Archives มีนาคม 2021

ประเพณีสารทจีน

         สำหรับประเพณีสารทจีนนั้นนับได้ว่าเป็นประเพณีที่ปกติแล้วจะเห็นคนจีนมีการจัดประเพณีกันในทุกๆปีซึ่งนับได้ว่าเป็นประเพณีที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่ยาวนานไม่สามารถระบุได้ว่าประเพณีมีการเริ่มต้นมาตั้งแต่ในช่วงปีพุทธศักราชที่เท่าไหร่แต่ที่แน่ๆก็คือเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนจีนโดยตรงแต่ต่อมาได้มีการแผ่ขยายมายังคนไทย

เนื่องจากว่ามีชาวจีนส่วนใหญ่มาตั้งรกรากที่เมืองไทยและมีครอบครัวที่เมืองไทยหลังจากนั้นก็พาคนในครอบครัวกราบไหว้บรรพบุรุษในช่วงวันสารทจีนจึงทำให้ปัจจุบันนี้ประเพณีวันสารทจีนจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นคนจีนหรือคนฮ่องกงหรือคนไต้หวันรวมถึงคนไทยก็จะมีการจัดพิธีไหว้นำอาหารมาเซ่นไหว้ให้กับวันบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงวันสารทจีน

         สำหรับประเพณีวันสารทจีนนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีซึ่งในแต่ละปีนั้นจะไม่ตรงกันขึ้นอยู่กับว่าจะตรงกับวันที่เท่าไหร่โดยจะมีการยึดเอา ตรงกับวันจับโหงวสำหรับขั้นตอนประเพณีการไหว้วันสารทจีนนั้นมีลักษณะการไหว้ใกล้เคียงกับวันตรุษจีนซึ่งของไหว้นั้นก็ไม่แตกต่างกันโดยปกติแล้วบ้านไหนที่จะมีการไหว้วันสารทจีนก็จะต้องมีการเตรียมผลไม้ 5 อย่าง

ซึ่งผลไม้แต่ละอย่างนั้นก็จะต้องมีความหมายไปในทางที่ดีซึ่งจะต้องมีการศึกษาว่าผลไม้ชนิดไหนที่ไม่สามารถนำมาไหว้ได้โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะนำผลไม้เช่นองุ่น  กล้วย   Apple   สับปะรด   สาลี่และส้ม เป็นต้นในการนำมากราบไหว้แต่ก็ยังมีผลไม้ชนิดอื่นๆที่สามารถนำมาไหว้ได้เช่นเดียวกันในขณะเดียวกันก็จะต้องมีการเตรียมอาหารคาวนั่นก็คือจะต้องมีการเตรียมไก่ต้ม  เป็ดต้ม หมูสามชั้นต้ม  ปลาต้ม  และปลาหมึก หรือบางบ้านจะใช้เพียงแค่ 3 อย่างก็ได้

ส่วนกับข้าวนั้นก็แล้วแต่ว่าบ้านไหนอยากจะเต็มอะไรซึ่งส่วนใหญ่แล้วกับข้าวถ้าหากเป็นเส้นก็จะปล่อยให้เป็นเส้นยาวจะไม่ตัดไม่ขาดเพราะถือว่าไม่เป็นสิริมงคลนั่นเองอีกทั้งยังต้องมีการเตรียมกระดาษเอาไว้เซ่นไหว้ซึ่งกระดาษที่มีการเตรียมเอาไว้ก็จะเป็นกระดาษเงินกระดาษทองรวมถึงจะต้องมีขนมหวานซึ่งปกติแล้วขนมหวานที่มีการนำมากราบไหว้ในประเพณีวันสารทจีนนั้นจะเป็นขนม  เข่งขนมเทียน  

ที่สำคัญจะต้องมีน้ำชาเอาไว้กราบไหว้รวมถึงมีข้าวสวยที่หุงสุกเรียบร้อยแล้วซึ่งจะมีการไหว้ทั้งหมดด้วยกัน 3 จุดก็คือจุดแรกจะเป็นการไหว้เจ้าที่เจ้าทางจุดที่ 2 ก็จะเอาไว้สำหรับไหว้บรรพบุรุษทั้งหลายและจุดสุดท้ายที่จะเอาๆนั่นก็คือนำไปไหว้วิญญาณเร่ร่อนซึ่งปกติแล้วการนำอาหารแปลว่ายืนยันเร่ร่อนนั้น

จะทำใส่กระทงเล็กๆนำไปวางไว้ตรงบริเวณทางสามแพร่งหรือบริเวณหน้าบ้านนั่นเองสำหรับการว่ายน้ำจะต้องมีการทำพิธีให้เสร็จสิ้นก่อนเที่ยงหลังจากนั้นก็เผากระดาษเงินกระดาษทองก็เป็นการเสร็จสิ้นพิธีการไหว้ในวันสารทจีนนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  กริลแอร์

ประวัติพระพุทธเจ้า สาเหุตที่ออกบวชเพราะอะไร

      อย่างที่เราเคยศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้าเอาไว้แล้ว ว่าพระองค์นั้นแต่เดิมก็เป็นเพียงแค่มนุษย์เหมือนกับคนอื่นทั่วทั่วไป แต่พระองค์ได้เกิดมาในวรรณะที่สูง เพราะได้เกิดมาเป็นเจ้าชาย และในอนาคตก็จะได้เป็นพระมหากษัติย์ที่มีอำนาจกว้างใหญ่ แผ่ไพศาล  แต่คุณรู้กันหรือไม่ว่าทำไม จากที่พระองค์ได้อยู่แต่ในที่ดีดี  กินดี อยู่ดี มีคนคอยรับใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง และไม่เคยต้องหยิบจับอะไรเองเลย แม้แต่จะกินก็ยังมีสาวใช้นำอาหารมาป้อนให้ถึงปาก แต่กลับละทิ้งทุกสิ่งแล้วมาบวช จนบรรลุกลายเป็นพระพุทธเจ้า ที่คอยเผยแพร่พระพุทธศาสนาและคำสอนให้กับคนเราให้พ้นทุกข์และไม่ให้ทำกรรมชั่ว

