Archives มีนาคม 2020

2หมู่เกาะที่ได้มีความลึกลับซ้อนอยู่

เกาะภูเขาไฟ

สำหรับด้านหมู่เกาะแห่งนี้นั้นได้เป็นเกาะภูเขาไฟที่ได้ตั้งอยู่บนนเกาะลูซอนและที่มันได้มาเป็นแบบนี้นั้นมันก็ได้เกิดมาจากเมื่อหลายล้านปีก่อนที่บริเวณสถานที่หมู่เกาะลูซอนแห่งนี้มันได้เคยเป็นที่ตั้งของป่องภูเขาไฟและต่อมาก็ได้มีการระเบิดขึ้นมาจนมันได้กลายมาเป็นหลุมที่ยุบที่มีขนาดใหญ่จากนั้นมันก็ได้กลายม้เป็นทะเลสาบในเวลาต่อมา

และในด้านใจกลางของทะเลสาบนั้นก้ได้เกิดเป็นภูเขาไฟที่ได้มีการเกิดประทุขึ้นมาอีกทีและซึ่งด้วยความที่ภูเขาไฟของลูกนี้ก็ยังได้เคยระเบิดมากแล้วถึงประมาณ33ครั้งจึงมันทำให้กลายเป็นสถานที่ที่สววยงามและมีความประหลาดที่สามารถหารับชมหาดูได้ยากมาก

เกาะอีสเตอร์

สำหรับหมู่เกาะแห่งนี้นั้นได้เป็นหมู่เกาะที่มีขนาดเล็กที่ได้ตั้งอยู่โดดเดียวในมหาสมุทรแปซิฟิกห่างจากชายฝั่งของประเทศชิลีไปทางตะวันตกราวประมาณ3,600กิโลเมตรและโดยนักสำรวจกลุ่มแรกนั้นที่ได้เดินทางมาพบที่หมู่เกาะแห่งนี้ก็ในปี1722ในวันอีสเตอร์พอดีและพวกเขาก็ได้ตั้งชื่อหมู่เกาะแห่งนี้ว่าเกาะอีสเตอร์นั่นเองและถึงแม้ว่ามันนั้นจะเป็นหมู่เกาะเล็กๆที่จัดตั้งอยู่อย่างโดดเดียวและห่างไกลแต่สำหรับหมู่เกาะแห่งนี้นั้นกลับไปต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ได้นับแสนคนและนั่นก็เป็นเพราะว่ามนเสน่ห์ที่ได้ดึงดูดตาดูดใจ

เหล่านักท่องเที่ยวอย่างมากมายและนอกจากความงดงามทางความธรรมชาติแล้วก็ยังมีรูปปั่นที่โดเด่นมากมายตั้งอยู่ไปทั่วทั้งหมู่เกาะซึ่งทางตามตำนานได้เชื่อกันว่ารูปปั่นโมอายเหล่านี้นั้นซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นจากชาวโปลินีเซียซึ่งได้อาศัยอยู่บนหมู่เกาะแห่งนี้เมื่อประมาณหนึ่งพันปีก่อนโดยพวกเขานั้นได้สร้างรูปปั่นโมอาย

เพื่อให้ได้เป็นตัวแทนของบรรพบุรุษผู้ที่ล่ววงลับหรืออาจจะเป็นผู้ที่ได้มีความสำหรับในสมัยนั้นและด้านบนหมู่เกาะอีสเตอร์นั้นก็ได้มีรูปปั่นโมอายสิ่งได้ถูดแกะสลักมากจากก้อนหินก้อนเดียวทั้งสิ้นราวๆ900ตัวจะมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งได้มีตัวที่ใหญ่สูงกว่าประมาณ10เมตรและมีน้ำหนักประมาณ82ตันและยังมีรูปแกะสลัดที่ยังสร้างไม่เสร็จและได้มีความสูงราวประมาณ21เมตรและยังมีน้ำหนักมากขึ้นประมาณ270ตันเลยทีเดียว ซึ่งในการขนย้ายโมอายจากเหมือหินที่จัดสร้างรูปปั่นไปติดยังจุดต่าง

ที่ได้กำเนิดเอาไว้ได้เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเนื่องจากในสมัยนั้นไม่มีเครื่องมือในการขนย้ายวัตถุที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากมายขนาดนี้โดยเชื่อกันว่าผู้คนในสมัยก่อนนั้นพวกเขาใช้ต้นไม้จำนวนมากสำหรับลองรับเป็นลูกกลิ้งในการขนย้ายโมอายเหล่านี้และนี้เป็นสาเหตุอีกอย่างหนึ่งของความเชื่อที่ว่าชนเผ่าแห่งนี้ใช้ทรัพยากรไม่บันยะบันยังจนหมดเกาะ

