รัฐธรรมนูญฉบับแรกวันที่ 27มิถุนายน2477 นายปรีดี พนมยงค์

จุดหมายหนึ่งในการก่อตั้งหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์คือการพยายามให้นักศึกษาและอาจารย์รุ่นใหม่ได้มีโอกาศได้รับรู้ความเป็นมาของมหาวิทยาลัย

ซึ่งได้ถือกำหนดและมีโชคชะตาพลิกผันอยู่คู่กับปราสาทการมิถุนายน 2476 พระยาพหลพลพยุเสนายึดอำนาจกลับคือประกาศเปิดสภาผู้แทนราษฎรและเชิญปรีดีกลับสู่สยาม

ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเติบโตมาจากโรงเรียนข้าราชการพลเรือนจึงมุ่งผลิตจำนวนน้อยเพียงตอบสนองความต้องการระบอบราชการแต่การ “ ก่อตั้งหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และการเมือง “ ตามแนวคิดของปรีดีในปี2477มีจุดมุ่งหมายหลักคือการขยายฐานประชาธิปไตยไปสู่ประชาชนมหาวิทยาลัยเปิดแห่งนี้จึงได้มุ่งสอนกฎหมายเพื่อให้กดกติกากลายเป็นกรอบค้ำจูสังคมใหม่ทดแทนการตัดสินใจของผู้มีอำนาจดั่งแต่ก่อนจำนวนนักศึกษารุ่นแรกที่สูงถึง7,000คนจึงแสดงถึงความตื่นตัวของประชาชนในการก้าวสู่ระบอบใหม่ได้มาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ด้านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เป็นมหาลัยเปิดจึงไม่ได้มีนักศึกษามาเรียนเป็นประจำนักศึกษาส่วนใหญ่นั้นก็จะอยู่บานหรือว่าอยู่ต่างจังหวัดแต่ระยะช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่2หน่อยจะมีสิ่งที่เรียกว่าเตรียมธรรมศาสตร์เกิดขึ้นเหมือนอย่างที่เรามีการเตรียมจุฬา

ดังนั้นเมื่อได้มีระดับที่เป็นมัธยมปลายอาจจะเรียกว่าเป็นเยาวชนวัยรุ่นก็ได้ทำให้มหาวิทยาลัยนั้นก็มีบรรยากาศคึกคักขึ้นเพราะว่าตอนนี้ที่ทำให้มีบรรยากาศของความเป็นสำนักการศึกษาอย่างแท้จริงการที่ได้มีการคิดค้นลัญลักษณ์ต่างๆเพื่อสร้างชีวิตและวิญญาณให้กับสถานศึกษาแห่งนี้คือสิ่งที่ผู้ปราสาทการให้ความสำคัญอย่างยิ่งเราคิดว่าผู้ปราสาทการ ปรีดี พนมยงค์ ท่านอาจจะคำนึงถึงเรื่องแบบนี้มากเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นในแง่ของการมีตราหาวิทยาลัยที่เป็นธรรมจักรและได้มีพานรัฐธรรมนูญอยู่ที่ได้เป็นตราของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มันได้บ่งบอกให้เห็นชัดเลยว่ามหาวิทยาลัยนี้มีเป้าหมายอย่างไรในแง่ของธรรมศาสตร์ในแง่ของประชาธิปไตยในสมัยก่อนนั้นการเปิดเรียนนั้นเทอมแรกก็คือ วันที่27มิถุนายน และวันที่27มิถุนายน นั้นเป็นวันรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศแล้วการเปิดเรียนในพักที่สองก็เป็นวันที่10 ธันวาคม 

ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญฉบับที่2 ไม่นานตึกโรงทหารเก่าบริเวณท่าพระจันทร์ก็กลายเป็นดินแดนที่อันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและจิตวิญญาณอันร้อยละสิทธิ์และอาจารย์เข้าเป็นหนึ่งเดียวนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เติบโตต่อสู้มีชัยและพ่ายแพ้คู่กับระบอบประชาธิปไตยของสยามนับแต่วันแรก

นอกจากนี้ในความที่ว่าเป็นนักวิชาการที่ละเอียดในการค้นหาข้อเท็จจริงรวมทั้งถ่ายทอดสู่บุคคลรอบข้างเป็นลักษณะนิสัยที่โด่งเด่นของนายปรีดี นับแต่วัยศึกษาเหล่าเรียนกระทั่งได้รับฉายาว่าอาจารย์จากเพื่อนนักศึกษาในฝรั่งเศสและหัวท่าช้างเป็นอีกฉายาที่ถูกบันทึกบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยความสนใจในพุทธศาสนารวมทั้งวิถีชีวิตที่เรียบง่ายต่างจากนักการเมืองทั่วไป

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าdewabet