Archives เมษายน 2020

การแพร่กระจายของสัตว์เข้าสู่มนุษย์

จากการที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพอากาศรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านแวดล้อม ที่มันได้เปลี่ยนความสัมพันธ์กันในระหว่างมนุษย์รวมไปถึงสัตว์ป่าเพื่อที่จะทำให้มีความใกล้ชิดกันมากที่สุดกว่าในสมัยในอดีตมันจึงได้ทำให้การกระจายเชื้อจากสัตว์เข้าสู่คนมันได้กลายมาเป็นปัญหาเยอะมากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากจำนวนของโรคติดต่อจากสัตว์ที่มันได้เข้าไปสู่มนุษย์อีกทั้งยังมีโรคติดต่อเกิดขึ้นในระหว่างต่างสายพันธุ์มันได้ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงในส่วนต่างๆมันได้เป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคจากสัตว์ป่าเพื่อให้มันได้เข้าสู่มนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว

Ebola Virus

เนื่องจากนี้โรคไวรัสอีโบลา หรือ อีกหนึ่งชื่อที่พวกเรานั้นได้เรียกมันว่าโรคไข้หวัดอีโบลา ซึ่งมันได้เป็นเชื้อโรคที่มันได้เกิดขึ้นมาได้ปี1976 ภายหลังต่อมาก้ได้มีรายงานการเกิดการติเชื้อด้วยกันประมาณสองแห่งนั้นมันก็เป็นเมืองNzara South Sudanที่ประเทศซูดาน กับ เมืองYambuku,Congoประเทศคองโก และในสถานที่ที่มันได้มีการเกิดโรคระบาดเยอะที่สุดซึ่งมันได้เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่ได้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำอีโลลาจากนั้นมากมันก็ได้กลายมาเป็นของชื่อเชื้อโรคดังกล่าว นอกจากนี้โรคการติดต่อจากเชื้อไวรัสอีโบลานั้นมันสามารถที่จะติดต่อกันได้จากเลือดของเราเท่านั้นสารขัดหลั่ง

และอวัยวะของสัตว์ที่มันได้ติดเชื้อ เนื่องจากนี้ทางด้านทางการแพทย์ของประเทศแอฟริกาก็ได้มีหลักฐานที่จะยืนยันได้ว่า หากใครที่ได้ติดเชื้ออีโบลานั้น ซึ่งมันได้เกิดจากที่เรานั้นได้ไปถูกเนื้อต้องตัวอย่างสัตว์จำพวกลิงชิมแปนซีกอริลลาค้างคาวผลไม้รวมไปถึงเม่น ซึ่งบรรดาสัตว์เหล่านี้ที่มันกำลังตายอยู่กลางป่าฝนอีกทั้งโรคเชื้ออีโบลานั้นมันยังสามารถที่จะมีการแพร่กระจายเข้าไปสู่ในชุมชนได้อีกด้วย

เนื่องด้วยเป็นการติดต่อคนไปสู่คนไม่ว่าจะเป็นสารขัดหลั่งการสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อ จากนั้นหากใครที่ได้ติดเชื้ออีโบลานั้น ในช่วงระยะแรกมันอาจจะมีไข้ที่ระดับสูงอย่างเฉียบพลัลมีความอ่อนเพลียรู้สึกเมื่อยไม่ทั้งตัวเจ็บคอหรือว่ามีอาการปวดศรีษะ ต่อมา ในช่วงระยะที่สอง ใครที่ติดเชื้อก็จะมีอาการท้องเสียอาเจียนพื่นขึ้นตามลำตัวส่วนตับและไตก็จะเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย

นอกจากนี้ใครที่ป่วยจากการติดเชื้อในระยะที่สองนั้นมันจะทำให้มีเลือดออกทั้งภายในร่างกายและภายนอกของร่างกายหากผู้ป่วยอาการระยะที่สองนั้นได้มีเลือดออก ซึ่งมันก็จะมีโอกาสที่ทำให้คนคุณนั้นเสียชีวิตได้สูงมากสิ่งตับกับไตของผู้ป่วยนั้นเริ่มหยุดทำงานรวมไปถึงอวัยวะภายในที่ได้รับผลเสียเป็นอย่างมากและสำหรับในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิคซีนที่จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาได้อีกด้วย

ตำนานทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน  ประเทศอังกฤษ

        ที่ประเทศอังกฤษมีพระราชวังเก่าแก่แห่งหนึ่งที่เราเรียกกันว่าหอคอยแห่งอังกฤษที่นี่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเล่าลือกันว่ามีผีดุมากที่สุดในโลกที่หนึ่งเลยทีเดียวแต่ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวดูความงดงามหอคอยแห่งลอนดอนกันเป็นจำนวนมากแต่เมื่อใดก็ตามที่ท้องฟ้าเริ่มมืดนักท่องเที่ยวก็จะเริ่มห่างหายประชาชนบริเวณโดยรอบจะมีการปิดประตูหน้าต่างเงียบเพราะที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหอคอยที่เฮี้ยนมากที่สุดในโลก ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาสมัยตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1078 โดยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 ราชวงศ์อังกฤษ

โดยหอคอยแห่งนี้นั้นมีความงดงามอย่างมากและถูกก่อสร้างไว้อยู่ริมแม่น้ำลำคลองกรุงลอนดอนเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามติดอันดับโลกหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีจากชาวเมืองที่จะมีการต่อต้านราชวงศ์ดังนั้นกำแพงที่ล้อมรอบหอคอยจึงมีความสูงชันและแข็งแกร่งเป็นอย่างมากหลังจากที่พระเจ้าชานที่ 1 ขึ้นของราชหอคอยแห่งนี้ก็มีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงรื้อถอนไปบางส่วนถึงหอคอยนี้มีการสร้างมาประมาณพันปีแล้วแต่เรื่องเล่าที่เล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้เคยเป็นที่คุมขังนักโทษที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ไม่ว่าจะเป็นขุนน้ำขุนนาง

หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์เองหากใครที่ทำความผิดก็จะถูกขังและถูกประหารอยู่ที่นี่แล้ววิญญาณที่เฮี้ยนมากที่สุดที่มีคนกล่าวขานกันถึงบ่อยที่สุดก็คือเป็นวิญญาณของพระนางแอนน์ โบลินน์ โดยพระนางนั้นถือเป็นผีที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ที่สูงเนื่องจากพระนางเป็นพระมเหสีของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 โดยเป็นพระมเหสีองค์ที่ 2 และนางเสียชีวิตเนื่องจากถูกประหารเพราะจับได้ว่าคบชู้อีกทั้งหลายคนยังบอกว่านางนั้นเป็นแม่มด

ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทางยุโรปมีการล่าแม่มดทำให้ในช่วงนั้นหลายคนถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดกันเป็นจำนวนมากและบทลงโทษสำหรับพวกพ่อมดแม่มดนั่นก็คือการโดนเผาหรือไม่ก็การประหารด้วยการตัดคอซึ่งพระนางก็คือหนึ่งในนั้นที่ถูกตัดคอโดยเล่ากันว่าในช่วงที่มีการตัดขอบพระนางนั้นช่วงที่ศีรษะของพระนางขาดพระนางยังมีการจ้องมองด้วยดวงตาเบิกโพลงไปที่คนประหารนางอีกครั้งริมฝีปากของนางอเมริกาขมุบขมิบเหมือนนางกำลังไล่มนต์คาถาอยู่ สำหรับความผิดของพระนางนั้นไม่เป็นที่แน่ชัดว่านางครบทุกอย่างหรือไม่บางตำนานเล่าว่าเหตุที่พระนางถูกฆ่า

และถูกใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดเนื่องจากพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อยากจะแต่งงานใหม่จึงได้มีการคิดแผนการขึ้นเพื่อกำจัดพระนางจะได้มีการแต่งตั้งมเหสีองค์ใหม่เท่านั้นซึ่งใครก็ตามที่เดินทางมาที่หอคอยอังกฤษในช่วงเวลาค่ำคืนต่างก็จะเจอกับผีหัวขาดซึ่งในตอนแรกจะมองเห็นเป็นหญิงสาวเอาผ้าคลุมหัวเดินอยู่ตามระเบียงแต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆจะเห็นว่าที่มือของนางมีการหิ้วหัวเอาไว้ด้วยอีกทั้งมักจะได้ยินเสียงโซ่ตรวนและเสียงกรีดร้องของภูตผีปีศาจในทุกๆคืนจึงทำให้ช่วงเวลากลางคืนไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปเยี่ยมชมหอคอยแห่งอังกฤษแห่งนี้เลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