 

หมู่เกาะอาถรรพ์ที่ไม่มีใครกล้าเข้า

เกาะตุ๊กตา

สำหรับหมู่เกาะตุ๊กตาก็ได้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเกาะต้นไม้ที่ต้นไม้เกือบทุกต้นนั้นจะเต็มไปด้วยตุ๊กตาเก่าๆที่ถูกทิ้งและได้ถูดนำเอามาเก็บไว้ที่บนเกาะ ซึ่งเรื่องราวมันก็มีอยู่ว่าการที่ผู้คนนั้นได้นำเอาตุ๊กตาจำนวนมากมายขนาดนี้นำเอามาไว้ที่หมู่เกาะแห่งนี้นั่นมันก็เป็นเพราะว่าเพื่อเป็นการเส้นไหว้ให้แก่วิญญาณเด็กผู้หญิงที่ได้จมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในหมู่เกาะแห่งนี้อย่างปริศนาและยังได้เชื่อกันว่าวิญญาณของหนู่น้อยคนนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่บนเกาะแห่งนี้จนต้องทำให้นำเอาตุ๊กตามาแขวงเอาไว้

เพื่อจะให้วิญญาณของหนูน้อยคนนี้นั้นได้สงบลงและนี้ก็เป็นจุดต้นกำเนิดของตุ๊กตาผีสิงนั้นเองจากนั้นหลังจากเรื่องราวและภาพที่ได้ถูกแพร่ออกไปมันจึงได้ทำให้หมู่เกาะแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เหล่าบรรดานักลองของอยากจะมาลองดูสักครั้งแต่ทว่าเรื่องราวเฮี้ยนๆมักจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไกลเคียงเสียมากกว่าโดยเหตุการณ์ที่ชาวบ้านนั้นอยากจะพบเจอกันอยู่บ่อยๆเป็นประจำก็เป็นเสียงเด็กร้องเป็นจำนวนมากที่มักจะส่งเสียงในยามค่ำคืน

ซึ่งมันดังจนเหมือนเสียงนกร้องลั่นไปทั่วทั้งเกาะหรือมันจะเป็นที่แขนของตุ๊กตาขยับไปมาโบกมือให้กับชาวบ้านที่ได้ล่องเรือผ่านในตอนกลางงวันแต่นั่นมันก็ยังไม่ใช่เท่ากับเรื่องราวที่เล่ากันมาว่ามีชาวบ้านในระแวกนั้นล่องเรือผ่านไปยังเกาะตุ๊กตาในตอนกลางคืนแต่จู่ๆเขาก็รู้สึกกับว่าเรือนั้นมันค่อยๆช้าลงแต่ในตอนแรกนั้นเขาก็นึกว่ามันเกิดจากพืชใต้น้ำหรือขยะได้มาพันกับใบพัดเรือหรือป่าวแต่เมื่อคนขับเรือนั้นก็ได้ยกใบพัดเรือนั้นขึ้นมาดูเท่านั้น

แหละกลับได้พบว่ามันได้เป็นเส้นผมของตุ๊กตาที่มันได้มาพร้อมกับหัวตุ๊กตาแถมหัวของตุ๊กตาตัวนั้นมันก็ยังกระพริบตาให้เขาและยังยิ้มให้กับเขาอีกด้วยจากนั้นมันจึงทำให้เขาต้องรีบแกะหัวของตุ๊กตาตัวนั้นเอาออกอย่างรวบเร็วและในขณะที่เขากำลังจะสตาร์ทเครื่องเรือเพื่อที่จะรีบออกไปจากยังหมู่เกาะแห่งนั้นเขาก็ได้ยินเหมือนกับเสียงว่าดังมาจากข้างหลังของเขามาจากฝั่งกอและเมื่อเขาได้หันกลับไปดูเท่านั้นแหละตัวของเขาเองนั้นแทบสติเพราะตุ๊กตากำลังที่จะว่ายน้ำตรง

เข้ามาที่เรือของเขาพร้อมกับเสียงหัวเราะเหมือนอย่างกับเด็กทารกที่ดูน่ากลัวมันจึงทำให้ตัวของเขาเองนั้นจะต้องรีบเป็นเท่าตัวและสตาร์ทเรือออกไปก่อนที่เจ้าสิ่งเหล่านี้จะขึ้นมาที่เรือของเขาแต่เมื่อเขาได้กลับไปถึงบ้านเขก็ได้เล่าให้ชาวบ้านฟังในตอนเช้าก็มีคนเชื่อบ้างและก็บอกว่าเล่าเกินความจริงไปบ้างแต่มันก็ขึ้นอยู่กับความวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ประวัติวันวาเลนไทน์

สำหรับเทศกาลวันวาเลนไทน์นั้นมีขึ้นมาตั้งแต่สมัย ประมาณซึ่งตอนนั้นเป็นยุคที่เฟื่องฟูของอาณาจักรโรมันเป็นอย่างมากเดินในสมัยนั้นชายหญิงมักจะไม่ค่อยได้เห็นหน้ากันแต่จะมี 1 วันใน 1 ปีที่ชายหญิงจะสามารถมาเจอหน้ากันและจะจับฉลากในการหาคู่ครองให้กับตัวเองโดยหากใครจับได้ชื่อของใครทั้งสองคนก็จะพากันออกไปเที่ยวและทำความรู้จักกันและถ้าหากใครสามารถเข้ากันได้ดีก็จะทำการแต่งงานกัน

แต่ถ้าหากใครไม่สามารถไปด้วยกันได้ก็รอปีหน้าก็ลองจับฉลากคบกับคนอื่นดูแต่หลังจากนั้นในสมัยจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 สำหรับในสมัยนี้จักรพรรดิเป็นผู้ที่มีจิตใจโหดเหี้ยมชอบทำศึกสงครามองค์จักรพรรดิไม่ชอบเห็นชายหญิงแต่งงานกันจึงได้ออกกฎมาว่าห้ามมีการแต่งงานกันโดยองค์จักรพรรดิต้องการที่จะให้ทหารทุกคนไปเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติและไปต่อสู้กับข้าศึกศัตรูพระองค์มองว่าการที่ชายหญิงแต่งงานกันนั้นทำให้ฝ่ายชายไม่ต้องการไปเป็นทหาร

เพราะไม่ต้องการแยกหญิงคนรักดังนั้นในสมัยของท่านจึงมีการออกกฎห้ามแต่งงานกันออกมาแต่ในขณะเดียวกันมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่าเซนต์วาเลนไทน์ท่านอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปโดยนักบุญรูปหนึ่งนามว่าเซนต์วาเลนไทน์รู้สึกว่าข้อห้ามที่องค์จักรพรรดิห้ามนั้นไม่ถูกต้องดังนั้นพระองค์จึงได้ทำการแอบลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวที่ต้องการที่จะแต่งงานกันจนอยู่มาวันหนึ่งมีทหารได้เดินผ่านมาพบเห็นพิธีแต่งงานที่ทางนักบุญนามว่าเซนต์วาเลนไทน์

กำลังจัดพิธีแต่งงานให้กับชายหญิงคู่หนึ่ง ดังนั้นเขาจึงทำการจับกุมนักบุญรูปนามว่าเซนต์วาเลนไทน์ไปขังไว้ในคุก  ที่นั่นเองมีผู้คุมนักโทษคนหนึ่งเขามีลูกสาวที่ป่วยเป็นโรคตาบอดเขาจึงได้นำลูกสาวมาให้นักบุญรูปนามว่าเซนต์วาเลนไทน์รักษาอาการจนทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่งและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็เดินทางมาเยี่ยมนักบุญเซนต์วาเลนไทน์

ที่คุมขังเป็นประจำทุกวันจนเกิดความรักระหว่างหญิงสาวและนักบุญเซนต์วาเลนไทน์แต่นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ก็ไม่ได้ออกมาจากคุกเขาแก่ตายอยู่ในคุกนั่นเองซึ่งก่อนที่เขาจะตายเขาได้เขียนจดหมายถึงหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาโดยมีการลงท้ายในจดหมายที่เขาส่งให้แฟนสาวของเขาว่า From Your Valentine และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวันแห่งความรักนี้มีตั้งชื่อว่าวันวาเลนไทน์ซึ่งตรงกับวันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีซึ่งวันดังกล่าวคู่รักหนุ่มสาวจะมีการแสดงถึงความรักซึ่งกันและกัน

เกาะที่คุณแค่ได้ยินชื่อเสียงของมันแล้วคุณจะไม่กล้าไปเลย

เชอร์โนบิล  ประเทศยูเครน

ภัยพิบัติเชอร์โนบิลนั้นได้เริ่มขึ้นจากการที่วิศวกรได้ทำการทดสอบการทำงานของระบบหล่อเย็นแต่การทดสอบนั้นได้เกิดการล่าช้าก่อนที่จะเกิดแรงดันน้ำที่สูงขึ้นอย่างฉับพลันและระบบการตัดการทำงานอัตโนมัตินั้นมันไม่ทำงานและยังส่งผลให้เกิดความร้อนสูงขึ้นจนได้ทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์หมายเลข4หลอมละลายและได้เกิดระเบิดขึ้นในช่วงเช้ามืดในวันที่26เมษายน ปี1986ผลจากการที่มันได้ระเบิดออกมานั้นทำให้เกิดขี้เถ้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพุ่งขึ้นชั้นบรรยากาศนานถึง10วันขี้เถ้านั้นก็ได้ปกคลุมทางตะวันตกของสหภาพโซเวียตยุโรปตะวันออกยุโรปตะวันตกและยุโรปเหนือพื้นที่กว่า200,000ตารางกิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่71%ของประเทศเบลารุส รัสเซีย  และ ยูเครน

