Archives กันยายน 2020

กฎหมายในรัชสมัยรัชกาลที่5

สำหรับกฎหมายที่ได้ใช้กันในสมัยก่อนในรัชกาลที่5ก็จะเป็นกฎหมายตรา3ดวงยังจำกันได้หรือไม่ในห้องเรียนคือกฎหมายเหล่านี้ได้บัญญัติขึ้นมาก็เพื่อให้โทษของกฎหมายนั้นได้มีความเด็ดขาดรุนแรงไม่ให้อ้ายหรือว่าอีหน้าไหนมาเรียนเอาไปเป็นแบบอย่างคิดที่จะทำร้ายผู้อื่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำร้ายแผ่นดินจนบางครั้งมันก็น่าแปลกใจว่าสังคมที่สงบสุขอย่างอยุธยามันจะต้องมีกฎหมายอะไรโหดๆแบบนี้ขึ้นมาหรือเพราะว่ามันมีกฎหมายโหดๆแบบนี้กฎหมายมันเลยสงบสุข

ซึ่งคนส่วนใหญ่แล้วคนที่โดนบทลงโทษอย่างหนักก็มักจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวพระมหากษัตริย์เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมันจะมีเรื่องราวการชิงแผ่นดินอะไรขึ้นมาแน่นอนแล้วว่าพวกกฎหมายร้ายแรงกว่านี้มันก็จะต้องไปกระทบกับพวกขุนนาง

เนื่องจากนี้ในสมัยก่อนสิ่งที่มีอำนาจสูงสุดในการลงโทษก็จะขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์ก็อาจจะถือได้ว่ากฎหมายอาจจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือของกษัตริย์ที่จะใช้กำจัดขุนนางนอกแถว

ซึ่งในการประหารแบบไทยๆมันก็ไม่ใช่ฟันทีเดียวแล้วตายเลยอย่างฝรั่งเลยมันตายง่ายเกินไปมันจะต้องมีการทรมานก่อนเราจะพูดไปทีละขั้นๆถ้าได้อ่านเรื่องนี้จบแล้วเพื่อนอาจจะคิดว่าการประหารด้วยท่อนจันทร์หรือว่าการตัดหัวมันอาจจะเป็นการประหารที่แบบพระกรุณาอย่างยิ่งมากๆเลยก็ว่าได้

ดังนั้นโทษทัณฑ์สมัยก่อนมันก็จะมีตั้งแต่การภาคทัณฑ์ไปจนถึงประหารกันเลยทีนี่เรามาเริ่มกันเบาะๆกับโทษทัณฑ์แบบเบาๆกันก่อนดีกว่าการลงโทษแบบเบาะๆแบบกฎหมายไทยก็จะมีด้วยกัน11อย่าง

ซึ่งในการลงโทษเหล่านี้ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนก็จะเป็นพวกชาวบ้านและเราจะมาเข้าสู่ช่วงเรื่องเล่าชาวบ้านถึงแม้ว่าพวกโทษต่างๆเหล่านี้มันเป็นของชาวบ้านเพราะว่ามันจะเป็นพวกประเภทเป็นโจนลักทรัพย์ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมันก็จะมีตั้งแต่การตีด้วยหวายการตัดนิ้วการตัดเทาทั้งสองการตักหูทั้งสองการตัดมือตัดจมูกแหวะปากจับเข้าคุกประหารหรือว่าจับเสียบทั้งเป็น

นอกจากนี้จากจดหมายของพวกฝรั่งที่เข้ามาเยือนในเมืองไทยเขาก็ยังบอกอีกว่ามันยังมีการลงโทษโดยให้เดินลุยน้ำลุยไฟอีกด้วยและในวิธีการนี้มันก็จะเป็นพิธีการจับพิรุธเสียมากกว่าคือให้ขุดรางแล้วให้ใส่ถ่านร้อนๆเข้าไปยาวๆเสร็จแล้วก็จะให้จำเลยเดินเข้าไปเยียบคือเท้าให้พองก่อนคนนั้นแพ้ความเรียกได้ว่ามันไม่ต่างอะไรกันเลยจากแม่มดที่ทำการสืบสวนของพวกฝรั่งกันเลยทีเดียว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