สัตว์กินคนที่กลายมาเป็นตำนาน

The lions of Njombe

สำหรับเรื่องนี้นั้นได้เกิดขึ้นมาภายในปีประมาณ1932 ที่แทนซาเนียที่มันได้อยู่เมืองจ็อมเบ เนื่องจากได้มีเหตุการของเจ้าสิงโตที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ได้หลุมออกมาจากในป่าได้เข้ามาทำร้ายคนอย่างเลือดเย็นจากนั้นเองทางด้านของสิงโตเองนั้นมันก็ได้ถูกควบคุมจากปีศาจแม่มดและหมอผีที่ได้อยู่ในชนเผ่าของท้องถิ่นที่ได้มีชื่อว่ามาตามูลา แมนเกรา

ซึ่งเขาได้ส่งฝูงสิงโตให้ออกมาทำร้ายผุคนหากใครที่ได้มีการเข้ามาลบหลู่เธอหรือว่าได้ทำการคิดที่จะต่อต้านกับเธอสำหรับฝูงสิงโตของเธอนั้นมันได้ฆ่าชีวิตของมนุษย์ที่ยังพิสูจน์อยู่ได้เสียชีวิตลงไปประมาณ1,500ศพ จนได้ทำในส่วนของหัวหน้าเผ่าต่างๆก็ไม่คิดที่จะกล้าเข้ามาสู้กับเธอและมีวันหนึ่งได้มีพรานป่าที่ได้มีชื่อเสียงก็ได้คิดและตัดสิ้นใจ

และคิดทำการกำจัดสิงโตตัวนั้นจากนั้นมาไม่นานเขาก็ได้ฆ่าเหล่าสิงโตได้ตายลงไปประมาณ15ตัวจากนั้นมาก็ได้ทำให้เรื่องราวและเหตุการร้ายๆต่างๆนั้นก็ต้องจบลงในทันทีจากนั้นมาเรื่องราวของชายพรานจอร์จก็ได้ถูกนำอามาจัดให้เป็นสารคดี 

 Two Toed Tom

สำหรับ Twoสองขานั้นมันได้เป็นจระเข้ที่กินคนแต่มันก็จะค่อนข้างที่จะคลุมเครือนิดหน่อยและก็ไม่รับรู้เรื่องได้เลยว่าในเรื่องราวของเจ้าสัตว์ตัวนี้มันจะมีเรื่องจริงหรือมันจะเป็นในส่วนของเรื่องเล่าตำนาน เนื่องจากสัตว์ตัวนี้นั้นได้เป็นเรื่องที่อู่ในตำนานของเรื่องเล่าอเมริกันใต้ ซึ่งสัตว์ตัวนี้มันได้พักอยู่ที่terrorizedที่ได้อยู่เกือบชายแดนฟอริด้า

และนอกจากนี้ที่มีการกล่าวขานชื่อของมันว่ามันสองขาก็เพราะว่าขาของมันนั้นได้ไปโดยเข้ากับ กับดักระเบิดจึงได้ทำให้ขาของมันนั้นขาดไปจึงเหลือแค่เพียงสองขาและนอกจากนี้เองมันจึงเป็นที่ขุ่นเครือของเจ้าสัตว์สองขาตัวนี้ที่คิดแคร์ต่อมนุษย์จากนั้นมันก็ได้ออกมาจัดการกับมนุษย์และฆ่ามนุษย์บางคนก็ได้บอกมาว่าลำตัวของมันนั้นได้มีขนาดใหญ่ประมาณกว่า4เมตรครึ่งเลยทีเดียว

บางคนก็ได้บอกว่ามันมีความน่ากลัวมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเหมือกับปีศาจอย่างไงอย่างงั้นแหละทั้งนี้มันชอบไล่ล่าพวกเขาและอาหารโปรดของมันก็คือวัวควายหากแต่มีนายพรานที่ได้อยู่ที่แห่งนั้นได้มีการนำเอาปืนยิงใช่และได้ใช้ระเบิดเข้าไปทำร้ายมันแล้วแต่พรานนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำร้ายมันได้จากนั้นได้มีชายคนหนึ่งได้นำเอาถังหนึ่งใบที่มีแต่ระเบิดประมาณ15ถังโยนลงไปในน้ำจากนั้นก็จุดไฟเพื่อระเบิดจระเข้ตัวนั้นจากนั้นมันก็ได้หายไปแต่ผู้คนในระแวกนั้นก็ได้เชื่อว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้คาดว่ามันยังไม่ตายและรอเวลาที่จะเอาคืนในแบบของมัน