ในการที่ได้ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีจึงได้ทำให้ทางการของทั้งสามประเทศต้องอพยพประชาชนรวมแล้วประมาณกว่า336,000คนได้ออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในขนาดที่พื้นที่รัศมีประมาณ30กิโลเมตรโดยรอบดรงไฟฟ้าที่เชอร์โนบิลนั้นก็ได้ถูกประกาสให้เป็นเขตที่อันตรายเหตุที่ระเบิดในครั้งนี้จึงได้ทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตในทันทีหลังจากที่ได้เกิดการระเบิดจำนวน31คนโดยเป็นคนงานภายในโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิลเองและในปี2015ก็ยังได้ระบุเอาไว้

ว่าในอนาคตอาจจะมีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่ไดกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพรังสีกว่า4,000คนและ30ปีได้ผ่านไปที่นี่นั้นก็ยังได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศยูเครนและมีนักท่องเที่ยวผู้ที่ได้มองหาสถานที่แปลกใหม่ที่ได้หน้าตื่นเต้นประทับใจแบบไม่เหมือนใครก็ได้แวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย

เกาะเซนติเนล  

ลึดเข้าไปในมหาสมุทรอินเดียที่เป็นที่ตั้งของเกาะอันโดดเดียวที่อยู่อาศัยบนเกาะนี้ได้ถูกนับว่าเป็นชนเผ่าที่ไม่เคยติดต่อกับชนกลุ่มอื่นเลยไม่ว่าจะตอนนี้หรือจะย้อนกลับไปในหลายพันปีในประวัติศาสตร์พวกเขาก็ไม่เคยที่จะติดต่อกับผู้คนภายนอกแต่อย่างใดและไม่ว่าจะเป็นการอาหารที่พักอาศัยหรือการเกษรฐ ณ ปัจจุบันนี้กับหนึ่งหมื่นปีที่แล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปและในหลักฐานที่ว่าพวกเขามีตัวตนก็เป็นเพียงแค่ภาพถ่ายอยู่ห่างๆเท่านั้นเพราะชนเผ่าเซนติเนล 

จะสังหารคนนอกที่มายังเกาะของพวกเขาโดยไร้ซึ่งความรังเรถึงเกาะแห่งนี้จะอยู่ไม่ไกลมากนักแต่ความรู้เกี่ยวกับเกาะและผู้คนในเกาะนั้นมีน้อยนิดมากจนแทบจะไม่มีราวกับว่ามันเป็นสถานที่ลึกลับของโลกไปเลยก็ว่าได้ในช่วงปี1960รัฐบาลของประเทศอินเดียก็ได้มีความพยายามที่จะติดต่อสือสารกับชาวเซนติเนลแต่ก็ทำได้เพียงทิ้งขวัญเอาไว้ที่ชายหาดแล้วก็จากไปเท่านั้นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  9luck

ประวัติพันโทยี่เซ และ การประติวัตรัฐฉาย

โดยกองกำลังของ พันโทยี่เซ เป็นกองกำลังอยู่นอกกฎหมายใน เมียนมาร์ เนื่องจากนี้ยังได้รับการช่วยเหลือจากนักการเมืองในรัฐบาลพรรคร่วมรัฐบาลพม่าและแน่นอนธุรกิจมืดพวกนี้มีทั้งที่เป็นของนักการเมืองและเครือญาติเองและที่เป็นของนิ้วล่อหัวคะแนนหรือกลุ่มทุนที่เป็นนักการเมืองคนนั้นให้การอุปถัมภ์ค้ำชูให้ความคุ้มครองถ้าถูกจับนักการเมืองก็จะใช้บารมีจึงทำให้กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ยังคงมีอยู่และยากที่เราจะต่อกอนกับกลุ่มเหล่านี้ หรือกองกำลังของ พันโทยี่เซ

เหตุการณ์เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของรัฐบาลเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มหรือการค้ายาเสพติดเหล่านี้เติบโตอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลเมียนมาร์ ถึงแม้ว่าจะมีการออกมาชี้แจงแล้วเกี่ยวกับการแก้ปัญหาแต่ก็ยังมีการเห็นว่าปัญหาที่ได้แก้นั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ใช้ต้นเหตุเลย ซึ่งก็จะทำให้กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ดำเนินกิจการผลิตยาเสพติดส่งขายในอาเชียได้อยู่ในปัจจุบันและยังไม่มีใครที่จะสามารถจับตัวมาลงโทษได้จนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่รัฐบาลเมียนมาร์ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปและนางอองซานซูจีได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการประเทศร่วมกับรัฐบาลทหารในยุคนั้นก็นับว่ามันจะเป็นสัญญาที่ดีถึงทิศทางของประชาธิปไตในประเทศที่กำลังจะมีขึ้นแต่ว่าเกือบสองปีที่ผ่านมาการที่รัฐบาลได้เข้ามาจัดการเรื่องของความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันและรัฐบาลเมียนมาร์นั้นยังคงไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของกลุ่มชาวไทใหญ่ที่ออกมาประกาศเอกราชจากรัฐบาลทหารเมียนมาร์ตลอด71ปีที่ผ่านมา

วันนี้ทิศทางในการต่อสู้ของชาวไทใหญ่ยังคงมั่นคงหรือว่าเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหนเรามาดูกันเลยเมื่อไม่นานมานี้เราก็ได้เดินทางไปยังพื้นที่รัฐฉายประเทศเมียนมาร์ซึ่งได้เป็นฐานที่มั้นในเขตการปกครองของเมืองเชียงตุงที่มีชื่อว่าดอยก่อวันสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ในยุคของแรกเริ่มของการประติวัตรัฐฉายจากรัฐบาลเมียนมาร์เมื่อประมาณ70ปีที่แล้วในปัจจุบันที่นี่ยังได้เป็นศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยสงครามอีกด้วยซึ่งมีทั้งชาวไทใหญ่

และในกลุ่มชาติพันอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งภายในประเทศและในถนนแห่งนี้ที่ชาวบ้านได้ใช้เป็นการเดินทางอยู่ที่ดอยก่อวันและยังเป็นจุดที่แบ่งเขตแดนระหว่างอำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายอีกฝั่งหนึ่งและอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นศูนย์ผู้อพยพผ็ลี้ภัยจากภัยสงครามของรัฐฉายและทุกวันนี้ก็ได้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณราว2,000คนด้วยกัน

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay

ตำนาน เอ็ดวิน ฟานเดอซาร์

หลังจากหมดยุคของสุดยอดนายทวารของปีศาจแดง สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่างปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้วนั้น ปีศาจแดงต้องควานหานายประตูที่จะมาทดแทนกันอยู่พักใหญ่ เพราะหลังจากที่ไม่มีชายที่ชื่อว่า ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แล้ว แมนยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่เสียประตูค่อนข้างง่าย และผู้รักษาประตูกี่คนต่อกี่คน ที่ป๋าเฟอร์กี้นั้นหามาร่วมทัพด้วยนั้น ก็มักจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่เข้าตาเลย แต่ในที่สุด แมนยู ก็ไม่สิ้นคนเก่ง ทางเฟอร์กี้ ได้โทรสายตรงหา ฟานเดอร์ซาร์ เอง และบอกกับนายประตูคนนี้ว่า อยากให้มาช่วยรักษาประตูให้กับผีแดง

ซึ่ง ฟานเดอร์ซาร์ ก็ไม่รอช้า และเก็บข้าวของย้ายมาสู่รังของผีแดงทันที ซึ่งในขณะนั้น แฟนบอลของแมนยู รวมถึงสื่อทุกสำนัก ต่างสงสัยในการตัดสินใจของเฟอร์กี้ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงหรือ เพราะนายประตูคนนี้ในตอนที่ย้ายมาร่วมทีมแมนยูนั้น อายุเกือบจะ 35 ปีแล้ว ซึ่งนายประตูบางคนเลิกเล่นฟุตบอลแล้วด้วยซ้ำ แต่เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นคือเป้าหลักที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2000 ที่ ชไมเคิ่ล ได้อำลาทีมไป แต่ติดที่เหตุผลและคุยกันไม่ลงตัวระหว่างเค้ากับบอร์ดบริหารนั่นเอง ซึ่งเฟอร์กี้ให้เหตุผลฝ่า ฟานเดอร์ซาร์ นั้นมีทุกอย่างแบบที่ชไมเคิ่ลมี และฝีมือก็เทียบเท่าและเก่งๆ พอกับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เลย

