2หมู่เกาะที่ได้มีความลึกลับซ้อนอยู่

เกาะภูเขาไฟ

สำหรับด้านหมู่เกาะแห่งนี้นั้นได้เป็นเกาะภูเขาไฟที่ได้ตั้งอยู่บนนเกาะลูซอนและที่มันได้มาเป็นแบบนี้นั้นมันก็ได้เกิดมาจากเมื่อหลายล้านปีก่อนที่บริเวณสถานที่หมู่เกาะลูซอนแห่งนี้มันได้เคยเป็นที่ตั้งของป่องภูเขาไฟและต่อมาก็ได้มีการระเบิดขึ้นมาจนมันได้กลายมาเป็นหลุมที่ยุบที่มีขนาดใหญ่จากนั้นมันก็ได้กลายม้เป็นทะเลสาบในเวลาต่อมา

และในด้านใจกลางของทะเลสาบนั้นก้ได้เกิดเป็นภูเขาไฟที่ได้มีการเกิดประทุขึ้นมาอีกทีและซึ่งด้วยความที่ภูเขาไฟของลูกนี้ก็ยังได้เคยระเบิดมากแล้วถึงประมาณ33ครั้งจึงมันทำให้กลายเป็นสถานที่ที่สววยงามและมีความประหลาดที่สามารถหารับชมหาดูได้ยากมาก

เกาะอีสเตอร์

สำหรับหมู่เกาะแห่งนี้นั้นได้เป็นหมู่เกาะที่มีขนาดเล็กที่ได้ตั้งอยู่โดดเดียวในมหาสมุทรแปซิฟิกห่างจากชายฝั่งของประเทศชิลีไปทางตะวันตกราวประมาณ3,600กิโลเมตรและโดยนักสำรวจกลุ่มแรกนั้นที่ได้เดินทางมาพบที่หมู่เกาะแห่งนี้ก็ในปี1722ในวันอีสเตอร์พอดีและพวกเขาก็ได้ตั้งชื่อหมู่เกาะแห่งนี้ว่าเกาะอีสเตอร์นั่นเองและถึงแม้ว่ามันนั้นจะเป็นหมู่เกาะเล็กๆที่จัดตั้งอยู่อย่างโดดเดียวและห่างไกลแต่สำหรับหมู่เกาะแห่งนี้นั้นกลับไปต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ได้นับแสนคนและนั่นก็เป็นเพราะว่ามนเสน่ห์ที่ได้ดึงดูดตาดูดใจ

เหล่านักท่องเที่ยวอย่างมากมายและนอกจากความงดงามทางความธรรมชาติแล้วก็ยังมีรูปปั่นที่โดเด่นมากมายตั้งอยู่ไปทั่วทั้งหมู่เกาะซึ่งทางตามตำนานได้เชื่อกันว่ารูปปั่นโมอายเหล่านี้นั้นซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นจากชาวโปลินีเซียซึ่งได้อาศัยอยู่บนหมู่เกาะแห่งนี้เมื่อประมาณหนึ่งพันปีก่อนโดยพวกเขานั้นได้สร้างรูปปั่นโมอาย

เพื่อให้ได้เป็นตัวแทนของบรรพบุรุษผู้ที่ล่ววงลับหรืออาจจะเป็นผู้ที่ได้มีความสำหรับในสมัยนั้นและด้านบนหมู่เกาะอีสเตอร์นั้นก็ได้มีรูปปั่นโมอายสิ่งได้ถูดแกะสลักมากจากก้อนหินก้อนเดียวทั้งสิ้นราวๆ900ตัวจะมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งได้มีตัวที่ใหญ่สูงกว่าประมาณ10เมตรและมีน้ำหนักประมาณ82ตันและยังมีรูปแกะสลัดที่ยังสร้างไม่เสร็จและได้มีความสูงราวประมาณ21เมตรและยังมีน้ำหนักมากขึ้นประมาณ270ตันเลยทีเดียว ซึ่งในการขนย้ายโมอายจากเหมือหินที่จัดสร้างรูปปั่นไปติดยังจุดต่าง

ที่ได้กำเนิดเอาไว้ได้เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเนื่องจากในสมัยนั้นไม่มีเครื่องมือในการขนย้ายวัตถุที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากมายขนาดนี้โดยเชื่อกันว่าผู้คนในสมัยก่อนนั้นพวกเขาใช้ต้นไม้จำนวนมากสำหรับลองรับเป็นลูกกลิ้งในการขนย้ายโมอายเหล่านี้และนี้เป็นสาเหตุอีกอย่างหนึ่งของความเชื่อที่ว่าชนเผ่าแห่งนี้ใช้ทรัพยากรไม่บันยะบันยังจนหมดเกาะ