         หากใครยังไม่รู้วันนี้จะมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ทำให้ในที่สุดแล้วพระพุทธเจ้าเองก็ได้ตัดสินใจที่จะเกี่ยวกับทางโลกมาสนใจเกี่ยวกับการทำเพื่อเป็นการปลดทุกข์ให้กับตนเอง

           แน่นอนว่าในสมัยที่พระพุทธเจ้านั้นยังทรงไม่ได้บวชเป็นพระพระองค์นั้นก็เป็นเจ้าชายองค์หนึ่งซึ่งแต่เดิมนั้นนามของพระองค์นั้นก็คือเจ้าชายสิทธัตถะและแน่นอนว่าถ้าหากเราศึกษาประวัติความเป็นมาของศาสนาพุทธจะรู้ว่าในสมัยที่พระองค์ยังคงเป็นเจ้าชายอยู่นั้นพระองค์อยู่ในแต่ปราสาทราชวังและบิดามารดาของพระองค์นั้นก็ให้พระองค์เห็นแต่สิ่งที่สวยงามไม่เคยให้พระองค์เห็นคนแก่

หรือว่าเด็กเลยพระองค์จะเห็นแต่สาวๆหนุ่มๆที่ร่างกายกำยำจนในที่สุดนั้นเมื่อพระองค์อายุ 29 ปีด้วยความที่ตลอดชีวิตของพระองค์นั้นอยู่แต่ในวังพระองค์จึงรู้สึกว่าพระองค์เบื่อหน่ายอยากจะลองดูโลกกว้างบ้างว่าด้านนอกนั้นเขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรซึ่งเมื่อพระองค์ตัดสินใจได้

ดังนั้นจึงได้มีการออกจากปราสาท 3 ฤดูซึ่งพระราชบิดาและพระราชมารดาของพระองค์นั้นได้มีการสร้างเอาไว้ให้โดยในครั้งนั้นพระองค์แอบหนีออกจากปราสาทราชวังของพระองค์ด้วยการนั่งรถม้าพร้อมกับคนใช้ส่วนตัวให้ออกไปเห็นโลกภายนอกด้วยกันซึ่งหลังจากที่พระองค์ได้ออกมาเห็นว่าด้านนอกปราสาทราชวังของพระองค์นั้นมีความเป็นอยู่อย่างไรก็ทำให้พระองค์นั้นรู้สึกสลดใจเพราะพระองค์เห็นทั้งคนแก่  เห็นทั้งเด็กทารก และยังมองเห็นคนป่วยซึ่งนอนป่วยโดยที่ไม่มีหมอมารักษา  เห็นเหล่าขอทานทั้งหลาย

ซึ่งแน่นอนว่าในปราสาทราชวังของพระองค์นั้นสิ่งต่างๆเหล่านี้พระองค์ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยทำให้พระองค์นั้นตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมากและเมื่อเห็นแล้วว่าจริงๆแล้วโลกที่พระองค์อยู่นั้นไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดพระองค์ก็เลยมีความคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะหนีพ้นจากสิ่งที่พระองค์เห็นอยู่ในขณะนี้ซึ่งพระองค์มองว่าการที่มีโรคภัยไข้เจ็บอันที่มีคนตายนั่นคือเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นต้องเผชิญและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ดังนั้นพระองค์จึงต้องการที่จะพ้นทุกข์จากสิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อพระองค์คิดได้ดังนั้นในที่สุดพระองค์ก็ตัดสินใจที่จะออกบวช

         สำหรับสิ่งที่ทำให้พระองค์เห็นว่ามีทั้งเกิดแก่เจ็บตายไปในโลกของเรานั้นเป็นการที่ฑูตสวรรค์ได้มีการลงมาแสดงภาพให้กับเจ้าชายสิทธัตถะได้เห็น

           ซึ่งหลังจากที่พระองค์ตัดสินใจที่จะออกบวชก็ได้มีการเดินทางไปยังแม่น้ำอโนมานาทีหลังจากนั้นพระองค์ก็ใช้มีดที่พกมาผมตนเองแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งเสื้อผ้าที่พระองค์เตรียมมาเปลี่ยนนั้นเป็นผ้าที่ย้อมมาจากสีของเปลือกไม้จึงทำให้เป็นสีฝาดส่วนเสื้อผ้าที่ใส่ออกมาจากพระราชวังนั้นพระองค์ก็ให้คนรับใช้ของพระองค์นำกลับไปเก็บไว้ที่พระราชวังเหมือนเดิมและพระองค์ก็เดินทางออกไปตามแคว้นต่างๆเพื่อเสาะหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์โดยที่พระองค์นั้นไปคนเดียวไม่ได้เอาคนรับใช้ไปด้วย

     และนี่เองคือที่มาว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงได้มีการออกบวชนั่นก็เพราะว่าพระองค์มองเห็นสัจธรรมของโลกว่าทุกคนนั้นไม่สามารถหลีกผลการเกิดแก่เจ็บตายได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี