จิตรกรผู้โด่งดัง Leonardo de vinci กับความลับบนภาพวาด

ถ้าหากพูดตามความเป็นจริงแล้วนั้น Leonardo de vinci ถือว่าเป็นจิตรกรที่มีความสามารถและโงดังในสายอาชีพของเขา แต่ในความสามารถของศิลปะแขนงอื่นๆนั้นไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานดนตรี ก็ถือว่าเขานั้นมีผู้มือในการสร้างสรรค์อยู่ในระดับแค่มือสมัครเล่นเท่านั้นไม่ได้สามารถสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ได้อย่างสุดยอดอย่างที่จิตรกรคนอื่นๆสามารถทำได้

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Leonardo de vinci นั้นก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขานั้นได้มีการผสมผสานความสามารถของเขาที่มีในทุกด้านที่เขานั้นจะสามารถสร้างสรรค์ได้ และเป็นสิ่งที่เขานั้นได้ซุกซ่อนเอาไว้ในผลงานที่เขาได้สร้างสรรค์ขึ้นมาและทำให้ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยผลงานที่โดดเด่นของเขานั้นก็คือ The Last Supper

ถึงแม้จะเป็นภาพวาดที่โด่งดังไปทั่วโลกในตอนแรกนั้นไม่มีควรทราบเลยว่า Leonardo de vinci นั้นได้มีการวางโน๊ตดนตรีไว้ในภาพอาหารมื้อสุดท้าย และมีการยืนยันจาก จีโอวานี่ มาเรียมพารา ที่ได้ยืนยันว่าเขานั้นได้ค้นพบตัวโน๊ตอยู่ในภาพวาดดังกล่าวของ Leonardo de vinci ด้วยและสามารถที่จะนำโน๊ตท่ถูกซ่อนไว้ในภาพออกมาเล่นได้เป็นเพลงที่ไพเราะและมีความยาวมากถึง40วินาที

โดยการพบตัวโน๊ตในภาพวาดนั้น จีโอวานี่ มาเรียมพารา ได้อาศัยตำแหน่งของขนมปังที่อยู่ในภาพวาดและตำแหน่งมือของทุกคนในภาพวาด โดย Leonardo de vinci ได้มีการวาดภาพอยู่ในตำแหน่งที่มีความเท่ากันเป๊ะเหมือนบรรทัดตัวโน๊ตเส้นเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องนี้นั้นได้มีการสอบถามจากนักข่าวโดยการถามผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ทุซคานี ดาวินชี่ มิวเซียม ก็ได้กล่าวเช่นกันว่าทฤษฏีนี้นั้นมีความเป็นไปได้สูงด้วย สิ่งนี้เลยทำให้ภาพอาหารมื้อสุดท้ายนั้นที่พระเยซูได้ร่วมเสวยพระกายหารร่วมกับพระอัครสาวกทั้งของพระองค์ ได้กลับมาเป็นกระแสและเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพวาดนี้โด่งดังไปทั่วโลกอีกครั้ง

แต่ถึงอย่างไรจะสามารถนำสิ่งโน๊ตที่มีการค้นพบขึ้นมานั้นมาเล่นเป็นเพลงได้ก็ตามแต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานที่ปรากฏแน่ชัดไว้ว่า Leonardo de vinci นั้นตั้งใจที่ซ่อนน๊ตเพลงไว้ในภาพวาดจริงๆหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนทั่วโลกนั้นได้รู้จักและมีการกลับไปชมภาพวาดอาหารมื้อสุดท้ายอีกครั้ง

หลังจากภาพยนตร์ The Davinci Code ได้มีการถอดรหัสลับจากภาพวาดและกล่าวว่า ในภาพวาดอาหารมือสุดท้านนั้นไม่ใช่นักบุญจอร์นอย่างที่หลายคนนั้นเข้าใจแต่เป็นแมรี่ แม็กดาเลน จึงทำให้วงการของศาสนาคริสต์นั้นต้องมีการออกมาประท้วงใหญ่โตเลยทีเดียว และบอกกับคนทั่วโลกว่าสิ่งนี้นั้นเป็นเพียงนิยายที่ถูกแต่งขึ้นเท่านั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

ดังนั้นก็อาจจะต้องใช้วิจารณญาณในการรับชมรับฟังเรื่องราวเหล่นี้ที่ถูกนำมาถ่ายทอดถึงก็จะสามารถถ่ายทอดได้ทั้งในทางที่ผิดและถูกด้วยนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8