จะมีแค่สิ่งเดียวที่นายประตูคนนี้สู้ยักษ์เดนส์ ไม่ได้ นั่นก็คืออารมณ์โมโห และแล้วเมื่อนายประตูคนนี้ได้เข้ามาเริ่มต้นกับผีแดง ทุกอย่างภายทีมก็เริ่มเปลี่ยนไป จากทีมที่เสียประตูง่ายกลายเป็นทีมที่เสียประตูยาก และนัดที่ทำให้แฟนบอลผีแดงยกให้นายประตูคนนี้เป็นตำนานของสโมสรนั้น

ก็เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ระหว่างแมนยู กับเชลซี ซึ่งนัดนั้น ผู้รักษาประตูคนนี้ได้โชว์ความสามารถที่นักฟุตบอลระดับโลกควรจะมี เค้าช่วยผีแดงรอดพ้นการเสียประตูนับครั้งไม่ถ้วน จนถึงช่วงเวลาการตัดสินจุดโทษ และก็เป็นนายประตูคนนี้ ที่เซฟลูกจุดโทษ จากนิโคล่า อเนลก้า ศูนย์หน้าเชลซีในยุคนั้นเอาไว้ได้ ทำให้แมนยู คว้าถ้วยนี้ไปครองได้อีกครั้ง และตลอดระยะเวลาที่นายประตูคนนี้เฝ้าเสาให้กับผีแดงตลอด 5 ฤดูกาล เค้าพาทีมคว้าแชมป์มาทั้งสิ้น 7 รายการ และยังเป็นผู้รักษาประตูของสโมสรแมนยูไนเต็ด ที่ทำสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานที่สุดเกือบ 1,380 นาที ซึ่งนับว่าทำลายสถิติเมื่อครั้ง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล นายประตูคนเก่าเคยทำไว้ได้เมื่อช่วงปี 1999 เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  BK8

ประวัติหลวงพ่อโสธร 

สำหรับหลวงพ่อโสธร ท่านเป็นพระพุทธรูปที่คนทั้งประเทศให้การเคารพนับถือ

ยิ่งโดยเฉพาะชาวเมืองฉะเชิงเทราแล้วละก็ถือว่าท่านเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเป็นพระประจำจังหวัดฉะเชิงเทราเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเล่าที่มาขององค์หลวงพ่อโสธรอย่างคร่าวคร่าวให้ทราบกันค่ะ  ว่ากันว่า องค์หลวงพ่อโสธรนั้น มีประวัติเก่าแก่มายาวนานมาก โดยมีเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่าในตอนนั้นมีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาด้วยกัน 3 องค์ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าพระพุทธรูปทั้งสามองค์นั้นเป็นพี่น้องกัน

ซึ่งในตอนแรกนั้นพระพุทธรูปสั่งสามองค์ลอยน้ำตามกันมา เมื่อชาวบ้านเห็นต่างก็พากันเอาเชือกขนาดใหญ่ไปมัดกับองค์พระไว้แล้วพยายามจะดึงองค์พระขึ้นมาบนฝั่ง แต่เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจว่า มีการเกิดกระแสน้ำวน เกิดขึ้นในจังหวะทีพยายามดึงองค์พระทำให้องค์พระพุทธรูปทั้งสามองค์จมน้ำหายไป หลังจากนั้นก็มาพบองค์พระพุทธรูปลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง

ซึ่งองค์พระแต่ละองค์ต่างก็ลอยแยกกันไป องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี  ซึ่งปัจจุบันคือหลวงพ่อโต อีกองค์ลอยไปทางบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และองค์สุดท้ายลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งก็คือหลวงพ่อโสธรนั่นเอง

        ตามเรื่องเล่ากล่าวว่าหลวงพ่อโสธรลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งที่หน้าวัดเสาธงทอน หรือปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดนี้กันว่าวัดหลวงพ่อโสธรนั่นเอง  ในตอนแรกที่เห็นองค์พระลอยอยู่ชาวบ้านพยายามนำเชือกมาดึงขึ้นแต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถดึงองค์พระขึ้นมาได้ จึงได้มีการไปอัญเชิญพระอาจารย์ชื่อดังที่เก่งเรื่องเวทมนต์คาถา มาทำพิธีเชิญองค์หลวงพ่อโสธรขึ้นมาจากน้ำ

ซึ่งก็เป็นผลสำเร็จและชาวบ้านได้อัญเชิญหลวงพ่อโสธรเข้าไปประดิษฐานเอาไว้ในโบสถ์ หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็พากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมากและที่สร้างปาฎิหารย์ ที่ ทำให้องค์หลวงพ่อโสธรมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็เพราะว่ามีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งซึ่งในตอนนี้เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้ทรพิษ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งติดไข้ทรพิษกันทั้งครอบครัว