การเล่นผีของชาวมอญที่จังหวัดราชบุรี

สำหรับการเล่นผีของชาวมอญนี้จะเล่นกันเฉพาะในวันสำคัญคือวันสงการต์การเล่นผีของชาวมอญในจังหวัดราชบุรียังคงมีการอนุรักษ์เอาไว้เพราะเนื่องจากว่ายุคสมัยที่มีวัฒนาการต่างๆก้าวหน้าไปการเล่นผีของชาวมอญก็จะค่อยๆหายไปแล้วทำให้ผู้คนอื่นๆเขาจะไม่ค่อยรู้กันว่าชาวมอญได้มีการละเล่นผีแบบนี้กันจริงๆหรือไม่วันนี้เราได้รวบรวมการเล่นผีของชาวมอญมาให้ทุกคนได้รับฟังกันว่าการเล่นผีของชาวมอญนั้นได้มีการเล่นกันยังไง

เราจะพูดถึงความรู้กันก่อนว่าการเล่นผีของชาวมอญจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีเพราะเนื่องจากว่าเจ้าพิธีจะมีหน้าที่สำคัญในการเชิญผีเข้ามาในร่างแล้วก็เชิญผีออกจากร่างรวมไปถึงการรวบคุมการกำกับการดูแลร่างเพื่อไม่ให้ร่างเกิดอัตรายจากการเล่น

เนื่องจากว่าเวลาที่ผีได้เข้าสิงร่างผู้เล่นจะไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้จำเป็นที่จะต้องมีเจ้าพิธีอัญเชิญผีเข้าโดยการจุดธูปเทียนมีดอกไม้เป็นเครื่องบูชาแล้วถ้าหากว่าจะเชิญผีออกจากร่างก็จะต้องส่งเวียงดังๆเข้าไปที่หูโดยทำผ่านเจ้าพิธี

โดยการเล่นผีของชาวมอญไม่ใช่เป็นการเข้าร่างขอหวยขออะไรแต่นี่มันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานชาวบ้านว่ากันว่านี่คือสีสันประจำประเพณีสงการต์ของชาวมอญกันเลยหากประเพณีสงการต์ไม่มีการเล่นผีจะถือว่ามันไม่สมบูรณ์แบบเราก็เลยไปหาข้อมูลในการเล่นผีต่างๆของชาวมอญว่าเขามีการเล่นผีอะไรกันบ้าง

สำหรับเรื่องแรกที่ชาวมอญชอบเล่นกันก็คือผีกะลาการเล่นผีกะลานั้นคนดูก็จะมีการนั่งล้อมวงกันแล้วจะมีผู้เล่นนั่งอยู่ตรงกลางและเจ้าพิธีหรือคนที่เขาคอยดูแลร่างทรงจะทำการปิดตาผู้เล่นจุกธูปเทียนเชิญผีเข้าสิงในร่างกลุ่มผู้เล่นคนดูจะเริ่มเรียกร้องผีเข้ามาสิงโดยการปรบมือกันเป็นจังหวะแล้วทุกคนจะร้องพร้อมกันว่ากุกุกะมาเยอ เร็วเข้าๆจะเป็นการร้องซ้ำๆแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีสิงเข้ามาสิงในร่าง

นอกจากนี้เมื่อได้มองเห็นผู้เล่นเริ่มจะมีอาการตัวสั่นก็จะเร่งจังหวะที่เร็วขึ้นๆเพื่อให้รู้ว่าผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเมื่อผีได้เข้ามาสิงร่างแล้วเจ้าพิธีจะทำการเปิดผ้าที่ปดตาออกผู้เล่นจะเริ่มเคราะกะลาตามจังหวะเพลงที่ชาวบ้านที่กำลังร้องกันแล้วก็มีการรำกันบางทีคนดูก็อินไปจนถึงรำเป็นเพื่อนของร่างทรงคนนี้ด้วยเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