รถยนต์หุ้มเกาะของประธานาธิบดีแต่ละประเทศ

ขึ้นชื่อว่าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีผู้ ซึ่งตำรงตำแหน่งผู้นำที่สำคัญของแต่ละประเทศแน่นอนว่าในการปรากฏตัวในแต่ละสถานที่ก็จะต้องมีการรักษาความปลอดภัยอย่าแน่นหนารวมไปถึงยานพาหนะที่จะใช้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆเองก็เช่นเดียวกันโดยไม่ได้เน้นแค่ความหรูหราเพื่อให้สมฐานะเท่านั้น

แต่จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไประหว่างการเดินทางอีกด้วยเพราประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งมากมายทั้งในประเทศตนเองและต่างประเทศและในวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันว่ารถยนต์ประจำตำแหน่งของผู้นำในแต่ละประเทศจะเป็นรถอะไรกันบ้างมาดูกัน

United Kingdom/Jaguar XJ sentinel

รถยนต์แบนรด์Jaguar XJ sentinelคันนี้ได้ถูกให้ใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษมาหลายรุ่นดูผ่านๆแล้วคุณอาจจะคิดว่ามันเป็นJaguar XJ sentinelตามทั่วไปที่อยู่ตามท้องตลาดแต่ทว่าJaguar XJ sentinelคันนี้ได้มีค่าตัวสูงถึง450,000เหรียญสหรัฐหรือประมาณ14ล้านบาท ซึ่งมันได้ต่างไปจากรถยนต์Jaguar XJ sentinelโดยทั่วไป ซึ่งจะมีราคาประมาณ8-9ล้านบาทเท่านั้น สำหรับเจ้าJaguar XJ sentinelคันนี้ก็ได้รับการปรับปรุง

เพื่อรองรับกับการใช้งานของนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษในภายใต้ที่ชื่อว่า XJ SENTINEL ตัวรถนั้นได้ผลิตมาจากวัตดุที่หลากหลายมากมายแต่มีความแข็งแรงมีทั้งไทเทเนียมอลูมิเนียมและเหล็กที่ได้มีความแข็งแกร่งสูงได้มาผสมผสานเข้ารวมกันแถมยังได้ติดเกาะเอาไว้รอบคันรถอีกด้วยทั้งนี้ยังไม่พอยังมีระบบไนท์มิดชั่นเอาไว้ใช้สำหรับในเวลาที่ขับรถในตอนกลางคืนเพื่อให้การขับรถของนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นไปอย่างลาบลื่น

ประเทศจีน/Hongqi Limousine

จีนนั้นถือได้ว่าได้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้มีแบนรนด์รถเป็นของตัวเองมากมายแต่สำหรับรถยนต์ที่ได้ประจำตำแหน่งของผู้นำประเทศจีนนั้นได้มีแค่เพียงหนึ่งเดียวคือHongqi Limousine ซึ่งในแบนรด์Hongqi Limousineนั้นถือได้ว่าได้เป็นแบนรด์ที่ได้มีความเก่าแก่ที่อยู่ในจีนมาประมาณตั้งแต่ในปี1958โดยรถHongqi Limousineรุ่นใหม่นี้ได้มีความยาวประมาณ5เมตรและได้มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยังมีสมรรถนะที่ดีเมื่อได้เปรียบเทียบกับตัวถังแล้ว

ซึ่งมันยังได้มีน้ำหนักที่ประมาณเฉียด4ตันด้วยอันตราเร่ง0ถึง100กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน8วินาทีอีกทั้งยังได้มีระบบที่คอยรักาาความปลอดภัยเอาไว้อย่างแน่หนาด้วยการนำเอารถไปหุ้มเกาะเอาไว้ให้รอบคันรถเพื่อที่จะเอาไว้รองรับของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงนั้นเองและต้องบอกเลยว่ามันเป็นรถที่กันกระสุนไปเป็นอย่างดีไม่มีลูกกระสุนที่ไหนที่จะสามารถยิงเข้าไปที่ด้านในของตัวรถของประะธานาธิบดีของประเทศจีนได้เด็ดขาด

สัตว์ที่มีความสามารถเก่งกาจและเอาตัวรอดได้ดี

ถ้าเรามองไปที่สัตว์ต่างๆบนโลกของเราที่แม้มันอาจจะไม่สร้างที่พักพิงแบบมนุษย์ได้แต่ร่างกายของมันก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถทดทานต่อสภาพอากาศต่างๆได้แทนในวันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับสัตว์ที่มีความทนต่อสภาพอากาศที่เลวร้ายได้อย่างสบายจนมนุษย์อย่างเราจะต้องอิจฉากันเลยทีเดียวกับสัตว์ที่สามารถเอาตัวรอดได้เก่งที่สุดในอาณาจักรสัตว์