พวกเขาได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร และขอให้หายจากอาการของไข้ทรพิษ หลังจากขอพรเสร็จครอบครัวนี้ได้นำดอกไม้แห้งและหยุดน้ำตาเทียน มาต้มน้ำแล้วดื่ม หลังจากนั้นไม่นานทั้งครอบครัวนั้นก็หายจากอาการของไข้ทรพิษ จึงทำให้ทุกคนมากราบไหว้ขอพร บนบานศาลกล่าวให้องค์หลวงพ่อโสธรช่วย แต่ที่ห้ามขอเพราะหลวงพ่อจะไม่ให้ก็คือ ห้ามขอไม่ไปเป็นทหาร เพราะท่านอยากให้ลูกหลานท่านเป็นทหาร ดังนั้นหากใครมาขอจะได้เป็นทหารทันที

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  sagame 

สงครามระหว่างอิสราเอล จอร์แดน และ อียิปต์

ในเดือนเมษายม ปี1967 หลังจากที่ซีเรียระดมยิงจากที่ลาบสูง west Bank ของอิสราเอลอย่างหนัก อิสราเอล กับ ซีเรีย ก็ได้เปิดฉากกันโดยอิสราเอลได้ยิงเครื่องบินรบของซีเรียที่ได้รับจากสหภาพโซเวียตได้ตกลงไป6ลำพร้อมกับมีคำเตือนว่าไม่ให้ซีเรียนั้นได้เข้ามาโจมตีอีก ซีเรียนั้นก็ได้หันไปหาแรงสนับสนุนจาก นาสเซ่อ

จากนั้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปี1967 กองทัพอียิปต์

ประมาณ100,000นายกับรถถังอีก1,000คันก็ได้พากำลังพลเข้าสมุทร sinai Peninsuia ซึ่งได้ติดกับพรมแดนทางใต้ของกลุ่มอิสราเอลซึ่งมีกองกำลังของสหประชาชาติตั้งอยู่กก่อนแล้วในถานะผู้สังเกตการณ์ แต่ในวันที่ 17พฤษภาคมปี1967 นาสเซ่อ ได้ขอให้บุคคลกรของยูเอ็นให้ถอนออกไปจากหลายเขต ซึ่งบรรดาผู้สังเกตการณ์ก็ได้ถอนตัวออกไปหมดพอถึงวันที่ 22 พฤษภาคมปี1967 นาสเซ่อ ก็ได้ประกาสปิดช่องแคบ Straits ซึ่ง อิสราเอล ได้อาศัยเป็นเส้นทางหลบหนีออกทะเลแดง

และยังได้เป็นแหล่งน้ำมันดิบแหล่งใหญ่ตอนเกิดวิกิตตการครองซูเอเมื่อปี1956 อียิปต์ ก็เคยปิดช่องแคบแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้วกระทั่งจนเป็นสาเหตุของสงครามดังกล่าว ซึ่งอิสราเอลก็ได้เคยประกาสชัดไว้ตั้งแต่คานั้นแล้วว่าถ้าอียิปต์นั้นปิดช่องแคบ sinai Peninsuia อีกจะถือว่าเป็นการทำสงคราม อิสราเอล ก็ยังได้กลิ่นสงครามดังมาอีกกระแสหนึ่งด้วยเมื่อ อียิปต์ กับ จอร์แดน ได้ลงนามในข้อตกลงให้กองทัพของทั้งสองประเทศอยู่ในภายใต้การบัญชาร่วมกันพอเหตุที่ อิสราเอล กลัวจะต้องรับศึกทั้ง3ด้านคือ อียิปต์ จอร์แดน และ ซีเรีย

ด้วยความที่อยากให้สงครามเกิดนอกบ้านกว่าที่จะให้เกิดในบ้าน อิสราเอล จึงได้ตัดสิ้นใจได้เชิงลงมือก่อนใครเมื่อเช้าวันที่5มิถุนายน ปี1967 ฝูงบินของอิสราเอล ได้ข้าโจมตี อียิปต์ ซึ่งได้มีกองทัพใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนั้นในวินา08.45. ซึ่ง อิสราเอล ลงมือนั้นเครื่องบินส่วนใหใญ่ของ อียิปต์ ยังคงจอดอยู่พวกผู้การบัญชาการทหารก็ต้องเจอสภาพรถติดก่อนจะมาถึงกองบัญชาการโดยเครื่องบินของ อิสราเอล สามารถหลบหลีกเรด้าของ อียิปต์ ไปได้และได้เข้าโจมตีที่ไม่มีใครคาดคิดมหกรรมเซอร์ไพรส์ในครั้งนั้นก็จึงได้ผลภายในเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง อิสราเอล

