โมเสส,Moses เมื่อโตขึ้นได้รู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์

ซึ่งโชคชะตาค่อนข้างที่จะลิขิตอยู่พอสมควร โดยเด็กคนนี้ที่ได้มีการถูกปล่อยให้ได้ลอยนำไปตามแม่น้ำไนล์ไปซึ่งก็ได้ถูกพบเจอในเวลาที่ไม่นาน

และ คนที่ได้พบเจอก็คือลูกสาวของฟาโรห์ในอียิปต์ในยุคนั้นและด้วยความสงสารที่ได้เห็นเด็กแรกเกิดร้องไห้อยู่ ลูกสาวของฟาโรห์จึงได้นำเด็กคนนี้นำเอาขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วก็ได้รับเลี้ยงเอาไว้ให้เป็นลูกบุญธรรม

และพร้อมกับได้ตั้งชื่อว่า โมเสส นั่นเอง นอกจากนี้ในระยะเวลาต่อมาที่ โมเสส นั้นได้โตขึ้นมาเขาก็ได้รับรู้กับความเป็นจริงว่าเขานั้นไม่ใช้ลูกแท้ๆของลูกสาวฟาโรห์ในอียิปต์และได้รับรู้ตัวเองว่าเป็นคนชาวฮิบรูตนได้มีความรู้สึกโกรธและก็ได้หนีออกจากพระราชวังและในช่วงที่ได้ออกมาจากพระราชวัง

เขาก็ได้เห็นเพื่อที่เป็นชาวฮิบรูที่ได้เป็นทาสอยู่นั้นที่ได้ถูกกดขี่ข่มเหงใช้งานและถูกทรมานจากคนของฟาโรห์และด้วยความโกรธเขาก็เลยได้มีการต่อสู้กับคนที่ได้ดูแลทาสและได้สังหารคนๆนั้นก่อนที่ตนนั้นจะตัดสินใจหนีออกจากเมืองอียิปต์ไปในตอนนั้น และ หลังจากที่ โมเสส ได้หนีออกจากอียิปต์ไปได้สักพักหนึ่งปรากฎว่า โมเสสก็ได้ไปพบกับพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่ง

โดยในพื้นที่ตรงนั้นตามข้อมูลได้มีชื่อเรียกว่า มิเดียน,Midianและพื้นที่  มิเดียน ตรงนั้น โมเสสเองก็ได้พบกับพระผู้เป็นเจ้าที่ได้แสดงออกมาในรูปลักษณะของไฟที่มันกำลังได้เผาไหม้ต้นไม้อยู่แต่ต้นไม้ต้นนั้นไม่มอดและก็โครนลงมา ซึ่งตรงจุดนี้มันเป็นอะไรที่มันน่าสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่เรื่องต้นไม้ที่ไฟไหม้แต่มันไม่โครนล้มรวม

ไปถึงเรื่องของต้นไม้ที่มันสามารถพูดคุยกับโมเสสได้แต่ในตามหลักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกว่าเขาพิสูจน์ได้แล้วเรื่องหนึ่งเรื่องก็คือเรื่องของต้มไม้ไฟไหม้แต่ไม่โครนไม่ล้มนั้นเอง โดยทางวิทยาศาสตร์เขาได้คาดการณ์เอาไว้ว่าตรงพื้นที่ มิเดียนที่ได้พูดถึงตรงจุดนี้มันหน้าจะเป็นพื้นที่บริเวณของภูเขาไฟที่มันยังไม่หยุดประทุและมีการปล่อยก๊าซที่ติดไฟง่าย

ออกมาอยู่เรื่อยๆและเมื่อมีก๊าซที่มันติดไฟง่ายๆอยู่บริเวณโดยรอบบวกกับอากาศที่ร้อนจัดมันเลยทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดประกายไฟหรือว่าติดไฟไหม้ขึ้นมาในบางจุดของพื้นที่ตรงนั้นที่มันมีสิ่งของที่มันสามารถจุดไฟติดได้และบริเวณตรงนั้นมันมีต้นไม้อยู่เขาเลนคาดการณ์ว่าตรงส่วนนี้มันน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้ต้นไม้ติดไฟแต่ไม่มอดและไม่ล้มนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน จ่ายจริง