Rat

สำหรับสัตว์ที่จอมทรหดที่ได้เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของมหารชนสำหรับหนูได้ใช้ชีวิตดำรงอยู่ในโลกใบนี้มานานกว่าหลายล้านปีแล้วและซึ้งโดยพวกมันนั้นก็ได้มีประติสัมพันธ์กับมนุษย์เรานั้นอยู่ตลอดซึ่งมันก็คือพวกมันนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนวิถีของชีวิตได้แถมยังพวกมันนั้นยังได้มีการขยายพันธ์ได้อย่างมากมายและพวกมันได้ใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องไปนานเลย

และหลังจากที่พวกมันนั้นได้คลอดออกมาแล้วใน30หรือ45วันต่อมาพวกเจ้าหนูนั้นก็เติบโตพอที่พวกหนูนั้นจะสามารถหาอาหารกินเองได้และในปัจจุบันหนูเพียงแค่คู่เดียวก็สามารถที่จะแพร่ลูกหลานของพวกมันได้มากถึง15,000ตัวต่อปีและยังต้องใช้ในความพยายามเป็นอย่างมากในการที่จะจำจัดมันไหนจะบวกกับโรคที่พวกมันนั้นคอยที่จะแพร่เชื้อถึงแม้ว่าเรานั้นจะจำจัดมันออกหมดไปแล้วแต่เมื่อไม่นานเจ้าหนูฝูงใหม่ก็จะย้อนกลับคืนมาอีกเหมือนเดิม

Gannet Bird

สำหรับทะเลนั้นมันคือสถานที่ที่มีความอันตรายสุดขั่วโดยเฉพาะถ้าคุณคือนกGannet Birdนกแกนเน็ตอ๊อด เมเรเชียได้เป็นนกนักล่าปลาตัวฉกาจและไม่มีสัตว์ตัวไหนในโลกที่จะมีการรอดชีวิตจากการดิ่งพสุธาลงทะเลด้วยความเร็วประมาณ90ไมล์ต่อชั่วโมงได้และได้ในการจะพุ่งชนด้วยความเร็วระดับนั้นซึ่งมันอาจจะส่งผลทำให้ถึงตายได้

และถ้าคุณดิ่งลงทะเลด้วยระดับนี้ร่างกายของคุณนั้นก็อาจจะเละเป็นแน่นอนแต่สำหรับเจ้านกแกนเน็ตได้เป็นหนึ่งในสุดยอดสัตว์จอมทรหดได้ด้วยรูปลักษณ์ของมันที่แสนจะพิสดารที่ะรับประกันได้ว่ามันจะไม่จมน้ำประสำหรับเจ้านกแกนเน็ตแล้วนั้นมันไม่มีรูจมูกซึ่งจะช่วยป้องกันจะงอยปากของพวกมันจากแรงดันการกระแทกได้เป็นอย่างดี

และส่วนร่างกายของมันนั้นก็จะเต็มไปด้วยของถุงลมที่เต็มไปด้วยอยู่ใต้ของผิวหนังและก่อนที่พวกมันนั้นจะพุ่งลงน้ำนั้นเจ้านกแกนเน็ตก็จะขยายถุงลมเหล่านั้นให้พองเพื่อที่จะได้ดูดซับเจ็บจากแรงกระแทกนั่นเอง

ตำนานหมีแพนด้า    

ตำนานหมีแพนด้านั้นเป็นตำนานเก่าแก่ตั้งแต่โบราณของคนจีนโดยในสมัยโบราณมีความเชื่อกันว่าหมีแพนด้านั้นมีลักษณะเป็นตัวสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัวเรามาดูตำนานของหมีแพนด้ากันว่าเหตุใดจากหมีแพนด้าสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัวถึงกลายมาเป็นหมีแพนด้าสีขาวสลับดำอยู่จนถึง ณ ปัจจุบัน

      ตามตำนานของหมีแพนด้าเล่าสู่กันมาว่าที่ตีนเขาแห่งหนึ่งในประเทศจีนมีหญิงสาว 4 คนเป็นพี่น้องกันซึ่งทั้ง 4 คนรักใคร่กลมเกลียวสามัคคีกันดีแต่ละคนก็จะมีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยน้องคนสุดท้องแต่มีหน้าที่นำแกะไปกินอาหารตรงชายป่าในทุกๆวันทุกคนก็จะแบ่งงานกันทำและเมื่อตอนเย็นก็จะกลับมาทานข้าวพร้อมกันเป็นแบบนี้ประจำ