อาถรรพ์เมืองลับแลกลางป่าเปลี่ยว

สุขใดเล่าเท่ากับกินเหล้าเปิดเพลงหลังจากที่รุ่นน้องสองคนได้ออกไปซื้อเหล้าผมก็เบาเสียงเพลงคนเมาเต็มที่มักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพลงมันไม่ต่างอะไรกับบาร์ที่ชอบเปิดเพลงเสียงดังๆให้รู้ค้าฟังสักพักผมก็เปิดเพลงเพื่อชาร์จแบตเอาไว้รอเปิดตอนที่ซื้อเหล้ากลับมา

นอกจากนั้นลมที่เยือกเย็นมันก็พัดมาบรรยากาศชวนให้ขนลุกพิกลสักพักก็ได้มีเสียงดนตรีได้ลายตามลมมาถ้าผมจำไม่ผิดว่ามันเป็นเสียงแห่กลองยาวฉาบ แต ฆ้องจังหวะนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ซึ่งผมก็ได้คิดไปว่าใครมาแห่อะไรดึกที่วัดมีงานอะไรหรือเปล่าและผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากสักพักเอกกับป๊อบก็กลับมาเท่าที่ฟังเสียงบิดเร่งเครื่องมามันทั้งสองขี่รถไวจริงผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะพวกนี้เมาแล้วชอบขับรถไวทุกทีจากนั้นทั้งสองก็ได้ลงรถมาอย่างรีบๆและไม่มีท่าทีที่จะอยากดื่มเหล้าต่อผมก็เลยบอกมันว่าเมื่อไรจะเปิดเหล้ากูอยากกินเต็มทีแล้ว

นอกจากนี้หลังจากที่นั่งกินเหล้าอยู่ผมก็ได้ถามหาบุหรี่จากนั้นทั้งสองมันบอกว่ารถล้มแล้วหายและบอกว่าผมได้เจอของดีตอนที่ผมได้ไปซื้อเหล้าตอนไปไม่มีอะไรแต่ตอนกลับเท่านั้นแหละเจอของดียังไงผมได้ให้เอกขับเพราะว่าผมเมากว่ามันป๊อบบอกขากลับช่วงภูเขาบ้านตาหนองมีใครไม่รู้ได้ใส่ชัดขาวอยู่เต็มถนนเลยมีแตรวงด้วยเอกได้เห็นก่อนมันเลยชี้ให้ผมดูด้วยความเมาผมจึงตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังเฮ้ยทำอะไรกันขวางถนนเต็มไปหมดเลยจะไปไหนกัน

ซึ่งคนแถวนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยเห็นหน้าพวกมันไหมไม่เห็นเลยเห็นแต่พวกมันใส่ชุดขาวบางคนถืออุ้มมอะไรก็ไม่รู้คล้ายกับพานบางคนก็ถือธงบางคนก็ไม่ถืออะไรเลยมีคล้ายแตรวงนำหน้าสักพักผมได้มองว่าจะไปไหนกันพี่เชื่อไหมคนทั้งกลุ่ม20-30คนเดินเข้าไปในป่าทางเข้าบ้าน ตาหนอง 

หลังจากที่พวกเขาได้เห็นแบบนั้นเอกก็ได้ปล่อยรถล้มของที่ซื้อมาได้หล่นหมดพวกผมไม่ได้เก็บเลยรีบเอารถขึ้นแล้วบิดมาเลยหายเมาไปทันทีเหลือแต่เหล้าขวดเดียว สงสัยพวกมึงเจอดีเข้าให้แล้วแหละไม่ต้องกินกันต่อแล้วขนผมลุกขึ้นมาทันที

จากนั้นผมก็ได้สั่งให้พวกน้องๆเก็บของไม่ต้องกินแล้วป๊อบมึงจะกลับบ้านเลยไหมจะกลับบ้านยังไงเส้นทางบ้านผมต้องกลับไปทางเดียวกันที่พึ่งเจอดีมาผมไม่กล้าไปหลอกพี่ผมกลัวผีงั้นก็นอนที่นี่ก็ได้รุ่งเช้าค่อยกลับ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet

เรื่องราวที่สหรัฐทิ้งนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น

ระเบิดที่ได้นำเอาไปทิ้งที่ฮิโรชิมากับนางาซากิมันมีอะไรที่มากกว่าที่เรารู้ๆกันสหรัฐได้ปกปิดอะไรพวกเราเอาไว้แล้วรู้หรือไม่ว่าโตเกียวก็เคยตกเป็นเป้าปรมาณูแต่มันได้ถูกยกเลิกไปด้วยเหตุผลโง่ๆถ้าหากว่าเรื่องราวเหล่านี้ยังไม่เคยผ่านหูผ่าตาของเพื่อนๆบอกเลยว่ามันแน่ๆ 

ประเทศสหรัฐได้ให้ยาพิษแก้นักบินของตัวเองก่อนที่จะออกบินไปทิ้งระเบิดสหรัฐก็ได้ให้คำสั่งกับนักบินของตัวเองว่าพวกเขาจะต้องไปทำภารกิจอะไรสักอย่างหนึ่งแต่จะมีเพียงแค่สามนายเท่านั้นจาก12นายที่รู้ว่าแท้จริงแล้วภาระกิจของเขานั้นมันคืออะไรและที่ขนขึ้นมาบนเครื่องบินมันไม่ใช่แค่ระเบิดธรรมดา

นอกจากนั้นนักบินแล้วก็ลูกเรือก็ยังได้รับยาชนิดหนึ่งมันคือไซยาไนด์เป็นยาพิษที่ร้ายแรงโดยลูกเรือทุกคนได้รับคำสั่งว่าถ้าหากทำภารกิจผิดพลาดเครื่องบินถูกยิงตกเพราะว่าพวกเขาจะต้องตกลงตายเพราะว่าเครื่องบินแต่ถ้าหากว่าดวงแข็งรอดมาได้ก็อย่ากลับมาให้กินยาพิษนี้ซะเพราะว่าพวกนายทำภารกิจไม่สำเร็จ

ซึ่งสหรัฐจริงๆแล้วเขาก็ปิดบังอะไรเราไม่เยอะมากเลยและเรามาดูข้อต่อไปกันต่อเลยสหรัฐได้ปิดบังเรื่องอื่นอีกในตอนแรกสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธในข้อเท็จจริงที่ว่าระเบิดนิวเคลียร์มันมีกัมมันตรังสีที่มันจะส่งผลกับมนุษย์ไปอีกยาวไกลเป็นอย่างมาก

ทั้งนั้นสหรัฐก็ยังบอกว่าการโจมตีโดยการทิ้งระเบิดนี้มันเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่ามันจะมียอดของผู้เสียชีวิตน้อยกว่าการบุกเข้าไปโจมตีด้วยกำลังพลแล้วมันก็จะทำให้ญี่ปุ่นยอมอย่างง่ายดายแต่สิ่งที่เรารู้ๆกันอยู่ว่ามันน้อยหรือไม่และยังเก็บเอากำลังพลไปด้วยไม่รู้กี่คน

นอกจากนี้ก่อนหน้าที่จะมาทิ้งนิวเคลียร์จริงๆสหรัฐก็ได้วางแผนทิ้งนิวเคลียร์ที่แผ่นดินญี่ปุ่นอยู่หลายรอบหลักฐานอีกอย่างหนึ่งว่าสหรัฐเขาก็ตั้งใจที่จะมาทำการทดลองนิวเคลียร์ก็คือมีการซ้อมแบบหลอกๆ

โดยการทิ้งระเบิดน้อยๆที่มีลักษณะเหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์ที่ทิ้งในฮิโรชิมาและที่นางาซากิแต่ว่าระเบิดพวกนี้มันจะไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีอยู่

ซึ่งมันจะมีชื่อว่าระเบิดฝักทองชื่อเหมือนจะน่ารักแต่ความเสียหายไม่น่ารักเท่าไหร่ว่ากันว่าสหรัฐได้ทิ้งระเบิดพวกนี้ลงในแผ่นดินญี่ปุ่นราวๆประมาณ40กว่าลูกมันจะเป็นการทิ้งระเบิดเพื่อทำการทดสอบดูแรงของลมน้ำหนักหรือว่าอะไรทำนองนี้ก็ตามที่จะทำให้นิวเคลียร์ได้ลงมาและส่งผลได้อย่างแท้จริงเพื่อในการทำการทดลองแบบหลอกๆจากนั้นก็ได้ทิ้งระเบิดของจริงลงไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  betbb

