หมู่เกาะอาถรรพ์ที่ไม่มีใครกล้าเข้า

เกาะตุ๊กตา

สำหรับหมู่เกาะตุ๊กตาก็ได้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเกาะต้นไม้ที่ต้นไม้เกือบทุกต้นนั้นจะเต็มไปด้วยตุ๊กตาเก่าๆที่ถูกทิ้งและได้ถูดนำเอามาเก็บไว้ที่บนเกาะ ซึ่งเรื่องราวมันก็มีอยู่ว่าการที่ผู้คนนั้นได้นำเอาตุ๊กตาจำนวนมากมายขนาดนี้นำเอามาไว้ที่หมู่เกาะแห่งนี้นั่นมันก็เป็นเพราะว่าเพื่อเป็นการเส้นไหว้ให้แก่วิญญาณเด็กผู้หญิงที่ได้จมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในหมู่เกาะแห่งนี้อย่างปริศนาและยังได้เชื่อกันว่าวิญญาณของหนู่น้อยคนนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่บนเกาะแห่งนี้จนต้องทำให้นำเอาตุ๊กตามาแขวงเอาไว้

เพื่อจะให้วิญญาณของหนูน้อยคนนี้นั้นได้สงบลงและนี้ก็เป็นจุดต้นกำเนิดของตุ๊กตาผีสิงนั้นเองจากนั้นหลังจากเรื่องราวและภาพที่ได้ถูกแพร่ออกไปมันจึงได้ทำให้หมู่เกาะแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เหล่าบรรดานักลองของอยากจะมาลองดูสักครั้งแต่ทว่าเรื่องราวเฮี้ยนๆมักจะเกิดขึ้นกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไกลเคียงเสียมากกว่าโดยเหตุการณ์ที่ชาวบ้านนั้นอยากจะพบเจอกันอยู่บ่อยๆเป็นประจำก็เป็นเสียงเด็กร้องเป็นจำนวนมากที่มักจะส่งเสียงในยามค่ำคืน

ซึ่งมันดังจนเหมือนเสียงนกร้องลั่นไปทั่วทั้งเกาะหรือมันจะเป็นที่แขนของตุ๊กตาขยับไปมาโบกมือให้กับชาวบ้านที่ได้ล่องเรือผ่านในตอนกลางงวันแต่นั่นมันก็ยังไม่ใช่เท่ากับเรื่องราวที่เล่ากันมาว่ามีชาวบ้านในระแวกนั้นล่องเรือผ่านไปยังเกาะตุ๊กตาในตอนกลางคืนแต่จู่ๆเขาก็รู้สึกกับว่าเรือนั้นมันค่อยๆช้าลงแต่ในตอนแรกนั้นเขาก็นึกว่ามันเกิดจากพืชใต้น้ำหรือขยะได้มาพันกับใบพัดเรือหรือป่าวแต่เมื่อคนขับเรือนั้นก็ได้ยกใบพัดเรือนั้นขึ้นมาดูเท่านั้น

แหละกลับได้พบว่ามันได้เป็นเส้นผมของตุ๊กตาที่มันได้มาพร้อมกับหัวตุ๊กตาแถมหัวของตุ๊กตาตัวนั้นมันก็ยังกระพริบตาให้เขาและยังยิ้มให้กับเขาอีกด้วยจากนั้นมันจึงทำให้เขาต้องรีบแกะหัวของตุ๊กตาตัวนั้นเอาออกอย่างรวบเร็วและในขณะที่เขากำลังจะสตาร์ทเครื่องเรือเพื่อที่จะรีบออกไปจากยังหมู่เกาะแห่งนั้นเขาก็ได้ยินเหมือนกับเสียงว่าดังมาจากข้างหลังของเขามาจากฝั่งกอและเมื่อเขาได้หันกลับไปดูเท่านั้นแหละตัวของเขาเองนั้นแทบสติเพราะตุ๊กตากำลังที่จะว่ายน้ำตรง

เข้ามาที่เรือของเขาพร้อมกับเสียงหัวเราะเหมือนอย่างกับเด็กทารกที่ดูน่ากลัวมันจึงทำให้ตัวของเขาเองนั้นจะต้องรีบเป็นเท่าตัวและสตาร์ทเรือออกไปก่อนที่เจ้าสิ่งเหล่านี้จะขึ้นมาที่เรือของเขาแต่เมื่อเขาได้กลับไปถึงบ้านเขก็ได้เล่าให้ชาวบ้านฟังในตอนเช้าก็มีคนเชื่อบ้างและก็บอกว่าเล่าเกินความจริงไปบ้างแต่มันก็ขึ้นอยู่กับความวิจารณญาณของแต่ละบุคคล