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่น้องคนเล็กแกะไปกินหญ้าที่ชายป่าเธอก็สังเกตเห็นว่ามีรูปหมีตัวสีขาวบริสุทธิ์ 1 ตัวมันกำลังได้รับบาดเจ็บเธอจึงเข้าไปช่วยเหลือลูกหมีตัวดังกล่าวด้วยการพาลูกหมีตัวนั้นมาทำแผลที่บ้านโดยมีพี่ๆทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือและเมื่อลูกหมีหายดีเธอจึงพาลูกหนีกลับไปคืนสู่ป่าอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมารูปหมีตัวดังกล่าวก็มักจะออกจากชายป่ามาเล่นกับเธอเป็นประจำรวมทั้งเพื่อนๆหมีของพวกมันมาด้วยน้องสาวคนสุดท้องเล่นกับลูกหมีแบบนี้ทุกวัน

จนเธอและลูกหมีมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดีอยู่มาวันหนึ่งขณะที่เธอและลูกหมีกำลังเล่นกันอยู่ตรงชายป่านั้นมีเสือโคร่งตัวหนึ่งผ่านมาเห็นเข้ามันจึงต้องการกินลูกหมีเป็นอาหารเมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นจึงได้ขัดขวางและต่อสู้กับเสือโคร่งจึงเป็นสาเหตุให้เสือโคร่งกัดหญิงสาวจนเสียชีวิตทำให้หมีทุกตัวที่อยู่ในบริเวณใช้ปลารู้สึกเศร้าเสียใจจากการจากไปของหญิงสาวเป็นอย่างมากพวกมันจึงได้ขุดหลุมฝังศพหญิงสาวเอาไว้โดยในขณะที่พวกมันกำลังทำพิธีฝังศพให้หญิงสาวนั้น

พวกมันแสดงความเสียใจด้วยการนำที่เท่ามาป้ายที่มือให้เป็นสีดำและพวกมันก็พากันร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังเสียใจที่หญิงสาวจากไปซึ่งรูปหมีได้ใช้มือของมันไปป้ายที่ตาเพื่อซับน้ำตาให้ตัวเอง จึงเป็นสาเหตุให้ขอบตาของหมีเป็นสีดำ และด้วยพวกหมีมีจำนวนหลายตัวต่างก็พากันร้องไห้เสียงดังลั่นป่าทำให้พวกหมีรำคาญเสียงร้องไห้ของตนเอง

จึงได้เอามือปิดหูดังนั้นจึงจะเห็นว่ามีแพนด้ามีหูสีดำและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหมีแพนด้าจึงกลายเป็นหมีที่มีลักษณะขอบตาดำและหูดำรวมถึงลำตัวช่วงบริเวณแขนขามีสีดำสวนสามพี่น้องเมื่อเห็นน้องสาวของตนเองเสียชีวิตลงก็พากันเสียใจเป็นอย่างมากจึงได้ชวนกันมากระโดดถ้าตัวตายที่หลุมฝังศพของน้องสาวคนสุดท้องหลังจากนั้น

ตรงบริเวณที่เสียชีวิตของทั้ง 4 คนก็เกิดเป็นภูเขา 4 ลูกชื่อว่าภูเขาซื่อกูเหนียงซัน หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า สี่ดรุณี และวิญญาณของ 4 สาวก็ไม่ได้หายไปไหนยังคงสิงสถิตอยู่ที่ภูเขาทั้ง 4 ลูกแห่งนั้นเพื่อคอยปกปักรักษาบรรดาหมีแพนด้าทั้งหลายตั้งแต่นั้นสืบมา 

ตำนานหญิงงามเกิดเป็นหนอน

 มีเจ้าผู้ครองนครปาฏลีบุตรคนหนึ่ง ชื่อว่าพระเจ้าอัสสกะ เป็นเจ้าผู้ครองแคว้นกาสี  พระองค์มีพระมเหสีซึ่งมีความงดงามมากที่สุดในแคว้นกาสีชื่อว่า พระนางอุพพรี  ทั้งสองพระองค์ความรักกันอย่างไรชื่อและดูแลปกครองบ้านเมืองของตนเองให้ร่มเย็นมีความสุขเรื่อยมาอยู่มาวันหนึ่ง พระนางอุพพรี  ได้เสียชีวิตลงทำให้  พระเจ้าอัสสกะเสียใจเป็นอย่างมาก