ตำนานผีตีนกลับสุพรรณบุรี

สำหรับเรื่องราวสยองขวัญนี้ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีชายคนหนึ่งและเพื่อนๆเขาอีกจำนวนหนึ่งเขาได้ไปท่องเที่ยวกันที่งานวัดจากนั้นพอถึงเวลาพวกเขานั้นก็ชวนกันกลับรถกะทะคันเดิมที่พวกเขาได้นั่งอัดกันมาเที่ยวงานวัด

หลังจากที่พวกเขานั้นกำลังเดินทางกลับนั้นได้ใช้ถนนในเส้นทางหนึ่งไฟฟ้าก็ไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่แต่ก็ยังมองเห็นท้องถนนอยู่หลังจากนั้นที่พวกเขาได้ขับรถไปในถนนได้ในระยะหนึ่งก็พบเจอกับศาลไม้เก่าๆอยู่หลังหนึ่งแล้วก็มีต้นไม้ที่มีลำต้นค่อนข้างที่จะใหญ่ปกคุมไปทั่วบริเวณนั้นเป็นภาพที่บบอกได้เลยว่าถอดแบบออกมาจากหนังผีกันเลยทีเดียว

เนื่องจากนี้ในขณะที่พวกเขานั้นได้ขับรถผ่านโค้งไปโค้งหนึ่งอยู่เขานึกยังไงก็ไม่รู้ว่าเขานั้นได้พูดกับเพื่อนๆว่า เฮ้ยสถานที่ตรงนี้กูได้ยินมาวันมันมีคนตายถูกรถชนลำตัวบิดเบี้ยไปทั้งตัวพูดไปในทำนองของเรื่องผีตีนกลับหรือว่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ได้ถูกรถชนจนทำให้ลำตัวของเธอนั้นบิดเบี้ย

ซึ่งตลอดระยะทางที่พวกเขานั้นได้ขับกันไปมืดๆนั้นเขาก็ได้เล่าเรื่องนี้ไปเรื่อยๆถึงแม้ว่าในเวลานี้มันจะไม่ดึกเท่าไหร่ประมาณ5ทุ่มเศษแต่ถนนบริเวณนั้นมันโล้งผิดปกติมันน่าแปลกใจมากในเส้นทางที่เขาใช้นั้น

โดยปกติอย่างน้อยมันก็จะต้องมีรถผ่านมาสักคันหนึ่งแต่ในระหว่างทางที่ขับรถไปและก็เล่าเรื่องผีไปไม้เห็นรถคันไหนสวนมาเลยหรือแม้กระทั่งรถที่จะขับตามมามันก็ไม่มีเลยสักคันสองข้างทางมันเต็มไปด้วยทุ่งนาแสงสว่างก็ไม่มีจะมีแต่เพียงไฟหน้ารถเท่านั้นเองที่ส่องให้เห็นในช่วงระยะเวลานั้น

ในขณะที่เขาขับรถไปเรื่อยๆจังหวะนั้นตัวเขาได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนก้มหน้ามืดอยู่ในโพงข้างทางลักษณะเป็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดคล้ายกับพนักงานโรงงานแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวและตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่เพียงแค่พูดออกมาเบาๆว่าผู้หญิงคนไหนออกมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ

ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรหลังจากที่พูดจบเขาก็ได้ขับรถตามทางไปเรื่อยๆด้วยความเร็วประมาณ120ในจังหวะนั้นเองระหว่างทางที่เขากำลังขับรถไปได้เหลือบไปเห็นกระจกหลังรถภาพในกระจกได้สะท้อนให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในมุมมืดข้างทางเมื่อกี่นี้ที่เขาได้พบเจอว่ามีผู้หญิงใส่ชุดโรงงานแล้วยืนแขนแนบลำตัวกำลังเดินตามรถมาอย่างช้าๆมันน่าตกใจมากๆเพราะว่ารถของเขาวิ่งด้วยความเร็ว120กิโลเมตรแต่ที่เห็นลักษณะของผู้หญิงขาของเขาได้หันกลับไปด้านหลังและส้นเท้าด้านหลังได้ชี้มาด้านหน้าก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆเทียบเท่ากับความเร็วรถวิ่ง120เลย

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62