ซึ่งเน้นโจมตีกองทหารและสนามบินและก็ได้ทำรายเครื่องบินของ อียิปต์ ไปกว่า300ร้อย9ลำจากทั้งหมด340ลำจากนั้นทหารลาบของ อิสราเอล ก็ได้เคลื่อนเข้าสู้คาบสมุด sinai Peninsuia และฉนวนกาซาเข้าสู้รบกับหน่วยทหารของ อียิปต์ ซึ่งปราฏกว่าทางฝ่ายของ อียิปต์ นั้นได้ศูนย์เสียอย่างหนักขณะที่ อิสราเอล เสียเพียงแค่ไม่กี่คนขณะเดียวกัน

อิสราเอล ก็ได้บอกไปยัง กษัตริย์ฮุสเซน แห่งจอร์แดน ว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับศึกครั้งนี้ แต่ในเช้าวันแรกของสงครามนั้น นาสเซ่อ ก็ได้แจ้งไปยัง กษัตริย์ฮุสเซน ว่า อียิปต์ กำลังมีชัยชนะซึ่งประชาชนชาวอียิปต์ก็ได้เชื่ออย่างนั้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

ตำนานของวัดสร้อยทอง

สำหรับวัดสร้อยทองนั้นดังเดิมชื่อว่าวัดซ่อนทอง

ซึ่งมีการสร้างวัดนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2394 ซึ่งไม่มีปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นคนสร้างวัดสร้อยทองแต่ก็มีการสันนิษฐานกันเรื่อยๆหมายว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ในสมัยพระเจ้าศรีวิชัยโดยสร้างขึ้นมาในสมัยของรัชกาลที่สี่สำหรับวัดสร้อยทองนั้นจะอยู่ทางด้านทางทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งวัดไทรทองมีพื้นที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเขตบางซื่อของจังหวัดกรุงเทพมหานครมีการสันนิษฐานกันว่าวัดถูกสร้างขึ้นโดยลูกหลานของเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษาที่นี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นวัดที่มีการพัฒนาเป็นตัวอย่างด้านในภายในวัดสามารถมองเห็นสีเหลืองอร่ามตาได้จากระยะไกลไกล

ที่วัดแห่งนี้มีหลวงพ่อที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและในพื้นที่เคารพนับถือมากเล่นก็คือหลวงพ่อเหลือซึ่งหลวงพ่อถูกลอมขึ้นมาด้วยโลหะทองเหลืองและถูกนำมาสร้างเป็นพระประธานในช่วงปีพ.ศ. 2485 ด้านในของหลวงพ่อเหลือมีการจุพระธาตุห้าองนั้นก็คือพระธาตุของพระโมคคัลลานะ, พระธาตุของพระสารีบุตร, พระสีวลี, พระองคุลีมาลและพระพิมพ์พาเถรี     

มีการเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเหลือวัดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองประเทศญี่ปุ่นต้องการที่จะทิ้งระเบิดทั้งหมดจำนวน 14 ลูกโดยตั้งหวังไว้ว่าจะทิ้งลงตรงสะพานพระรามหกไประเบิดทั้ง 14 ลูกนั้นกลับมาตกที่วัดสร้อยทองทั้งหมดจนรถได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากและมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นนั่นก็คือรูปหล่อของหลวงพ่อเหลือได้รับความเสียหายเพียงนิดเดียวเท่านั้นประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางมาขอพรขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อเหลือในเรื่องของการต้องการให้เหลือกินเหลือใช้

ภายในวัดนักท่องเที่ยวสามารถทำบุญไหว้พระถวายสังฆทานรวมถึงทำบุญโลงศพโดยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่วัดก่อนซึ่งจะอาทีที่ว่าจะทำการติดต่อประสานงานท่านจะเอาวาดให้อ่ะที่วัดแห่งนี้เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดแม่น้ำทำให้สามารถปล่อยสัตว์ลงน้ำได้ซึ่งที่วัดจะมีคนคอยให้บริการขายปลาให้เราสามารถซื้อจากที่ได้หรือจะเตรียมมาเองก็ได้

วัดที่นี่จะมีความสวยงามเป็นที่ขึ้นชื่อและมีความเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากและหากเมื่อเราทำบุญไหว้พระเสร็จเรียบร้อยแล้วใกล้ใกล้กับวัดจะมีชุมชนของชาวบ้านและมีร้านอาหารริมน้ำที่เราสามารถแวะไปกินได้ซึ่งรสชาติอร่อยถูกปากเป็นอย่างมากการเดินทางมาวัดสร้อยทองสามารถขับรถมาเองก็ได้หรือจะนั่งรถเมล์มาก็ได้โดยวัดจะอยู่บนถนนประชาราษฎร์สายหนึ่งอยู่ติดกับถนนซึ่งจะอยู่ใกล้กับโรงเรียนโยธินบูรณะ