พระองค์ไม่ยอมกินไม่ยอมนอนและมีอาการเหม่อลอยคิดถึง พระนางอุพพรี อยู่ตลอดเวลาอยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าอัสสกะ สั่งให้ทหารนำศพของพระนางมาตั้งไว้บนเตียงนอนในห้องบรรทมของพระองค์ซึ่งในตอนนั้นเองมีพระฤๅษีซึ่งมีบุญบารมีแก่กล้าสามารถมองเห็นความทุกข์ของพระองค์ได้จึงได้เดินทางมาช่วยเหลือ

เนื่องจากว่าฤาษีได้เล็งเห็นแล้วว่า  พระเจ้าอัสสกะเป็นกษัตริย์ที่ดีมีคุณธรรมสามารถปกครองเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้เรื่อยมาจึงอยากจะช่วยเหลือให้พระเจ้าอัสสกะหายจากความเศร้าโศกจึงได้สั่งให้อำมาตย์ ไปเชิญพระเจ้าอัสสกะมาหาฤาษี ซึ่งมาสำนักอยู่ที่อุทยานในเขตพระราชฐาน

เมื่อพระเจ้าอัสสกะเดินทางมาถึงพระฤาษีก็ได้บอกกล่าวกับพระเจ้าอัสสกะว่าพระองค์อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพระนางอุพพรี หรือไม่ซึ่ง พระเจ้าอัสสกะ  ได้บอกกับฤาษีว่าพระองค์อยากรู้ว่าในตอนนี้นั้นพระมเหสีของพระองค์นั้นไปเกิดเป็นอะไรดังนั้นฤาษีจึงได้บอกกับพระองค์ว่าในตอนนี้นั้นพระนางอุพพรี ได้ไปเกิดเป็นหนอนขี้วัว โดยบอกเหตุผลที่พระนางอุพพรี ต้องไปเกิดเป็นหนอนขี้วัว  นั่นก็เพราะว่า ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ พระนางอุพพรี ไม่เคยทำบุญทำทานเลย

เอาแต่ห่วงเรื่องความสวยงามของตัวเอง  แต่ พระเจ้าอัสสกะ  ไปส่งเชื่อท่าฤาษีจึงได้เรียกหนอนขี้วัวมา 2 ตัวโดย นอนขี้วัวตัวเมียชื่อว่าอุพพรี   ซึ่งพระฤาษีได้เรียกหนอนขี้วัวตัวเมียมาถามว่าเราชื่อว่าอะไร  หนอนขี้วัวตัวเมียก็ตอบว่าข้าชื่ออุพพรี  ฤาษีถามหนอนขี้วัวตัวเมียว่าชาติที่แล้วเกิดเป็นอะไร หนอนก็ตอบว่า  ชาติที่แล้วเกิดเป็นพระมเหสีของพระเจ้าอัสสกะ  ชื่อว่า พระนางอุพพรี   พระฤาษีถามกลับไปอีกว่าแล้ว

ในตอนนี้เจ้ายังรัก พระเจ้าอัสสกะอยู่อีกหรือไม่ หนอนอุพพรี ก็ตอบกลับว่าไม่แล้วเจ้าค่ะตอนนี้ข้ามีสามีใหม่แล้วเป็นหนอนขี้วัวเหมือนกันถ้ารักสามีของข้าตัวเดียว   เมื่อพระเจ้าอัสสกะได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธมากจึงได้สั่งให้ทหารไปนำร่างของพระนางอุพพรี ไปเผาและหลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าอัสสกะ ก็ได้ทรงอภิเษกสมรสกับหญิงคนใหม่และครองราชบัลลังก์สืบเนื่องต่อมาอีกยาวนาน

     ซึ่งตำนานหญิงงามเกิดเป็นหนอนนี้เป็นตำนานที่เราจะได้รู้เห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ว่ารักจริงนั้นไม่มีอยู่ในโลกเป็นตำนานที่สร้างขึ้นมาเพื่อสอนในเชิงพระพุทธศาสนาโดยเป็นลักษณะสอนว่าหากมีรักที่ไหนที่นั่นย่อมมีความทุกข์ 

 

