คนสยามสมัยก่อน

ซึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เรื่องนี้มีที่มาจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษโดยชายชาวอังกฤษผู้นี้เป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวแสวงหาความรู้สึกเขาก็จะเดินทางไปที่ต่างๆมากมายในเอเชียอาคเนย์ด้วยความที่ว่าในสมัยนั้นยังไม่มีกล้องไม่มีมือถืออะไรเลย

โดยการที่จะบันทึกอะไรด้วยความประทับใจส่วนใหญ่ก็จะเป็นผ่านปลายปากกาและในเนื้อความบันทึกที่ชายชาวอังกฤษที่ได้เขียนก็จะมีเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นจากชาวพม่าชาวมาลายู

ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องราวของสยามแลนด์ด้วยในนี้เขาก็ได้กล่าวถึงน่าตาการใช้ชีวิตและก็บุคลิกนิสัยของคนชนชาติแทบนี้อยู่เราจะพูดแต่เพียงชาวไทยเท่านั้น

กล่าวว่าหน้าตาของชาวสยามจะค่อนข้างเหมือนกับพวกชาวมาลายูคือจะมีโหนกแก้มที่สูงมีจมูกที่แบนแล้วก็จะมีตาค่อนข้างไปทางคนจีนแต่ว่าจะมีรูปร่างที่เหมือนชาวพม่าถึงแม้ว่าหน้าตาส่วนใหญ่จะค่อนข้างไปทางชาวมาลายูแต่ชาวสยามก็ไม่ได้มีนิสัยชอบเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนชาวมาลายูที่เขาได้พูดแบบนี้ก็เพราะว่าเขาเคยเห็นชาวมาลายูมีการจับผู้คนเคราะห์ร้ายยี่สิบคนมาบูชายัญเพื่อความเจ็บปวดความเสียใจของเขา

เนื่องจากว่าในสมัยนั้นมันมีคำว่าวิ่งไล่คนเถื่อนอยู่และมันจะสื่อถึงการที่มีคนมาลายูออกมาตามท้องถนนเพื่อถึงมีดคมๆแทงคนที่เข้ามาขวางหน้าเพื่อทำการล้างแค้นอะไรก็ตามที่เขาได้โมโหในตอนนั้น

ส่วนชาวสยามนั้นหาได้เป็นเช่นนั้นไม่แต่ถึงแม้ว่าชาวสยามจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบแสดงออกในเวลาโกรธก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีความโกรธเพียวแค่พวกเขานั้นได้เก็บความเกียจชังเอาไว้เท่านั้นเองช่วงที่ข้าเจ้าได้เข้ามาอยู่บางกอกข้าเจ้ายังจำได้ว่าไม่เคยเห็นชาวสยามผู้ใดเคยออกมาตบตีกันทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขานั้นได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนที่อยู่ในโอวาดเคารพผู้ใหญ่

ซึ่งตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดินผู้ที่ได้เป็นที่รักของเขาจนถึงคนที่มีระดับสูงเจ้าเขาถึงแม้เพียงแค่ขั้นเดียวก็ตามสำหรับคนที่ด้อยกว่าชาวสยามก็จะไม่ได้ทำเหมือนกับว่าคนนั้นด้อยกว่าคือเขาจะให้ความเคารพเช่นเดียวกันกับว่ามีฐานะเท่าเทียมกับเขาเลย

ดังนั้นในส่วนเรื่องของสุขภาพนั้นนายิวก็ได้กล่าวถึงชาวสยามในสมัยนั้นเป็นบันทึกที่ได้บอกว่าวันนั้นผมได้กินกับข้าวกับนายฮันเตอร์พ่อค้าชาวอังกฤษที่ภายหลังได้รับพระราชทานยศให้เป็นหลวงอาวุธพิเศษประเทศพาณิชย์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