชองอียิปต์นั้นก็จะมีผู้นำพาดวงวิญญาณที่ได้ทำหน้าที่เหมือนกับยมทูตอยู่นั้นโดยผู้นำพาดวงวิญญาณของอียิปต์นั้นจะมีชื่อว่า Anubis โดยอนูบิส ว่ากันว่าเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งของอียิปต์ที่ได้มีบทบาทอย่างสำคัญเป็นอย่างมกเพราะว่าอนูบิสเป็นเทพเจ้าแห่งความตาย

ดังนั้นในการประกอบพิธีกรรมการทำศพต่างๆแบบอียิปต์โบราณและเรื่องราวในโลกของหลักความตายของมนุษย์ เทพอนูบิสก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องราวเหล่านี้ด้วย

 

สนับสนุนโดย.  หวยดี

โคลอสเซียม มีที่มาอย่างไร

โคลอสเซียม คือสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ เมื่อในสมัยยุคโรมันหรือเมื่อ2000ปีที่แล้ว เป็นสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและรอบๆนอกของโคลอสเซียมถูกสร้างโดยใช้ประตูทั้งหมดเลย ซึ่งสร้ามกีฬาที่ถูกสร้างโดยที่ใช้ประตูทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่หน้าทึ่งของคนในยุคนี้มากซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่การนำประตูมาใช้สร้างอย่างเดียวเพียงเท่านั้น

แต่มีมากมาย เช่นเป็นการใช้กลไกลต่างๆในการสร้างของโคลอสเซียม ที่มีทั้งระบบของลิปในการใช้ขนส่งคนหรือสัตว์ขึ้นไปในนั้น หรือ แม้แต่องศาต่างๆ การวางการจัดเรียงและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างต่างๆที่ใช้มีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก และมีใช้จูคนได้มากสูงสุด50,000-55,000 คน

ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันก็จะมีความกว้างหรือ ใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอลสถามกลางไปถึงใหญ่เลยทีเดียว แต่เพราะในสมัยนั้นไม่ได้มีเทคโนโลยีเหมือนสมัยนี้ดังนั้นก็เลยทำให้ได้รับความสนใจและเป็นสิ่งที่หน้าสนใจเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ซึ่งคนที่เริ่มคิดสร้างสนามกีฬา โคลอสเซียม ขึ้นมานั้นมีเหตุผลนั้นก็คือ ต้องการที่จะหยุดการใช้ความรุนแรงและการโกลหนในกรุงโรมันสมัยนั้น

เนื่องจากว่าจักวรรดิ สมัยนั้นได้เกิดวิกิเศรษฐ์กิจรุมแรงเป็นอย่างมากเพราะว่า จักรพรรดิเนโร จักรพรรดิองค์ที่5ของโรมัน ได้ทำการขึ้นภาษีจากประชาชนเป็นอย่างมากเพราะว่าจะทำการสร้างปราศาจขนาดใหญ่ใจกบางกรุงโรมและสร้างรูปปั่นทองคำ100% เพื่อที่จะได้ทราบ ศักยภาพของเขาให้ทั้งโลกได้เห็นว่ากรุงโรมนั้นไม่ได้เป็นที่2แต่อย่างได้

และเนื่องจากนี้เป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนออกมาต่อต้านการเก็บภาษีที่ไม่ได้เป็นธรรมสักเท่าไหร่จึงเกิดการก่อประติวัตกันอยู่อย่างหลายปีซึ่งทางจักรวรรดิ เนโร ซึ่งต้องการที่จะหยุดการประติวัต ก็ได้ทำการติดต่อกับแม่ทัพคนหนึ่งที่มีผลงานจากการสู้รบชนะประเทศอังกฤษนั้นตอนนั้น ซึ่งมีชื่อว่า เวสเปเซียน (VESPASIAN) ซึ่งคนๆนี้ได้เป็นคนที่คิดที่จะทำการสร้าง โคลอสเซียม แห่งนี้ขึ้นมา และจะได้เป็นจักพรรดิคนต่ออีกด้วย และหลังจากที่ เวสเปเซียน(VESPASIAN) ได้รับคำสั่งนี้ก็สามารถทำให้กรุงโรมกลับมาสงบอีกครั้งได้

และจากความสงบนั้นได้ไม่นานเพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการเก็บภาษีแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้มีการก่อประติวัตกันเกิดขึ้นอีกครั้งแต่มีความรุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่าตัว จึงทำให้จักพรรดิเนโร จึงต้องยอมสระตำแหน่งลง และตัวเนโร รู้ว่าการที่จะสระตำแหน่งลงนั้นจะต้องโทษประหารอยู่แน่เขาจึงทำการอัตวินิบาตกรรมเพื่อหนีโทษการประหารนั้นเอง

และหลังจากการที่เนโร ทำการอัตวินิบาตกรรม นั้นก็ยังเกิดเศรษฐกิจวิบัดอยู่นั้นซึ่งมีลักษณะยาวนานกว่า 3จักรพรรดิเลย ซึ่งก็ได้มีการประชุมกันว่าจะทำการแก้ปัญหาตรงนี้กันอย่างไรดี และก็ได้มีมัสติกันว่าให้ทำการติดต่อไปหา เวสเปเซียน(VESPASIAN) เพื่อมารับตำแหน่งจักรพรรดิ และกลับมาแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ และ เวสเปเซียน(VESPASIAN) ก็ได้คิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้ผู้คนกลับมาศรัทธาและเขาก็ได้คิดสร้างสนาม แห่งนี้ขึ้นมานั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    heng868