ให้การสนับสนุนโดย  nowbet

ที่มาตำนานเมืองล้านช้าง

บ้างส่วนที่มาที่ไปของเมืองต้องคำสาปย่อมมีสาเหตุก็เกิดมาจากของการกระทำของทั้งสองฝ่ายที่ทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรม เช่น การสั่งประหารผู้บริสุทธิ์ หรือ การถูกหักหลัง ทำให้ฝ่ายที่ถูกกระทำรู้สึกเจ็บแค้นจึงได้สาปแช่งฝ่ายผู้ที่กระทำให้พินาศล่มจมโดยเฉพาะตำนานเมืองต้องคำสาปที่มักจะเกิดกับความที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าเมืองหรือผู้ที่ได้มีอำนาจในเมืองนั้นๆ จึงทำให้ผู้ที่ถูกกระทำที่ได้มีอำนาจน้อยกว่าต้องสาปแช่งเมืองให้พินาศไปตามกัน

ตำนานคำสาปท้าวศรีโคตรตะ บอง

คำสาปแช่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณเมืองชื่อดังต่างๆก็เคยมีตำนานชื่อดังที่เกี่ยวกับคำสาปแช่งมาแล้วไม่เว้นแม้กระทั่งเวียงจันทน์เมืองหลวงของประเทศลาวที่ได้มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับท้าวศรีโคตรตะบองชยหนุ่มผู้แก่กล้าในวิชาอาคมที่ช่วยให้เมืองเวียงจันทน์มให้พ้นจากหายนะของช้างป่านับล้านตัวแต่สุดท้ายก็ต้องมาตายอย่างน่าตายอนาถเพราะความไม่ไว้ใจของเจ้าเมืองเวียงจันทน์ในสมัยนั้นที่แกร่งกล้วว่าตัวเขาจะแย้งชิงอำนาจในสมัยหนึ่งเมืองเวียงจันทน์ได้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายผู้คนลำบากทำมาหากินไม่ได้เนื่องจากมีจำนวนช้างป่าจำนวนมากนับล้านตัวได้เข้ามาทำร้ายเทือกสวนไร่นาบ้านเรือน

จงเกิดความเสียหายเจ้าเมืองในนครเวียงจันทน์ในขณะนั้นได้เห็นความเดือดร้อยของราษฎร์แล้วจึงอยู่นิ่งไม่ได้พระองค์จึงประการคนฝีมือดีมาปราบช้างป่าโดยมีข้อแม้ว่าหากผู้ใดที่ปราบช้างได้อย่างราบคาบพระองค์จะส่งพระราชทานพระทิดาให้ขณะเดียวกันได้มีบุรุษผู้ที่มีวิชาแก่กล้าในวิชาอาคมโดยเฉพาะวิชาการปราบช้างนั่นคือ ท้าวศรีโคตร

ตัวเขาเองได้มีอาวุธเป็นพระตะบองเพชรที่สามารถจะปราบช้างป่าได้ล่ำลือกันว่าเขาผู้นี้ได้มีฤทธิ์แก่กล้าคงกพันชาตรีฆ่าไม่ตายเป็นที่โจยร์ขานอนุภาพในวิชาอาคมท้าวศรีโคตรตะบองมีเชื้อสายเป็นชาว กูยกลุ่มชาติพันธ์ในประเทศลาวที่เก่งกาจในด้านปราบช้างมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาจากดินแดนสีโคตรบูนจึงถูกเรียกว่าท้าวศรีโคตรและมีตะบองเพชรเป็นอาวุธจึงมีฉายาว่า ท้าวศรีโคตรตะบองนั่นเองเมื่อการประกาสของผู้ครองนครเวียงจันทน์ในขณะนั้นรู้ถึงท้าวศรีโคตรเขาจึงเสนอตัวเป็นผู้ปราบช้างป่าโดยการลากท่อนไม้ขนาดใหญ่

มาทำเป็นตะบองและได้ใช้ปราบฝูงช้างป่าจำนวนนับล้านๆตัวได้อย่างสำเร็จด้วยเหตุนี้จึงทำให้นครเวียงจัทน์ได้รับการขนานนามว่าอาณาจักรล้านช้างนั่นเองเพราะมีช้างมากกว่าล้านตัวเข้ามาบุกรุกแต่ก็ถูกปราบโดยท้าวศรีโคตรจากนั้นเจ้าเมืองเวียงจันทน์จึงได้ยกพระทิดาให้กับท้าวศรีโคตรตามที่ประกาสไว้ขณะเดียวกันก็ได้สร้างปราสาทให้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับท้าวศรีโคตรเพื่อเป็นรางวัลที่เขาสามารถปราบช้างได้สำเร็จทำให้เมืองเวียงจันทน์กลับมาสงบสุขอีกครั้ง